การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

Share :

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน



มวยไทย ( Muay Thai ) มีมาตั้งแต่โบราณกาล มีการแต่งกายที่แตกต่างจากสมัยปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายของมวยไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมี เครื่องรางของขลัง ที่อยู่คู่กับนักมวยไทยตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน

 

     การแต่งกายของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ใครพบเห็นมักจะให้ความสนใจ เพราะไม่นิยมสวมเสื้อผ้าท่อนบน ใส่เพียงกางเกงขาสั้นและอุปกรณ์ป้องกันตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ รวมถึงมีเครื่องรางของขลังที่อยู่คู่กับนักมวยไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายมวยไทย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ กับ การแต่งการมวยไทยสมัยปัจจุบัน

 

1. การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ

     การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ ประกอบไปด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย และ เครื่องรางของขลัง

 

- เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

     เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย คือ กางเกง ซึ่งในสมัยก่อนไม่มีกางเกงที่ใช้สวมใส่เฉพาะเวลาขึ้นชกมวย ส่วนมากนักมวยจะสวมกางเกงขาสั้นยาวประมาณแค่เข่า เป็นกางเกงที่ใช้โดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้าพันให้หนาคาดทับระหว่างขาใช้แทนกระจับ และคาดเอวเพื่อให้กางเกงไม่หลุดเวลาขึ้นชก

 

     นักมวยสมัยก่อนอาจมีการใส่ เสื้อยันต์ ที่ใช้ผ้าดิบสีแดงหรือสีขาวตัดเป็นเสื้อกั๊กคอกลมแขนกุด เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่างๆ ใช้สวมทับเสื้อชนิดอื่นหรือสวมเพียงตัวเดียว เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันศาสตราวุธทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่เวลาชกมวยมักไม่ค่อยสวมเสื้อยันต์ แต่จะใช้เครื่องรางชนิดอื่นแทน

 

     หากพูดถึงการแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ จะไม่พูดถึง การ ‘คาดเชือก’ คงจะแปลกๆ เพราะการคาดเชือกเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมวยไทย ใช้การคาดเชือกที่มือโดยใช้ด้ายดิบพันสันหมัดและข้อมือ ความยาวและลักษณะการพันจะแต่งต่างกันไปตามภูมิลำเนา บ่งบอกถึงลักษณะการใช้หมัดและศอกอีกด้วย ซึ่งการคาดเชือก จะช่วยให้กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง เพิ่มน้ำหนักหมัดให้หนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา บางคนอาจพันด้ายขนาดยาวเพราะต้องการใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

- เครื่องรางของขลัง

     ในมวยไทยสมัยโบราณมีเครื่องรางของขลังอยู่ด้วยกันหลากหลาย เริ่มจาก ‘มงคล’ ทำจากสายสิญจ์หรือผ้าดิบ ที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนตร์  คาถา และเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้ายหรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตรายใช้สวมศีรษะในขณะชก

 

     เครื่องรางของขลังต่อมา คือ ‘ประเจียด’ ใช้ผ้าสาลู (ผ้าขาวบางเนื้อดี) หรือผ้าดิบ สีขาวหรือสีแดง ตัดเป็นสามเหลี่ยมลงเลขยันต์มหาอำนาจ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำลังตัวหรือคุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ ที่พระครูหรือเกจิอาจารย์จะเป็นผู้เขียนและทำพิธี ม้วนหรือถักพันด้วยด้ายอาจใส่ว่าน ตระกรุดหรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่นไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกติดกับต้นแขนตลอดเวลาการแข่งขันชกมวย

 

     ‘ผ้ายันต์’ คือ ผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบาง สีขาวหรือสีแดงเขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่างๆ โดยเกจิอาจารย์ที่เชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พกติดตัวหรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้

 

     ‘พระเครื่อง’ ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่างๆ เพื่อเพิ่มความขลัง แล้วทำพิธีพุทธาพิเศกลงเลขยันต์ มีพิธีกรรมที่รวมการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่างๆ นักมวยจะพกพระเครื่องติดตัว โดยพันไว้ในมงคลหรือผ้าประเจียด บ้างก็ใช้อมไว้ในปากเวลาชก แต่วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองได้

 

     ‘ตะกรุด’ ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสา ลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียดแล้วม้วนให้กลม ตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อยสำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

     ‘พิสมร’ ทำด้วยแผ่นโลหะหรือใบลานรูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์มีที่ร้อยสายแต่โดยมากไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ต้องผ่านพิธีกรรมเช่นเดียวกับตะกรุด ส่วน ‘พิรอด’ ทำด้วยกระดาษสาหรือถักด้วยหวาย ผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำลังพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือ แขวนพิรอดใช้สวมนิ้ว เป็นของวิเศษหายากและเชื่อว่ามีอานุภาพมาก

 

     อย่างสุดท้ายคือ ‘ว่าน’ เป็นพืชที่มีสรรพคุณหลายอย่าง บางชนิดเชื่อว่าทำให้ผิวหนังทนความร้อน หรือ หนังเหนียว จึงนิยมนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง โดยการปลุกเสกคาถาอาคมเช่นเดียวกับเครื่องรางของขลังชนิดอื่น ใช้พกติดตัวใส่ในมงคล ประเจียดหรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำพระเครื่อง

 

 

2. การแต่งการ มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยปัจจุบัน

     เครื่องแต่งกายนัก มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยปัจจุบัน จะประกอบไปด้วย ผ้าพันมือ สนับศอก สนับหน้าแข้ง ปลอกรัดข้อเท้า กระจับ กางเกง นวม ฟันยาง เกราะอ่อนป้องกันลำตัว ศีรษะ และหน้าแข้ง ซึ่งการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่กล่าวมา เป็นผลมาจากการประชุมของประเทศสมาชิกสหพันธ์สมาคมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติที่ต้องการจะหามาตรการป้องกันอันตรายและให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่นักมวยชาติที่เข้าแข่งขันทุกคน

 

     ส่วนเครื่องรางของขลังที่นักมวยไทยในสมัยปัจจุบันยังคงใช้อยู่ ได้แก่ มงคล และ ประเจียด โดยนักมวยจะสวมมงคลไว้บนศีรษะตั้งแต่แต่งตัวเสร็จจนขึ้นเวทีและจะถอดออกเมื่อทำพิธีไหว้ครูและร่ายรำมวยไทยเรียบร้อย ส่วนประเจียดนักมวยสามารถคาดไว้ที่ต้นแขนตลอดเวลาการชกแข่งขันได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thaiboxingproject

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย 5 สาย มีอะไรกันบ้าง ?

- ทำความรู้จักกับ “มวยไทย” แต่ละสมัย

Created : 27-11-2019


บทความที่น่าสนใจ

คำศัพท์มวยไทย ในการออกอาวุธ
อาวุธที่อันตรายที่สุดในโลก ฟันศอกแบบ มวยไทย