บทความ


เผยจุดสลบภายในร่างกายหมัดเดียวก็ล่วงได้

เผยจุดสลบภายในร่างกายหมัดเดียวก็ล่วงได้

มวยไทย ( Muay thai ) กับร่างกายหรือการฝึกต้องสัมพันธ์กัน ไม่ว่าร่างกายของเราจะแข็งแรงแค่ไหน ใหญ่แค่ไหน แต่จุดอ่อนจุดสลบทุกคนมีเรามาเผยเทคนิคจุดสลบในร่างกายของเราว่าจะมีอะไรบ้างที่ต่อยหมัดเดียวถึงกับสลบ

 

เห็นหลายครั้งบนเวทีนักมวยที่ต่อยกันบางคู่ไม่ถึง 5ยก บางคู่ก็สลบไปตั้งแต่ยกแรกๆแล้ว แต่หลังจากนั้นทางทีวีก็ได้เผยวินาทีต่างๆที่คู่ต่อสู้ต่อยจนสลับ ทำให้เรารู้สึกถึงจุดสลบของร่างกายเราว่าจะอะไรบ้าง จุดสลบจุดน็อคในร่างกายของเรามีอะไรบ้างมาดูกัน

 

จมูก

จมูกเป็นส่วนที่เบาะบางมากที่สุดบนใบหน้าและเป็นส่วนที่กระดูกจมูก ของเรายื่นออกมาเด่นแล้วแต่ลักษณะของคนแต่ละคน ทำไมจุดนี้ถึงเป็นจุดน็อค ก็เพราะว่าส่วนจมูก เป็นใช้ทั้งหายใจ และปลายจมูกหรือจมูก เป็นส่วนที่อ่อนไหว หากเราโดนหมัดที่มีความแรงจาก นักมวย ก็อาจจะทำให้เราสลบได้เลย

 

ปลายคาง

ปลายคางเป็นจุดน็อค ที่นักมวยโดนบ่อยมากที่สุด เพราะนักมวยบางคนเทคนิคไม่ค่อยดี เช่น การปล่อยหมัดไปแล้วไม่กันที่ปลายคาง อาจจะทำให้โดนสวนกลับมาได้  เพราะ ถ้าถูกชกเจ็บปวดมาก ขนาดถึงขั้นหนักทำให้กระดูกคางแตกหัก
หรือขากรรไกรล่างหลุดจากเบ้า เป็นบริเวณที่อ่อนแอที่สุด และถูกชกต่อยได้ง่ายที่สุดของส่วนศีรษะ

 

ทัดดอกไม้

ทัดดอกไม้เป็นส่วนที่ บอกได้เลยว่าไม่ว่า ไทย ( Muay thai )  สายไหนก็มักจะเล่นจุดๆนี้ เพราะว่า มันเป็นส่วนที่กระดูกกระโหลกศีรษะของเราส่วนนี้จะบางมากกว่าส่วนอื่นๆ หากถูกเตะก้านคอ หรือหมัดที่เร็วๆอาจจะทำให้มึนและรู้สึกอยากจจะอ้วกได้เลย อีกทั้งส่วนนี้หากโดน ศอกก็อาจจะถึงกับเสียชีวิตได้เลยแหละ

 

ลูกกระเดือก

ลูกกระเดือกเป็นจุดที่สำคัญอย่างหนึ่งเลย หากเราดูหนังจีนที่เป็นมวย จีน หรือมวยต่างๆ จะชอบจกลูกกระเดือกหรือทิ่มเข้าไปในลูกกระเดือก ทำให้เราหายใจไม่ออกและยอมแพ้ไปได้ เพราะลูกกระเดือดตรงจุดนั้นคือทางเดินของลมหายใจนั้นเอง

 

ท้อง

โดนต่อยท้องบ่อยๆ ก็เจ็บปวดสุดจะทน มากท้องเป็นส่วนที่นิ่ม และเป็นช่วงจังหวะ ที่ เวลาเราหายใจเข้าหรือออก หน้าท้องกระบังลมอาจจะขยายตามจังหวะ  ที่นี้หากเราหายใจไม่ตรงจังหวะเกร็งหน้าท้องไม่ทัน ก็จะยอมแพ้หรือน็อคไปเลยก็ได้

 

หน้าอก

ป้องกันให้ดีนะส่วนนี้ หน้าอกประกอบไปด้วย ซี่โครง ปอด ไม่ว่าเราจะทำอะไรเช่นกันวิ่ง เดิน กระโดด สิ่งที่สะเทือนและรับรู้สึกได้เลยก็คือหน้าอก ลองนึกภาพตามดูสิครับว่า หากเราโดน เตะหรือต่อยหน้าอก เราจะหายใจไม่ออก ขาดอากาศหายใจ เจ็บจุก บางที่ถึงขั้นกระดูกซี่โครงหักไปทิ่มปอดเลยก็ได้ เพราะส่วนหน้าอกสำคัญที่สุดแล้วของนักมวย

 

จุดสลบของ นัก มวยไทย ( Muay thai ) เป็นจุดสำคัญที่เราต้องศึกษาจุดอ่อนเป้าหมายทั้งเราและศัตรู ป้องกันในส่วนต่างๆได้อย่างไรบ้าง หากเราอยากมีประสบการณ์มากขึ้น ก็ลองหา มวยไทย เรียน มวยไทย ( Muay thai ) จากเราได้นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

ประเภทของกีฬา มวยไทย Muay thai

 มวยไทย ( Muay thai ) มีหลายประเภท แต่ถ้าแบ่งตามลักษณะการเข้าต่อสู้ การรุก การรับ และการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก พอที่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ มวยหลัก หรือมวยแข็ง และมวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน

 

มวยหลัก หรือมวยแข็ง หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีการต่อสู้แบบรัดกุม สุขุมรอบคอบ ตั้งท่าคุมมวย และจดมวยแบบมั่นคง การจดมวยและการเคลื่อนตัว เคลื่อนเท้า ก้าวย่าง จะเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ดูคล้ายเชื่องช้าไม่คึกคะนอง นักมวยประเภทนี้จะตั้งรับและรอจังหวะเป็นมวยสุขุมเยือกเย็น มีลำหักลำโค่นดี หรือใช้ศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้หนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำทั้งหมดคือ เท้า เข่า ศอก มีความทรหด มานะอดทนและมีความพยายามสูง

 

มวยเกี้ยว หรือมวยอ่อน

 

หมายถึง มวยไทย ( Muay thai ) ที่มีวิธีการต่อสู้ที่ใช้ชั้นเชิงแพรวพราวการเข้าทำคู่ต่อสู้จะใช้กลลวงมากมาย มวยเกี้ยวจะเคลื่อนตัวอยู่เสมอไม่หยุดนิ่ง โดยเคลื่อนตัวไปมาทั้งด้านซ้าย และด้านขวาสลับกัน ทำให้คู่ต่อสู้จับทางมวยยาก มวยเกี้ยวจะมีลีลาท่าทางแคล่วคล่องว่องไว หลอกล่อและหลบหลีกได้ตี มีสายตาดี รุกรับ และออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ได้รวดเร็วฉับพลันกว่า แม้จะไม่รุนแรงเท่ามวยหลักก็ตาม

 

นอกจากมวยหลักและมวยเกี้ยวแล้วยังมีมวยอีกประเภทหนึ่งที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยหลักและมวยเกี้ยวคู่กันไปคือมีทั้งความคล่องแคล่วว่องไวและความรุนแรงในการใช้หมัด เท้าเขา ศอก การเรียกลักษณะของมวยยังมีที่เรียกเป็นอย่างอื่นอีกตามความนิยมของครูมวยแต่ละคน เช่น มวยวงนอก มวยวงใน ซึ่งหมายถึงมวยที่ถนัดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น มวยวงนอกดี หมายถึงมวยที่ถนัดอยู่ห่างอาวุธเตะ ถีบ ฉาบฉวย หลอกล่อ หาจังหวะเข้าทำแล้วหนีได้อย่างฉับพลัน ใช้ไม้ยาวหรืออาวุธยาวได้ดี มีความแคล่วคล่องว่องไว เฉลียวฉลาดดี แต่เมื่อเข้าวงใน หรือปล้ำตีเข่าและศอกมักจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

 

 มวยไทย ( Muay thai ) มีการไห้คะแนนตามหลักเกณฑ์ดังนี้

 

- เมื่อนักมวยได้ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอาวุธ มวยไทย ( Muay thai )  กระทำถูกร่างกาย คู่แข่งขันโดยถูกตามกติกา มีแรงส่ง ถูกวัตถุประสงค์ และคู่ต่อสู้ไม่สามารถที่จะป้องกันได้

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขัน ได้มากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่งขันได้หนักหน่วง รุนแรง แจ่มแจ้งกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำถูกคู่แข่ง จนเกิดความบอบช้ำมากกว่า เป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่เป็นฝ่ายรุกเข้ากระทำมากกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่มีชั้นเชิงในการ รุก รับ หลบหลีก ตอบโต้ ตามลักษณะ และศิลปะ มวยไทย ( Muay thai ) ได้ดีกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

- นักมวยที่ทำผิกกติกาน้อยกว่าเป็นผู้ชนะในยกนั้น

 

การไม่ได้คะแนน มีดังนี้

 

- นักมวยที่ใช้อาวุธ มวยไทย ( Muay thai ) กระทำผิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง

- กระทำไปถูกแขน ขา ของคู่แข่งในลักษณะการป้องกันตัว

- กระทำถูกคู่แข่งแต่เบา ไม่มีน้ำหนักส่งจากร่างกาย

- เตะไปแล้วถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาเหวี่ยงลงกับพื้น ให้จัดว่าข้างที่เตะได้คะแนน ถ้าหากข้างที่เตะถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาได้แล้วแกล้งทิ้งตัวลงกับพื้นถือได้ว่าเป็นการทำผิดกติกาในกรณีนี้ จัดว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้คะแนน

- การเหวี่ยงคู่แข่งขันให้ล้มลงโดยไม่ได้ใช้อาวุธอื่น

- การไห้คะแนนในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay thai ) นั้น มีการไห้เป็นตัวเลขครับแม้กระนั้นจะมีการไห้เป็นยก ครับโดยดูจากภาพรวมของการแข่งขันในแต่ละยก

 

 มวยไทย ( Muay thai )  ( Muay thai ) มีหลากหลายสายหลายประเภทและหลายท่ามาก หลายๆ คนอาจะไม่รู้จัก หรือลืมไปแล้วด้วยซ้ำ หากอยากเรียน มวยไทย ( Muay thai ) จริงๆ ก็สามารถติดต่อเรามาได้ “เจริญทอง  มวยไทย ( Muay thai )  ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ufafeversport

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับ มวยไทย ( Muay thai )

หุ่นสวยด้วย มวยไทย ( Muay thai )  เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

กีฬาที่ออกกำลังกายแล้วเอาไขมันออกมาที่สุด

ใครๆ ก็อยากออกกำลังกายทั้งนั้น และตอนนี้เมืองเปิดแล้ว ใครอยากเรียน มวยไทย ( Muay thai ) บอกได้เลยว่าขอแนะนำ เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ไขมันกระจุยหายไปเลย

 

     ต้องยอมรับว่า มวยไทย ( Muay thai ) กำลังเป็นสุดยอดเทรนด์ที่กำลังมาในช่วงนี้สำหรับการออกกำลังกาย ใครที่รู้สึกอัดอั้นมานานจากการปิดเมือง ณ วันนี้เราสามารถทำการออกกำลังกายตามสถานที่ต่างๆ ได้แล้ว วันนี้ขอยกตัวอย่างว่า การออกกำลังกายแบบไหนที่จะพาทุกคนหุ่นดี กีฬาแบบไหนที่จะทำให้ไขมันเราหายไป

 

วิ่ง

     หลายคนเลือกการ “วิ่ง” เป็นวิธีออกกำลังกายเพื่อการลดน้ำหนัก เพราะได้ผลเร็ว เราขอแนะนำให้คุณวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมง จะเบิร์นไขมันได้ถึง 755 kcal เลยทีเดียว แต่การเบิร์นไขมันด้วยการวิ่ง ช่วยให้ผอมไวก็จริง แต่หากเราวิ่งในลักษณะเดียวกันมาสักระยะหนึ่ง น้ำหนักและการเผาผลาญในร่างกายก็จะเริ่มคงที่ ดังนั้นการวิ่งต้องเปลี่ยนรูปแบบจากวิ่งปกติ ให้เร่งความเร็วในตอนท้าย

 

ชก มวยไทย ( Muay thai )

     เห็นแบบนี้ การออกกำลังกายแบบ มวยไทย ( Muay thai ) กำลังได้รับความนิยมมาก เพราะเดี๋ยวนี้สาวๆและหนุ่มๆ หวังผลกับการออกกำลังกายที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ ศิลปะป้องกันตัว มาเข้าเรื่องดีกว่า มวยไทย ( Muay thai ) ในการออกกำลังกายแต่ละครั้งจะใช้พลังมากเป็นพิเศษ เพราะต้องขยับตัวตลอดเวลา และใช้พละกำลังในการปล่อยอาวุธในแต่ละท่า ทำให้สามารถช่วยเบิร์นไขมันของคุณออกไปแบบไม่รู้ตัวเลย ทำให้ มวยไทย ( Muay thai ) สามารถเบิร์นได้ถึง 800-1000 kcal แบบตกใจมากต้องไปลองนะครับ

 

กระโดดเชือก

     จัดเลย กระโดดเชือก สุดยอดแห่งการลดน้ำหนัก เห็นมันง่ายๆ แบบนี้นะ แต่ไขมันที่เรามีอยู่บอกได้เลยว่า หายไปในพริบตา อาจจะฟังดูเว่อร์ แต่ไม่เว่อร์นะครับ ถ้าเราทำติดต่อกันหลายครั้ง ทำติดต่อกันเป็นประจำ การกระโดดเชือกนี่แหละจะเป็นตัวที่ทำให้ไขมันกลับมากระชับได้ดี อย่างใน  มวยไทย ( Muay thai ) นักมวยก็มีการกระโดดเชือกด้วยเช่นกัน

 

ว่ายน้ำ

     กีฬาในน้ำที่เย็นสบายกันบ้าง นั่นก็คือ การว่ายน้ำ ซึ่งเป็นกีฬาหนึ่งที่นิยมกันมากในการเฟิร์มรูปร่างให้กระชับทุกสัดส่วน เพราะในน้ำมีแรงต้านมากกว่าบนบก จึงช่วยเบิร์นไขมันชั่วโมงละ 528 – 730 kcal ข้อดีของการว่ายน้ำคือ น้ำจะช่วยพยุงร่างกายของเรา ทำให้ช่วยลดแรงกระแทก ทั้งยังเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักมากและผู้สูงอายุ

 

     เราแนะนำกีฬาที่ออกกำลังกายแล้วไขมันของเราจะหายเร็วมาก ทั้งนี้ถ้าอ่านแต่บทความน้ำหนักของเราก็ไม่ลดหรอกครับ ถ้าเราไม่ทำกันจริงๆ กีฬาที่เราแนะนำไปเบิร์นไขมันดีก็จริง แต่ต้องควบคู่ไปกับการคุมอาหารที่ดีด้วย สุขภาพสำคัญนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

- อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

- MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก trueid

มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

มวยไทย กับการต่อสู้แบบโดนรุม

ตื่นเต้นมากที่เห็นฉากในหนัง แบบพระเอกเจอคนร้ายล้อมไว้แล้วจะมารุมทำร้ายพระเอก แนวคิดนี้ทำให้เกิดความสงสัยมาโดยตลอดว่าหากเป็นเราจะมีวิธีสู้แบบไหนบ้าง วันนี้มาดูเทคนิคสู้แบบ มวยไทย ( Muay thai ) แบบโดนรุม

 

การต่อสู้ที่เป็นที่กล่าวกันทั่วโลกก็คงหนีไปไหนไม่พ้น มวยไทย ( Muay thai ) ศิลปะป้องกันตัวที่อันตราย รุนแรง และอาจจะทำให้ถึงตายได้หากเราใช้เป็น แต่ศิลปะพวกนี้ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าป้องกันตัว ซึ่งการป้องกันตัวจากการโดนทำร้าย ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งต่อหนึ่ง หรือ โดนรุม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ให้ตัวเองเจ็บมากที่สุด เรามาดูเคล็ดลับ สู้แบบโดนรุมกัน

 

 เปิดก่อนแล้วเปิดให้หนัก 

เริ่มเปิดก่อนแรงๆ แบบ Surprise ตอนที่คู่ต่อสู้ยังประมาท แล้วหวังให้สลบไปเลยก็ดี หากเราลดจำนวนได้ดีและเร็ว ก็ถือว่าเป็นการลดคู่ต่อสู้ จาก 4 เป็น 3 ตามจำนวนคน การต่อสู้ คือ การที่คู่ต่อสู้ยังไม่สร้างโครงสร้างการตั้งรับ ดังนั้น ไม่ต้องไปกลัวว่าเราจะไม่เป็นลูกผู้ชายที่ชิงเปิดก่อน เพราะพวกมันก็ไม่เป็นลูกผู้ชายแต่แรกแล้วที่คิดจะมารุมเรา

 

เคลื่อนที่ตลอดเวลา 

เคลื่อนไหวตลอดเวลาพยายามอย่าให้โดนล้อม และควรเคลื่อนไหวอย่างมีชั้นเชิง ตำแหน่งตัวเองอย่าให้ถูกดันเข้ามุมอับ เพราะฉะนั้นควรเคลื่อนไหวไปด้วย และมองสิ่งรอบๆ ไปด้วย มวยไทย ( Muay thai ) สิ่งที่ต้องมีเลยคือ การเคลื่อนไว สายตาไว และการมองเห็นต้องดี อย่าให้โดนล้อมเด็ดขาด ซึ่งหากเราพยายามเคลื่อนไหวและมีการรับรู้สภาพแวดล้อมและตำแหน่งของคู่ต่อสู้ตลอดเวลาจะดีมาก

 

สร้างแรงบวก

การสร้างแรงบวก สำคัญมากมันคือความคิดเรานั้นเองหากเราคิดว่าเราจนมุมแล้วเราแพ้แล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือการแพ้แบบยังไม่ได้สู้ เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องความคิด จิตวิทยาจะต้องมีอยู่แล้ว เคยได้ยินไหมครับว่า ความคิดสามารทำอะไรได้มากกว่าที่เราคาดหวังไว้  ใน มวยไทย ( Muay thai ) ก็มีเรื่องพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้องเช่นกัน

 

หนีเมื่อมีจังหวะ

เรื่องจริงเราคงไม่ต้องไปสู้จนหมดทุกคนหรอก พละกำลังเราไม่เท่ากับ นัก มวยไทย ( Muay thai ) หรือ คนต่อสู้แบบมืออาชีพ ในระหว่างการต่อสู้นั้นหากมีจังหวะเมื่อไหร่ให้เราควรหาช่องทางหนีทันที ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสู้ เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเอาตัว รอดจากสถานการณ์นั้นให้เรากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

 

เอาจริงๆ การต่อสู้แบบรุมนี้เกิดขึ้นได้ยากมาก น้อยมาก แต่หากมันเกิดขึ้นกับเราจริงๆ เราจะทำอย่างไรให้ผ่านตรงนี้ไปได้ สุดท้ายนี้ หากใครอยากมีพื้นฐาน ต่อยมวย เรียนมวย สามารถติดต่อเรามาได้ตลอดเลยนะครับ เราจะสอนพื้นฐานการต่อสู้อย่างดี

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ignitefightclub

 

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

อันตรายจากการ ชกมวย ลดการบาดเจ็บแค่ป้องกันให้ถูก

     กีฬาชกมวยเป็นกีฬาที่คนนิยมทั่วโลก หากจะกล่าวถึงนักกีฬาชกมวยล้วนแต่ผ่านการฝึกฝนอยากหนักและการชกต่างๆบนเวที นักกีฬาชกมวยมักจะได้รับอาการบาดเจ็บตามส่วนต่างๆของร่างกาย แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีรษะนั้นมีความเสี่ยงมาก ๆ แต่นั่นก็แลกด้วยผลตอบแทนที่สูงเช่นกัน

 

ความเสี่ยงในการชกมวย

     มวยเป็นกีฬาที่อันตราย แม้ว่าจำนวนนักมวยที่เสียชีวิตจากการเล่นกีฬาไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ก็ปรากฏว่าอัตราการเสียชีวิตนั้นต่ำกว่าในกีฬาบางประเภทเช่นการแข่งม้าเป็นต้น ความยากลำบากในการค้นหาอัตราการตายที่แน่นอนได้รับผลกระทบจากความแตกต่างในการควบคุมระหว่างมวยมือสมัครเล่นและมืออาชีพ, มวยที่ผิดกฎหมาย, วิธีการทำงานของหน่วยงานทั่วโลก, ขาดการศึกษาระยะยาวและความไม่ถูกต้องทางการแพทย์

 

นี่คืออาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นเนื่องจากการชกมวย

บาดเจ็บที่ศีรษะ

     สมาคมศัลยแพทย์ระบบประสาทอเมริกันกล่าวว่า 90% ของนักมวยรักษาอาการบาดเจ็บที่สมอง มวยอาจมีผู้เสียชีวิตน้อยกว่ากีฬาอื่น ๆ แต่จำนวนนักมวยที่มีความเสียหายในสมองเชื่อว่าสูงกว่าที่บันทึกไว้มาก

 

     เมื่อนักมวยได้พุ่งตรงไปที่ศีรษะมันก็เหมือนกับการถูกลูกบอลโบว์ลิ่ง 13 ปอนด์เคลื่อนที่ที่ความเร็ว 20 ไมล์ต่อชั่วโมงซึ่งมีแรงโน้มถ่วงประมาณ 52 เท่า

 

     การถูกตีที่ศีรษะอาจทำให้กระดูกหักที่ศีรษะและใบหน้าและเนื้อเยื่อถูกทำลายในสมอง สามารถทำลายพื้นผิวของสมอง ทำลายเครือข่ายประสาททำให้เกิดแผลเลือดออกหรือก่อให้เกิดการอุดตันของเลือดภายในสมองได้

 

ความเสียหายร่างกาย

     การบาดเจ็บจากการชกมวยอื่น ๆ ได้แก่ การบาดแผลฟกช้ำฟันแตกปัญหาทางทันตกรรมซี่โครงหักเลือดออกภายในและความเสียหายต่ออวัยวะภายใน

 

บาดเจ็บที่ตา

     แม้ว่าจะได้รับการปกป้องจากกระดูกแข็งด้านข้างดวงตามีความเสี่ยงที่จะถูกกระทบโดยตรงจากด้านล่าง ความเสียหายต่อดวงตาในการชกมวยอาจเกิดจากการสัมผัสโดยตรงหรือจากการกระแทก อาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่จอประสาทตาการปลดจอประสาทตาการตกเลือดที่จอประสาทตาและการบาดเจ็บอื่น ๆ

 

อดีตนักมวยเสี่ยงต่อการเป็นโรคในวัยชรา

     อดีตนักมวยมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคของสมอง พวกเขาอาจมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเช่น Alzheimer's และ Parkinson's สมองของนักมวยมีขนาดเล็กลงและสารสีเทาบนพื้นผิวบางลง ช่องในสมองนั้นใหญ่ขึ้นเนื่องจากการลดลงของสารสีขาวในสมอง

 

     กีฬาทุกประเภทนั้นย่อมมีความเสี่ยงอันตรายต่อร่างกายและชีวิตไม่ว่าจะผลกระทบโดยตรงและผลกระทบทางอ้อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับทักษะของนักกีฬาและการป้องกันของกีฬานั้นๆด้วย

 

      อย่างไรก็ตามเมื่อคุณอยากเล่นกีฬาอะไรหรืออยากเป็นนักกีฬามืออาชีพควรศึกษาและเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมเสมอ เพื่อความปลอดภัยต่อตนเอง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก cities.trueid

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

MMA ศิลปะการต่อสู้แบบผสม VS มวยไทย ศิลปะการต่อสู้ไร้ช่องโหว่

ศิลปะการต่อสู้บนโลกใบนี้ มีไม่กี่ชนิด ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่ เพื่อตั้งรับรูปแบบการต่อสู้ที่ก้าวไวขึ้น ในยุคสมัยใหม่ MMA ก็เช่นกัน คือหนึ่งในรูปแบบการต่อสู้ที่ไม่ได้มีมานมนาน เหมือนศาสตร์อื่นๆ

 

     ศิลปะป้องกันตัวรูปแบบผสม MMA หรือ Mixed Martial Art เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นในยุคสมัยใหม่ เพราะนับวัน ศิลปะการต่อสู้ในโลกยุคใหม่ ยิ่งรับมือยากมากขึ้น เพราะด้วยความหลากหลายของศาสตร์การต่อสู้ ที่เริ่มแพร่กระจายสู่วงกว้าง การตั้งรับทุกศาสตร์การต่อสู้ให้อยู่หมัดที่สุด จึงก่อกำเนิด รูปแบบการต่อสู้ผสมนี้ขึ้นมา

 

     การต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม Mixed martial art ( MMA ) คือ การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย, มวยสากล, ยูโด, มวยปล้ำ, คาราเต้, แซมโบ, บราซิลเลี่ยน,  ยูยิตสู มีทั้งการ ต่อย เตะ ที่เป็นการทำทุกวิถีทาง ให้คู่ต่อสู้ต้องยอมแพ้

 

     ทวีปเอเชีย คือ ถิ่นกำเนิดของศิลปะการป้องกันตัวหลายแขนงมานานกว่า 5,000 ปี ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้, มวยกัมพูชา, มวยไทย, กังฟู, ยูยิตสู, ยูโด, มวยกาลี, มวยปล้ำซุยเจียว, ไอคิโด ตลอดจนศาสตร์การป้องกันตัวอื่นๆ โดยศิลปะการป้องกันตัวแบบผสม ถือเป็นวิวัฒนาการศาสตร์การป้องกันตัวรูปแบบใหม่ ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยังเป็นอนาคตใหม่ของศาสตร์การป้องกันตัวที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นการหลอมรวมการฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัวที่ครบถ้วน ทั้งด้านเทคนิคการปะทะ และการจับยึด ทั้งการป้องกันตัวแบบยืน และการนอน ซึ่งต้องใช้แบบแผนของศาสตร์การป้องกันตัวหลากหลายชนิด นับเป็นเกมกีฬาที่มีทั้งรางวัลล่อใจแก่ผู้ชนะอย่างมาก

 

เงื่อนไขของการชี้ผลแพ้ชนะของการแข่งขัน MMA

 

1. การน็อคเอ้าท์

2. การยอมแพ้

3. การยอมแพ้ด้วยวาจา

4. การยุติการแข่งขันโดยผู้ตัดสิน

5. การยอมแพ้โดยพี่เลี้ยงนักกีฬา

6. การตัดสินของคณะกรรมการ

 

     มวยไทย คือศาสตร์การต่อสู้ที่ไร้ช่องโหว่ เพราะด้วยสมาธิ ที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการฝึก ซึ่งในขณะร่ายรำหรือต่อสู้ จิตใจจะไม่คิดมุ่งร้าย พยาบาท หรืออาฆาต เพียงแต่ตั้งสมาธิอยู่กับการรุก - รับ ในชั้นเชิงแม่ไม้และลูกไม้มวยไทยเท่านั้น  และต้องมีจิตใจที่เคารพคู่ต่อสู้ ไม่ประมาทหรือเหยียดหยามคู่ต่อสู้ เพราะแพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือมีความยิ่งใหญ่อย่างใด เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ ของตนให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด การใช้ความสามารถด้านพลังจิตกับพลังกาย โดยแต่ละคนจะมีพลังจิตหรือกำลังกายมากน้อยต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอย่างตั้งใจและอดทน มวยไทยจึงเป็นกีฬาที่มีความรุนแรง รวดเร็ว แต่แฝงไว้ด้วยทักษะ ลีลาที่งดงาม และไร้ช่องโหว่ ต่อให้ต้องเจอกับศาสตร์การต่อสู้แบบใด มวยไทย สามารถตั้งรับ และรับมือได้อย่างแน่นอน  

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

- เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

ฝึก มวยไทย อย่างไรให้ได้ผลมากที่สุด

การฝึก มวยไทย ( Muay thai )ในบ้านเราอาจเป็นประสบการณ์ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เพราะภายใต้อากาศที่ร้อนอบอ้าว แต่มีความชื้น การซ้อม และอาหาร ล้วนมีความแตกต่าง แม้แต่วิธีการสอนก็ยังไม่เหมือนกันวันนี้จะมาตีแผ่การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) ที่หลายคนอาจถูกมองข้ามไป

 

ก่อนที่จะเริ่มต้น คุณต้องมั่นใจว่าคุณพร้อมเต็มที่ ไม่เช่นนั้นการ ฝึกมวยไทย ( Muay thai ) ของคุณอาจล้มไม่เป็นท่า

 

เตรียมร่างกายให้พร้อม

หากคุณต้องการที่จะประสบความสำเร็จในการฝึก มวยไทย ( Muay thai ) อย่างแท้จริง คุณต้องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมและออกกำลังกายก่อนเสมอ คุณจะได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการวิ่งบนถนน นักมวยไทยจะวิ่งวันละสองรอบ ระยะทางมากกว่า 12 กิโลเมตร โดยปกติการวิ่งในตอนเช้าจะใช้เวลานานกว่าการวิ่งในช่วงบ่าย ดังนั้น คุณต้องเตรียมร่างกายให้ดีก่อนเริ่มวิ่ง

 

ปรับตัวเพื่อรับการฝึกซ้อม

นักมวยไทยมักกระโดดเชือกในช่วงบ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนฝนตก อาจใช้เวลานานถึง 30 นาที ฝึกกระโดดเชือกเป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที เพื่อทำให้ผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าของคุณด้านขึ้น แต่ถ้าหากเกิดแผลแล้ว ให้ปิดด้วยผ้าพันแผล นอกจากนี้คุณจะต้องซิตอัพเยอะมาก ผิวหนังที่เต็มไปด้วยเหงื่อ จะไปสัมผัสกับพื้นผิวอันขรุขระและพื้นผ้าใบ หรือเสื่อออกกำลังกาย ถ้าผิวหนังแห้ง ให้ใช้วาสลีนทาเพื่อลดแรงเสียดทาน

 

เลือกค่ายมวยที่เหมาะสม

ขณะที่คุณเตรียมตัวและปรับสภาพร่างกาย ให้เริ่มหาค่ายมวยที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง ขั้นตอนนี้จะทำให้คุณได้รู้จักค่ายมวยไทยที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณมีจุดประสงค์ในการเรียนมวยไทยเพื่ออะไรก็ตาม คุณต้องหาค่ายที่สามารถช่วยคุณในเรื่องนั้นได้

 

หาทักษะ มวยไทย ( Muay thai ) ที่คุณชื่นชอบ

ค่ายมวยทุกค่ายในประเทศไทยล้วนมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป บางค่ายมีชื่อเสียงในการปล้ำ บางค่ายเก่งเรื่องการเตะ และบางค่ายขึ้นชื่อในการฝึกนักกีฬาอย่างรอบด้าน ควรเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละค่าย และตัดสินใจจากสิ่งที่คุณอยากซ้อมมากที่สุด และดูว่าค่ายนั้นตอบโจทย์คุณได้หรือไม่

 

เตรียมสิ่งของที่จำเป็น

การฝึก มวยไทย ( Muay thai ) คุณต้องมีของใช้ที่จำเป็น เช่น นวม กางเกงมวย ฟันยาง และสนับแข้ง บ่อยครั้งที่ค่ายจะมีสิ่งของเหล่านี้ให้คุณใช้ แต่คงไม่ดีแน่หากต้องใช้แก้วน้ำและฟันยางร่วมกับคนอื่น

 

อย่าหักโหมเกินไป

คุณอาจรู้สึกว่าซ้อมได้เต็ม 100 ในวันแรกของการฝึกฝน แต่ในวันที่สองและสาม ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวดจะมาเยือน แต่หากคุณเป็นกรณีที่ตรงกันข้าม ก็อย่าหักโหม ขอให้ฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถ้าคุณฝืนตัวเอง คุณอาจได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง

 

     หากท่านอยากฟิตร่างกายกับ มวยไทย ( Muay thai ) ขอแนะนำ เจริญทองมวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์ที่มีประสบการณ์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก onefc

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

ศิลปะมวยไทย ที่ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

     คุณอาจจะเคยเห็นบนจอโทรทัศน์ ที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันชกมวย ซึ่งต่อสู้กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน เตะต่อยปะทะกันระหว่างคู่ต่อสู้ วัดความเก่งและความสามารถกันบนเวที แต่ใครหลายคนอาจไม่รู้ว่า มวยไทย นี่แหละคือที่หนึ่งในการออกกำลังกายที่ดีเลย

 

     ศิลปะมวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ประจำชาติ  เป็นมรดกตกทอดมาจากพรรพบุรุษ  สมควรอย่างยิ่งที่คนไทยทุกคนต้องศึกษาหาความรู้และรักษาไว้ตลอดไป  ผู้ที่ได้ศึกษานอกจากจะเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ารักษามรดกทางวัฒนธรรมของชาติไว้แล้ว  วิชามวยไทยยังเป็นวิชาที่ทำให้ผู้เรียนมีร่างกายแข็งแรง  มีไหวพริบในการต่อสู้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตนเอง  มีประโยชน์ในการป้องกันตัวทั้งตนเองและผู้อื่น  และสามารถใช้ประกอบอาชีพได้  การสอนของครูจะต้องอบรมให้ผู้เรียนมีศิลปะในการต่อสู้  มีจังหวะทั้งรุกและรับ  ฝึกให้มีน้ำใจเป็นนักกีฬา  รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย  เคารพผู้อาวุโส  ไม่รังแกคนที่อ่อนแอกวา  ไม่ประมาณคู่ต่อสู้  และมีเลือดนักสู้  ไม่ยอมแพ้อย่างง่าย 

 

การเรียนมวยไทย

     มวยไทย สิ่งที่สำคัญคือการจู่โจมและป้องกันตัวเองจากการชกมวย ศิลปะการต่อสู้สามารถเรียนรู้ได้ทุกคนทั้งชาย หญิง เด็กและผู้สูงวัย ความสนใจในมวยไทยนั้น มีการเติบโตและเริ่มพัฒนาการเรียนรู้ไปสู่ยุโรป อเมริกาและเอเชีย อาจารย์ผู้ฝึกสอนบางทีก็มาจากการเป็นนักมวยหรือแชมป์เก่ามาก่อน ดังนั้นโรงเรียนเหล่านี้จะมีการฝึกฝนโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

 

     การเรียนรู้มวยไทยนั้น เป็นรากฐานที่สำคัญที่นำไปสู่ปัจจุบันจนมีความเจริญไปยังชนบท ซึ่งในอดีตมีชาวต่างชาติได้ทำการฝึกอบรมมวยไทยจนทำเป็นอาชีพ แต่ก็ยังมีชาวต่างชาติบางคนที่มีความสนใจในมวยไทยแต่มีปัญหาทางด้านภาษาและการสื่อสาร ในบางครั้ง แต่ประเทศไทยในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงการสื่อสารด้านภาษาเพื่อการเข้าถึงของคนต่างชาติมากขึ้น จนทำให้มีโรงเรียนสอนมวยไทยมากมายหลายแห่ง ทั้งมวยอาชีพและมวยสมัครเล่น

 

อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบการแข่งขันมวยไทย

     อุปกรณ์สำหรับการแข่งขันสำหรับมวยไทยนั้น จะต้องมีสนามที่ได้มาตรฐาน นาฬิกาสำหรับการจับเวลาโดยให้สัญญาณ ตีฆ้องหรือระฆัง นวมชก น้ำมันมวยและอุปกรณ์อื่นๆเพิ่มเติมสำหรับนักมวย กางเกงของนักมวยขาสั้น ทั้งสีแดง และสีน้ำเงิน ผ้าคาดเอว เป็นต้น มวยไทยสามารถแบ่งออกเป็นสองหมวดหลักได้คือ เป็นมวยที่มุ่งเน้น ในเรื่องของความระมัดระวังและความอดทน ซึ่งปัจจุบันนั้นหายากมาก สำหรับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น มวยเทวดา เป็นการใช้ลูกเล่นในการต่อสู้ที่แพรวพราว และสามารถจับทางคู่ต่อสู้ได้อยู่หมัด ซึ่งนับว่าเป็นคู่ต่อสู้ของนัก มวยที่น่ากลัวยิ่ง

 

กฎข้อบังคับการแข่งขันมวยไทย

     การแข่งขันมวยไทย จำนวนยกในการแข่งขันทั้งหมดมี 5 ยก ยกละ 3 นาที พักระหว่างยก 2 นาที จะไม่มีการเพิ่มรอบโดยไม่ได้รับอนุญาต นักมวยจะต้อง ใช้นวมขนาดไม่น้อยกว่า 6 ออนซ์ (172 กรัม) ซึ่งนวมที่สวม ใส่จะต้องไม่ถูกบีบ หรือบดเพื่อเปลี่ยนรูปทรงของนวม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sawadee

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

เทคนิคเข้าวงในแบบ มวยไทย มืออาชีพ

หลายครั้งที่นั่งดู มวยไทย ( Muay thai ) ตามทีวีหรือเห็นในหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ เราจะเห็นการเข้าประชิดตัวกอดคอและตีเข่า แบบนั้นเค้าเรียกว่าคลุกวงใน วันนี้เรามาดูเทคนิคดีๆ เข้าวงในอย่างไรให้มืออาชีพ

 

     มวยไทย ( Muay thai ) มีหลากหลายสาย หลากหลายท่ามาก หากพูดถึงท่าที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือ ท่าที่เข้าวงใน ท่าตีเข่า เป็นท่าที่เข้าถึงตัวและทำให้ศัตรูน็อคเร็ว เพราะอันตรายจากการโดนตีเข้า มีอาการจุกและเจ็บ อาจจะมีถึงขั้นกระดูกซี่โครงหักเลยก็ว่าได้

 

ข้อคำนึงก่อนเข้าวงใน

     การฝึกฝนระยะประชิด สามารถเริ่มได้หลังจากเข้าใจหลักการพื้นฐานของการชกมวยในระยะทางไกลและปานกลาง การโจมตีและการตอบโต้ การป้องกันการเข้าและออกอย่างรวดเร็ว และต้องลดประสิทธิภาพของฝ่ายตรงข้ามให้ได้เร็วที่สุด

 

เทคนิคเข้าวงใน

     การต่อสู้อย่างใกล้ชิดนั้นจำเป็นต้องเรียนรู้และฝึกการเคลื่อนไหวการต่อสู้แบบเดียวกันเป็นเวลานาน ดังนั้นในการดวลตัวคุณไม่ต้องคิดแต่ทำทันที หากนักมวยเริ่มคิดและคำนวณการกระทำของเขาในระยะเวลาอันสั้นเขาก็อาจหลงกลศัตรูได้ และต้องรู้ถึงความชอบของท่ามวยไทยบางคนอาจจะชอบการใช้หมัด บางคนอาจจะชอบศอก บางคนอาจจะชอบตีเข่า เพราะแต่ละคนไม่ได้ชอบเหมือนกันทั้งหมด

 

ความแม่นยำและความเร็ว ต้องมี

     คุณภาพพื้นฐานของนักมวยในระยะประชิดคือ ความแม่นยำและความคมชัดของการเคลื่อนไหว ดังนั้น เขาจึงมีโอกาสได้ใช้ความคิดเริ่มสู้แล้ว ก็ต้องเข้าไวออกไวเหมือนกัน

 

อาวุธที่ต้องใช้บ่อยมากที่สุดในวงใน

- เข่า

     เข่าเป็นอาวุธที่วงในต้องใช้บ่อยที่สุด เพราะการเข้าไปกอดศัตรูก่อนแล้วจึงค่อยแทงเข่านั้นเอง เข่าหากจะใช้ให้ถูกต้อง ต้องดูสถานการณ์ในวงใน มีทั้งเข่าเสียบ เข่าตีกางออกมา  ดังนั้นอาวุธเข่าต้องใช้บ่อยที่สุด

 

- ศอก

     ศอกก็ใช่บ่อยพอๆ กับเข่าเลยด้วย เพราะว่าอะไรรู้หรือไม่ ศอกเป็นตัวแก้ทางมวยเข่าแบบคลุกวงใน เลยด้วย เพราะหากเราโดนกอด แล้วสิ่งที่เราจะสะบัดออกได้ก็คือ ศอกของเรานี้แหละ เป็นที่ดีสุดแล้ว

 

     มวยไทย ( Muay thai ) กับการต่อสู้ต่างๆ มีความแตกต่างกันทั้งนั้น ทั้งความคิดและท่าต่างๆ ที่เราจะเข้าทำ เวลาก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องตัดสินใจ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วการที่เราจะเข้าวงในต้องแพ้ศัตรูแน่ๆ

 

     เป็นไงกันบ้างครับสำหรับการเข้าคลุกวงใน บอกเลยได้ว่า มีเทคนิคดีๆ มานำเสนอให้ทุกคนเห็นได้ชัดเลยว่า การเข้าวงในสำคัญมาก และยิ่งไปกว่านั้น มวยไทย (  Muay thai ) ก็เป็นศิลปะที่ฝึกได้ หากใครอยากเข้าวงในกับผม ก็สามารถโทรมาสอบถามได้เลย ให้เรา เปิดประสบการณ์ มวยไทย (  Muay thai ) ให้กับคุณเลยนะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

- สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

- เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก murmanprokat

 

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

ฝึกทักษะกีฬา มวยไทย เบื้องต้น

     กีฬาที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ มวยไทย ที่ทั้งสาว ๆ และ หนุ่ม ๆ ได้หันมาลองฝึกเล่นและเอามาใช้ออกกำลังกายกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผู้ที่ต้องเริ่มเล่นใหม่ แบบไม่มีพื้นฐานมาก่อน ลองเรียนรู้ตามนี้ดู

 

การตั้งท่าจดมวย

     การตั้งท่าจดมวย หมายถึง การวางเข่า การวางมือให้ถูกต้องตามหลักการฝึก ซึ่งในการจดมวยนั้น ต้องทราบเหลี่ยมมวยด้วย เหลี่ยมมวย หมายถึง การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัด ออกมาให้เห็น โดยปกติมวยจะมี ๒ เหลี่ยม คือ เหลี่ยมซ้าย และเหลี่ยมขวา

 

     เหลี่ยมซ้าย หมายถึง การยื่นหมัดขวาไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าขวายื่นไปข้างหลัง หมัดซ้ายชิดคาง เท้าซ้ายอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย โดยให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าซ้าย ระยะห่างของเท้าทั้งสองข้าง ๑ ช่วงตัว สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา 

 

     เหลี่ยมขวา หมายถึง การยื่นหมัดซ้ายไปข้างหน้าสูงเหนือระดับหางคิ้ว ในขณะที่เท้าซ้ายยื่นไปข้างหลัง แขนซ้ายขนานกับลำตัว หมัดขวาชิดคาง เท้าขวาอยู่ด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ไม่เกร็งปล่อยตัวตามสบาย ให้น้ำหนักอยู่ที่เท้าขวา สายตามองผ่านมือไปยังคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

 

การวางตำแหน่งอวัยวะ

การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย หมายถึง การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว

     การกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือให้นิ้วมือทั้ง ๔ เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง ๔ นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

     เป็นทักษะพื้นฐานของกีฬามวยไทยที่มีอยู่มากมายหลายแบบ ซึ่งครูมวยต่างๆ ได้คิดค้นขึ้นมาใช้ และได้นำมาเขียน หรือบันทึกไว้ เพื่อประโยชน์ ในการเรียนการสอนวิชามวยไทยในปัจจุบัน

ศิลปะการใช้หมัด เช่น หมัดตรง หมัดตัด หมัดตวัด หมัดเสย

ศิลปะการใช้เท้า แบ่งออกเป็น การเตะ และการถีบ สำหรับการเตะนั้น  เช่น เตะตรง เตะเฉียง เตะตวัด เตะกลับหลัง ส่วนการถีบ เช่น ถีบตรง ถีบข้าง ถีบกลับหลัง

ศิลปะการใช้เข่า เช่น เข่าตรง เข่าเฉียง เข่าตัด เข่าโค้ง เข่าลอย

ศิลปะการใช้ศอก เช่น ศอกตี ศอกตัด ศอกงัด ศอกพุ่ง ศอกกระทุ้ง ศอกกลับ

 

     การนำเอาศิลปะแม่ไม้มวยไทยเหล่านี้ไปใช้ให้ได้ผลดีย่อมขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ความชำนาญ และความมีไหวพริบ จึงจะได้รับประโยชน์สูงสุด

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sport.wu

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

สร้างแรงบันดาลใจในการทำSixpack

สร้าง   Sixpack ยากมากแต่เราจะมาบอกถึงแรงบันดาลใจในการสร้างมันกันรู้ว่ามันยากแต่ยังไงเราก็ทำได้ เหมือนคนทั่วๆไป อาจจะมีท่ามวยมาผสมและ เคล็ดลับต่างๆมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าSixpackไม่ยากอย่างที่คิด

 

รู้จักซิกแพคให้ดีก่อนว่าเป็นกล้ามเนื้อแบบไหน

ก็คือกล้ามเนื้อมัดหนึ่งในร่างกาย ที่อยู่บริเวณหน้าท้อง เหมือนกล้ามแขน กล้ามขา กล้ามหน้าอก มีลักษณะเป็นลูกๆ ไม่ใช่แค่ 6 ลูกอย่างเดียว แต่สามารถมีได้ทั้ง 4, 6 และ 8 ลูก และจริงๆแล้วทั้งหมดเป็นกล้ามเนื้อก้อนเดียว แต่มีเส้นเอ็นที่แบ่งตรงกลางและแนวขวาง ทำให้ออกมาเป็นหน้าตาอย่างที่เราเห็น

 

ขจัดความเชื่อที่ผิดๆเกี่ยวกับซิกแพค

ทีนี้พอเรารู้ว่าซิกแพคเป็นกล้ามเนื้อ ดังนั้นการที่จะมีซิกแพคคือเราต้องออกกำลังกายหน้าท้องเพื่อให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น แล้วรู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเราทุกคนมีกล้ามเนื้อซิกแพคกันอยู่แล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าเราโดนไขมันหน้าท้องบดบังไว้อยู่ใต้พุง หมายความว่า ถ้าอยากมีสิ่งนี้สิ่งที่สำคัญกว่าการสร้างกล้ามเนื้อก็คือ การเอาไขมันออก ซึ่งการออกกำลังกายที่เผาผลาญไขมันได้ดีที่เรียกว่าการคาร์ดิโอนั่นเอง

 

คาร์ดิโอเพื่อลดไขมันดีที่สุด

 

ที่สำคัญที่สุดในการมีซิกแพคคือคุณต้องมีปริมาณไขมันในร่างกายน้อยมากพอที่จะไม่มีอะไรมาบดบังกล้ามเนื้อหน้าท้องของคุณ และวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับการเบิร์นไขมันเราเรียกว่า คาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายแบบแอโรบิค

 

ทานโปรตีนให้เพียงพอต่อการสร้างกล้ามเนื้อ

 

นอกจากการออกกำลังกายและการพักผ่อนแล้ว สิ่งที่สำคัญสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อนั่นก็คือการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะเรื่องของโปรตีน เพราะร่างกายจะเอาโปรตีนนี่แหล่ะไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อและสร้างให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับผู้ที่ฟิตร่างกายสร้างกล้ามเนื้อแล้ว ควรจะได้รับโปรตีน 1.5 - 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

 

ตั้งเป้าหมาย

 

เชื่อว่าหลายคนคงมีเป้าหมายว่าอยากที่จะมีซิกแพค แต่บางทีก็ยังนึกภาพตัวเองไม่ออกว่าตัวเราเองตอนที่มีซิกแพค จะรูปร่างเป็นอย่างไร การมีตัวแบบไม่ใช่เรื่องผิด แถมดีซะอีก เพราะจะช่วยให้เรามองเห็นเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นว่าเราอยากมีรูปร่างแบบไหน การเห็นเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรมจะช่วยให้คุณมีแรงใจในการต่อสู้และพยายามเพื่อซิกแพค มากกว่าแค่คิดไปลอยๆ อย่างแน่นอน

 

ทุกคนล้วนสามารถสร้าง ซิแพค ขึ้นมาเองได้ทั้งนั้นขอแค่มีความตั้งใจและการเล่นที่ถูกต้องเพียงเท่านี้ เจ้ากล้ามหน้าท้อง ที่เราอยากได้ก็จะขึ้นมาเอง ช่วงแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยแต่พอทำไปเลื่อๆจะชินไปเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย ก็สร้าง Six Pack ได้

หาความแข็งแรงได้ด้วยการเรียน มวยไทย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

เตะเจาะยางอาวุธมวยที่รุนแรง

มวยไทย ( Muay thai ) อาวุธลูกเตะเจาะอย่างถือได้ว่าเป็นอาวุธที่หน้ากลัวที่สุด ส่วนตัวผมคิดว่าการเตะแบบนี้ ทำให้คู่ต่อสู้หมดแรงและยอมแพ้ไปเองไม่ถึงกับน็อค เรามาดูกันว่าทำยังไงเตะเจาะยาง

 

การฝึกลูกเตะจะเริ่มจากการเตะกระสอบทราย

กระสอบทราย สามารถเป็นตัววัดได้ว่าเราเตะได้แรงและเตะได้เร็วขนาดไหน หากอยากเตะให้แรงก็ต้องเริ่มจากท่าแบบนี้ละครับ

 

การเตะ

หมายถึง การใช้เท้าเป็นอาวุธในการต่อสู้มวยไทย ใช้ได้ดีเมื่อเป็นฝ่ายรุก หรือสกัดการรุกของคู่ต่อสู้ เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุด เป็นอาวุธที่ยาวที่สุด ในร่างกายของมวยไทย
การเตะ มี 4 ประเภท  เตะเฉียง  เตะตัด  เตะตรง  เตะตวัดหลัง

 

เริ่มโดยการฝึกท่ายืน

ก่อนจะลงแข้งได้หนักหน่วงเราต้องยืนอย่างถูกวิธีกันก่อนครับ

1.ให้ยืนปลายเท้าทั้งสองห่างกันเท่ากับไหล่หรือขนานกับไหล่ทั้ง 2 ข้าง

2.เขย่งปลายเท้าทั้งสองข้าง ให้ปลายเท้าสองหันขี้ไปด้านหน้า

3.ยืนเอียงตัว วางน้ำหนักให้เท้าหน้า(หรือเท้าซ้าย) เท้าหลัง(เท้าขวา)คืออาวุธที่ปล่อยออกไป (อยู่ในท่าการ์ดมวยที่เท้าซ้ายอยู่หน้า แล้วแต่ถนัดของบุคคล)

4.เท้าหน้า จะเป็นจดหมุนที่ตรึงอยู่กับพื้นหมุนได้ตามแรงเหวี่ยงที่จะเตะ

 

แล้วเตะเจาะยางต้องเล็งตรงไหน

ขาพับด้านในและด้านนอก หรือต้นขา ตรงนี้เป็นตรงที่เรียกได้ว่าหากใครโดนไปแล้วละก็ จะถูกเจาะและมีอาการปวดแสบ ไม่อยากเดินหมดแรงขาไปเลย  คู่ต่สู้จะต้องระวังส่วนนี้เป็นพิเศษ หากโดนเข้าไปแล้วโดนซ้ำเข้าไปอีก บอกได้ลยถึงกับต่อยต่อไม่ได้เลยนะครับ

 

เตะเจาะยางคือการเตะตัดขาตรงน่องของคู่ต่อสู้ซึ่งทำให้ยกขาไม่ขึ้นเสมือนว่ายางแตกเพราะล้อถูกปล่อยลมออก ซึ่งสาเหตุที่การเตะเจาะยางทำให้คู่ต่อสู้ยกขาไม่ขึ้นนั้นก็เพราะว่าเป็นการเตะแบบเล็งเป้าที่เจาะจงทำให้ความรุนแรงเข้มข้นขึ้นในพื้นที่แคบๆมากกว่าการเตะกลางลำตัวแบบทั่วไป

แม้ว่าท่าเตะเจาะยางดูไม่หวือหวาแต่ที่จริงแล้วเป็นวิธีต่อสู้ที่รุนแรงมากวิธีหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์วิธีสู้กับคนตัวใหญ่กว่า และเป็นอาวุธที่นักมวยไทยใช้คว่ำคู่ต่อสู้ระดับโลกชาวต่างชาติมาแล้วหลายคน

 

หากใครอยาก เรียน มวยไทย ( Muay thai ) ก็สามารถทักมาหาเราได้เลยนะครับ จะมีครู มวยไทย ( Muay thai ) ที่สอนหลายท่าเลย ทั้งเตะเจาะยางที่เหมือนบทความนี้ หรือ ท่าอื่นๆก็ย่อมได้นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

ชกมวยไม่ได้เก่งเเค่การป้องกันตัว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

เทคนิควิชาการต่อสู้ ที่ร้ายกาจที่สุด

ศิลปะการต่อสู้ในโลกนี้นั้นมีอยู่มากมาย หลายแขนง บางวิชาอาจยังไม่เป็นที่รู้จัก หรือเป็นที่รู้จักบ้างแล้วก็มี ยังคงมีศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่น ที่นับว่าอันตรายและร้ายกาจไม่แพ้ไปกว่ากีฬามวยไทยอย่างยิ่ง

 

     เราเป็นคนไทย แน่นอนว่าต้องไม่ลืมที่จะสืบทอดศิลปะการต่อสู้ของศิลปะแม่ไม้มวยไทย ให้แพร่หลายออกไปให้ได้มากที่สุด แต่ความร้ายกาจของศิลปะการต่อสู้ ไม่ได้มีดีแค่มวยไทย ยังมีศิลปะการต่อสู้แบบอื่น หรือชนิดอื่น ที่เรายังไม่อาจรู้จักพิษสงของความน่ากลัวของศาสตร์นั้นเลย วันนี้ เราจะพาไปแนะนำให้รู้จักกับศิลปะการต่อสู้ชนิดอื่น ที่รับรองได้ว่า ร้ายกาจไม่แพ้มวยไทยเลยทีเดียว

 

กังฟู

     กังฟู กายและใจรวมกันเป็นหนึ่งเดียว กังฟู เรียกได้ว่าเป็นศิลปะการต่อสู้จีนอย่างหนึ่ง สามารถแบ่งออกเป็นหลายพรรคและหลายแบบ ยกตัวอย่างเช่น หมัดใต้เท้าเหนือ, กระบองใต้หอกเหนือ และยังมีวิทยายุทธเส้าหลิน, อู่ตังเหมิน, กระบี่ไท้เก๊ก หรือมวยหย่งชุน เป็นต้น

 

มวยหย่งชุน

     มวยหย่งชุน หรือวิงชัน เป็นศิลปะป้องกันตัวแบบประชั้นชิดที่ใช้การรุกและการรับอย่างต่อเนื่องไปพร้อมๆ กัน ต้นกำเนิดของหย่งชุนมาจากเมืองจีนทางตอนใต้ ออกแบบมาเพื่อให้คนที่ตัวเล็กหรืออ่อนแอกว่า รับมือกับคนที่แข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แตกแขนงมาจาก กังฟู โดยผู้เผยแพร่ชื่อดัง อาจารย์ยิป หรือยิปมัน อาจารย์ตำนานดารากังฟูผู้ไม่มีวันตายชื่อดัง บลู๊ซลี นั่นเอง

 

     จุดหลักของมวยหย่งชุน คือการเน้นท่ายืนที่แข็งแรง คล้ายกับต้นไผ่ที่มีลำต้นที่แข็งแรง แต่มีความยืดหยุ่นและอ่อนไหวไปตามลม มีรากที่มั่นคง แต่โครงสร้างของแต่ละท่า สามารถหันเหและเปลี่ยนจุดมุ่งหมายตามแรงปะทะของคู่ต่อสู้ โดยที่เราไม่ต้องออกแรงมากในถ้ายืน แขนทั้ง 2 ข้าง ต้องอยู่ระหว่างกลางของลำตัว เพื่อป้องกันใบหน้า และอวัยวะที่เป็นจุดอ่อนของร่างกาย มวยหย่งชุนเป็นมวยที่อาศัยความแม่นยำ เรียบง่าย และรวดเร็ว ในการเอาชนะคู่ต่อสู้ภายในเวลาที่น้อยที่สุด

 

มวยไท้เก๊ก

     มวยไท้เก๊ก เป็นศิลปะการต่อสู้อย่างหนึ่งของจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากมวยไท้เก๊ก เน้นการฝึกเพื่อบำบัดโรคและรักษาสุขภาพ ทั้งยังช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน จนทำให้เป็นที่ชื่นชอบและแพร่หลายกันในหมู่คนต่างชาติ รวมถึงคนไทย มวยไท้เก๊กนั้นมีทั้งหมด 108 กระบวนท่า เป็นท่ารำที่อ่อนช้อยและวิธีการหายใจ ซึ่งเป็นผลดีต่อระบบการทำงานของปอดและหัวใจ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

 

MMA ( Mixed Martial Arts )

     ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบผสม คือ การต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย, มวยสากล, ยูโด, มวยปล้ำ, คาราเต้, แชมโบ, บราซิลเลี่ยน, ยูยิสสู มีทั้งการเตะต่อย และการทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ ถือว่าเป็นการต่อสู้แขนงรวมที่ร้ายกาจ แขนงหนึ่ง

 

มวยไทย

     ความร้ายกาจของกีฬามวยไทย นับว่าเป็นที่น่าเกรงขามที่สุด เพราะต่อให้ต้องเจอกับศิลปะการต่อสู้ประเภทใด มวยไทย สามารถตั้งรับ และรุกได้ทั้งสิ้น มวยศาสตร์ MMA เอง ก็ยึดมวยไทยเป็นขาหลักเช่นกัน มวยไทย เป็นศิลปะการต่อสู้จากประเทศไทย ที่ใช้หมัด, ศอก, แขนท่อนล่าง, เท้า, แข้ง, เข่า, ฝ่ามือ,  ฝ่าเท้า, ศีรษะ, ลำตัวในการต่อสู้ และยังมีประเทศเพื่อนบ้านที่ยึดต้นแบบการต่อสู้ของชาติเรา ให้คล้ายๆ กัน นั่นก็คือ ประเทศกัมพูชา พวกเขาเรียกกันว่า ประดั่ญเซเรีย ( Pradal Serey ) หรือขอมมวย ส่วนประเทศลาว เรียกกันว่า มวยลายลาว ( มวยเสือลากหาง ) นั่นเอง

 

     คงไม่มีกีฬาชนิดใดจะน่าฝึกและได้ประโยชน์ที่สุด ไม่พ้น กีฬามวยไทย มาออกกำลังกายด้วยมวยไทย เพื่อสืบทอดศิลปะการต่อสู้แบบไทยๆ และเพื่อสุขภาพกันเถอะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

- คุณค่าของการเรียน มวยไทย

ชกมวยไม่ได้เก่งเเค่การป้องกันตัว

ชกมวยไม่ได้เก่งเเค่การป้องกันตัว

พูดถึงเทรนด์การออกกำลังกายใหม่ ที่ผู้หญิงก็สามารถฝึกความแข็งแรงของร่างกายได้ด้วยการสวมนวม ขึ้นสังเวียนชกกับเทรนเนอร์หุ่นล่ำที่ถือเป้าล่อ หรือกระสอบทราย ไม่ได้ฝึกชกไปขึ้นเวทีมวยที่ไหนให้เจ็บตัว

 

1. มวยไทย ( Muay Thai ) ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

 

เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว การทำงานประสานกันของอวัยวะ ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว และยังสามารถเบิร์นไขมันได้ถึง 13 แคลอรี่ใน 1 นาที การออกกำลังกายด้วยการชกมวยทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้ตั้งแต่ 200-400 แคลอรี่ในเวลาครึ่งชั่วโมง, ขึ้นสังเวียนชกมวย 30 นาทีเบิร์นได้ 400 แคลอรี่, ชกกระสอบทราย 30 นาที เบิร์นได้ 200 แคลอรี่, ชกกับคู่ซ้อม 30 นาทีเผาผลาญได้ 300 แคลอรี่

 

 

2. มวยไทย ( Muay Thai ) เผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

 

การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training (การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง) เพราะการขึ้นชกใน 1 ยกคือการใช้ร่างกายไปถึงระดับสูงสุด และการพักระหว่างยกคือการทำให้ร่างกายฟื้นตัวจากความอ่อนล้าได้เร็วขึ้น เป็นทั้งการออกกำลังกายแบบที่ผสมผสานเผาผลาญพลังงานการใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเข้าด้วยกัน การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

3. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้หน้าท้องแบบราบ

 

อยากมีซิกแพคชัดๆ ลองเลิกซิทอัพแล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะการชกมวยจำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพกเพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้น และเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

 

4. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยคลายเครียด

 

เมื่อต้องเผชิญกับสารพัดปัญหามาทั้งวัน หรือทะเลาะกับแฟน ไม่พอใจเจ้านาย ลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงาน รู้สึกหงุดหงิดจวนระเบิด ก็เป็นการดีหากได้ขึ้นสังเวียนต่อยใครสักคน หรือชกกระสอบทรายระบายอารมณ์ออกมาบ้าง ฮอร์โมนต่างๆ ที่หลั่งออกมาระหว่างการใช้แรงจะส่งผลในทางที่ดีต่อร่างกาย การต่อยมวยจึงเป็นการระบายความเครียดที่ได้ผลและดีต่อสุขภาพ รวมไปถึงสารเอ็นดอฟีนที่หลั่งออกมาก็ช่วยให้มีความสุขขึ้นด้วย

 

 

5. มวยไทย ( Muay Thai ) ช่วยให้บุคลิกสง่างาม

 

การชกมวยทำให้การใช้สมองและร่างกายทำงานสอดประสานกันได้ดีขึ้น กระตุ้นให้การรับรู้ทางร่างกายทำงานดีขึ้น มีความคล่องตัว เพราะต้องใช้การทำงานที่สอดประสานกันระหว่างตาและมือ ทุกครั้งที่ชกกระสอบทรายหรือชกกับเป้าล่อ ต้องใช้สมาธิในการพุ่งเป้าไปที่การเคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อให้เกิดการจดจำการเคลื่อนไหว ทั้งจังหวะการขยับเท้าและการออกหมัด ท้าทายการทำงานของกล้ามเนื้อและจิตใจไปพร้อมกัน ทำให้มีความคล่องแคล่ว ว่องไว มั่นใจ บุคลิกก็สง่างามไปโดยปริยาย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกำลังกายที่สนุกไม่แพ้เต้นแอโรบิค หรือซุมบ้า แถมได้ประโยชน์สุดเริ่ดมากกว่าที่คิด หากใครสนใจเรียนมวยไทย สามารถมาเรียนกันได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) นะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก wefitnesssociety

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

มวยคาดเชือกที่ผสมผสานไปด้วยแม่ไม้

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

มวยไทย เทรนด์ฮิตออกกำลังกาย

     เทรนด์ฮิตออกกำลังกายด้วย มวยไทย เป็นการออกกำลังกาย ที่ช่วยลดน้ำหนักที่เห็นผลจริง เนื่องจากร่างกายเราได้ใช้พลังงานไปอย่างมาก ทำให้ไขมันที่อยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ถูกใช้ไป ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ กระชับสัดส่วนที่ต้องการได้

 

     "มวยไทย" คือ ศิลปะป้องกันตัวในแบบของไทยแต่โบราณที่สืบทอดกันมายาวนานโดยการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานของร่างกายอย่างมาก นอกจากจะช่วยสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแล้วยังส่งผลให้ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบการหายใจ การทำงานของหัวใจ ปอด หลอดเลือดและกล้ามเนื้อร่างกายยืดหยุ่นดีขึ้น

 

     ผู้ที่คิดจะลดหุ่นหรืออยากจะเรียกความกระฉับกระเฉงให้ร่างกาย ตอนนี้ควรจะมองมวยไทยเป็นตัวเลือกหนึ่ง ที่รับรองว่าถ้าได้ลองแล้วท่านจะแข็งแรงขึ้น ร่างกายจะเผาผลาญเป็นอย่างดี เรียกเหงื่อ ขับของเสียจากร่างกาย และเป็นการฝึกฝนจิตใจให้สงบ มีสมาธิ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดีและกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันเลยทีเดียว

 

ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับท่าเบสิกที่ใช้ในการออกกำลังกายแบบมวยไทยแอโรบิกกันก่อนดีกว่า

1.ท่าหมัดตรง

     เตรียมพร้อมด้วยท่ายืนตรงเท้าอยูห่างกันพอประมาณ กำหมัดท้ังสองข้างไว้ระดับอกเก็บข้อศอกชิดลำตัว ตามองตรงไปข้างหน้า ก้าวเท้าซ้ายพร้อมกับชกมือขวาไปข้างหน้าให้ขนานกับพื้น เปิดส้นเท้าขวาโดยทิ้งน้ำหนักลงที่ขาซ้าย ดึงแขนและขากลับมาในท่าเริ่มต้นแล้วซ้ำสลับข้างอย่างต่อเนื่องเซตละ 15-20 คร้ัง

 

2. ท่าศอกตัด

     ยืนกำหมัดท้ังสองข้างไว้ระดับอกเหมือนท่าหมัดตรงก้าวเท้าขวาไปด้านขวาพร้อมกับเหวี่ยงหมัดซ้ายให้ข้อศอกตั้งฉากกับหมัดขวา บิดลำตัวเล็กน้อยและเปิดส้นเท้าซ้ายทิ้งน้ำหนักที่ขาขวา วางส้นเท้าซ้ายดึงแขนและขากลับสู่ท่าเริ่มต้นเพื่อทำซ้ำสลับข้างเซตละ 15 - 20 ครั้ง

 

3. ท่าถีบ

     กำหมัดทั้งสองข้างตั้งฉากระดับอก แนบแขนชิดลำตัว ตามองตรง จากนั้นงอเข่าเล็กน้อยพร้อมเตะขาไปข้างหน้าให้ปลายเท้าตั้งฉากหรือเท่าที่ทำได้ ทำสลับซ้ายขวา

 

4. ท่าศอกเสย

     ยืนหน้าตรง กำหมัดทั้งสองข้างไว้ใต้คาง เก็บแขนชิดลำตัว จากนั้นก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า เปิดส้นเท้าซ้ายพร้อมยกศอกขวาขึ้น กลับสู่ท่ายืน ทำสลับซ้ายขวา

 

5. ท่าตีเข่า

     กำหมัดทั้งสองข้างตั้งฉากระดับอก แนบแขนชิดลำตัว จากนั้นยกเข่าขวาขึ้นสูง (เท่าที่ทำได้) พร้อม เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย ทำซ้ำอีกข้าง

 

6. ท่าเตะ

     กำหมัดทั้งสองข้างตั้งฉากระดับอก ก้าวเท้าซ้ายมาข้างหน้าพร้อมเตะขาขวาขึ้น หันปลายเท้าชี้มาทางซ้าย บิดตัวเล็กน้อย ทำซ้ำอีกข้าง

 

     เพราะการออกกำลังกายด้วยการชกมวย เป็นการลดน้ำหนักที่เห็นผลจริง เนื่องจากร่างกายเราได้ใช้พลังงานไปอย่างมาก ทำให้ไขมันที่อยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ถูกใช้ไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mgronline

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

มวยคาดเชือกที่ผสมผสานไปด้วยแม่ไม้

มวยคาดเชือกที่ผสมผสานไปด้วยแม่ไม้

เคยดูหนังไทยสมัยก่อนไหมครับ พวกนายทองดี นายขนมต้ม จะมีชุดมวยที่เราเห็นๆกันก็คือ ผ้าขาวม้าแล้วก็มีเชือกคาดถึงศอกเพราะสมัยก่อน ไม่มีนวมไม่มีอะไรเลย เค้าถึงเรียกว่า มวยคาดเชือกไงละ

 

มวยไทย ( Muay thai ) การชกด้วยการคาดเชือกนั้น

 

เมื่อพ้นช่วงจากการทำศึกสงคราม มักจะมีการชกมวยเพื่อความสนุกสนานอยู่เสมอนอกจากนี้ยังมีการเดิมพันด้วยการพนันระหว่างนักมวยที่เก่งกาจจากหมู่บ้านหนึ่งกับนักมวยที่มีฝีมือจากอีกหมู่บ้านหนึ่ง ทำการชกกันในเทศกาลสำคัญๆ หรือในกรณีมีการท้าทายกันเกิดขึ้น   

 

มวยไทย ( Muay thai )  ในสมัยก่อนนั้น ชกกันด้วยมือเปล่าๆ ยังไม่มีการคาดเชือกอย่างสมัยอยุธยาตอนต้น และอยุธยาตอนปลาย การชกกันด้วยการคาดเชือก  คำว่าคาดเชือก คือ เอาเชือกคาดไปถึงข้อศอกแล้วชกกัน   ต่อมาภายหลัง “นวมมวย” ได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย การชกในสมัยต่อมาจึงได้สวมนวมชก และการชกยังคง ออกอาวุธเหมือนเดิม คือ ยังใช้หมัด เท้า เข่า และศอก ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน

 

เอกลักณ์ของ มวยไทย ( Muay thai ) คาดเชือกสมัยก่อน ต้องมีอะไรบ้าง

 

ศิลปะมวยไทย คือ การผสมผสานการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก ซึ่งอาจจะเป็นท่าของการรุก หรือการรับไม้มวยในการต่อสู้ การจะใช้ศิลปะไม้มวยไทยได้อย่างชำนาญ จะต้องผ่านการฝึกเบื้องต้นในการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แต่ละอย่างให้คล่องแคล่วก่อน จากนั้นจึงจะหัดใช้ผสมผสานกันไปทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก และศิลปะการหลบหลีกต่อไป

 

เชิงมวย คือ ท่าทางของการใช้นวอาวุธในการต่อสู้ แบ่งออกเป็นเชิงรุก และเชิงรับซึ่งเชิงมวยนี้ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในศิลปะมวยไทย

 

ไม้เกร็ด คือ เคล็ดลับต่างๆ ที่นำมาปรุงทำให้แม่ไม้และลูกไม้ที่ปฏิบัติมีความพิสดารมากยิ่งขึ้น

 

เพลงมวย หมายถึง การแปรเปลี่ยนพลิกแพลงไม้มวยต่างๆ ต่อเนื่องสลับกันไปอย่างพิสดารและงดงามในระหว่างการต่อสู้ ในอดีตมวยไทยชกกันด้วยมือเปล่า  หรือใช้ด้ายดิบ ที่เรียกว่า คาดเชือก จึงสามารถ ใช้มือในการจับ หัก บิด ทุ่ม คู่ต่อสู้ได้ “นักมวยจึงใช้ชั้นเชิงในการต่อสู้มากกว่าการใช้พละกำลัง  

 

จึงเกิดไม้มวยมากมาย แต่เมื่อมวยไทยได้พัฒนาเป็นกีฬามากขึ้นมีการออกกฎกติกาต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นแก่นักมวย และตัดสินได้ง่าย ไม้มวยที่มีมาแต่อดีตบางไม้จึงไม่สามารถนำมาใช้ในการแข่งขันได้ และบางไม้นักมวยก็ไม่สามารถใช้ได้ถนัดเนื่องจากมีเครื่องป้องกันร่างกายมาก

 

มวยไทย ( Muay thai ) กับ มวยคาดเชือกมีมานานแล้ว หลายๆคนอาจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ หากอยากเรียนมวยไทยจริงๆ ก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลออดเลยนะครับ เราไม่อยากให้ ศิลปะมวยไทย ( Muay thai ) ของเราหายไปและก็ไม่อยากฝห้ใครลืม

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก siamsporttalk

สัญชาตญาณนักมวย

สัญชาตญาณนักมวย

คำว่า สัญชาตญาณ คืออยู่เหนือเหตุผลความรู้สึก หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆว่า สถานการณ์ข้างหน้าเรา เราจะรับมืออย่างไรโดยที่เราได้เปรียบ แต่ผลออกมาอย่างไรนั้นดูอีกที่มาดูกันว่าสัญชาตญาณนักมวยจะเป็นอย่างไร

                                                         

มวยไทย ( Muay thai ) ถือว่าเป็นศิลปะแม่ไม้ ที่เราควรรักษาไว้ จริงๆแล้ว ก่อนที่เราจะมี สันชาติตยานที่แข็งแกร่งเราต้องถูก ฝึกด้วยครูมวย ที่ดีก่อน อยากจะมีสันชาติตยานนักมวย ก็ต้องฝึกกันทั้งนั้น องค์ประกอบนักมวย

 

มีเทรนเนอร์ดี สิ่งแรกคือการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่เทรนเนอร์จะสอนเบสิคเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่งยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

สภาพความฟิต มองดูภายนอกคุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วยการออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก-นั่ง คือแนวทางที่จะทำให้คุณไม่หมดแรงง่ายๆบนเวที

 

ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที นักมวยระดับโลกหลายคน อาทิ มูฮัมหมัด อาลี ,ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ หรือกระทั่งสมรักษ์ คำสิงห์ มีความพิเศษเหล่านี้ ที่นำพาพวกเขาไปสู่ชัยชนะได้

 

พอเราฝึกมวย มาได้สักพักแล้วหากถึงตาที่เราจะต้อง ขึ้นชกแล้วจะต้องงมี สัญชาตญาณอะไรบ้างบนเวทีชก

สัญชาตญาณ การป้องกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักมวยประเภท ‘ไฟท์เตอร์’ เดินหน้าสู้ หรือแนว ‘บ็อกเซอร์’ ที่อาศัยชั้นเชิงเป็นหลัก แต่หากไม่มีการป้องกันตัวที่ดีหรือประมาทเกินไป ก็อาจถูกน็อคได้ง่ายๆ สิ่งสำคัญคือต้องพยามตั้งการ์ดป้องกันให้ได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่บนเวที

สัญชาตญาณ ความเร็ว แม้ว่าน้ำหนักหมัดของคุณจะหนักแค่ไหน แต่หากไม่มีความเร็วหรือช้ากว่าคู่แข่งเพียงแค่หนึ่งสเต็ป คุณก็ไม่มีทางที่จะปล่อยหมัดใส่คู่แข่งได้เลย นี่แหละคือความสำคัญที่ต้องเริ่มจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก

น้ำหนักหมัด การมีหมัดที่หนัก และออกหมัดบ่อยๆบางทีก็ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะหากคู่แข่งป้องกันอย่างถูกวิธี นั่นหมายความว่า แต่ละหมัดที่คุณออกไปนั้น คือกำลังที่สูญเสียไป ฉะนั้น การหาจังหวะในการชก คืออีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้คุณเผด็ดศึกคู่ชก เพราะบางทีแค่หมัดเดียวเน้นๆก็เพียงพอแล้ว

สัญชาตญาณลึกๆในใจ จริงอยู่ที่เทรนเนอร์หรือพี่เลี้ยงจะวางแผนให้คุณก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก แต่เมื่อขึ้นออกไปตะบันกับคู่แข่งบนเวที คุณคือคนที่กำหนดทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

หากใครที่สนใจ ยิมมวยหรือ อยากฝึกมวยไทย ให้เราเปิดประสบการณ์ของคุณนะครับ การเป็นนักมวยหรืออยากลองฝึกมวยไทย ในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อนนะครับ เราสามารถฝึกให้ได้

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

รีดน้ำหนักเร่งด่วนแบบนักมวยถูกวิธี

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

เปลี่ยนหน้าท้องให้เป็นแผ่นเหล็กของนักมวยไทย

     การจะเปลี่ยนหน้าท้องที่มีพุง ให้เป็นเหมือนแผ่นเหล็กนั้น ช่างยากยิ่งนัก เหตุใดส่วนที่ดูบอบบางของร่างกายอย่าง “หน้าท้อง” ถึงสามารถรับแรงกระแทกขนาดนั้นได้ ต้องไปตามกันแล้วว่าเปลี่ยนได้ไหม

 

     มวยไทย ได้รับการยอมรับว่าเป็น ศิลปะการต่อสู้แบบยืนสู้ที่ดีสุดในโลก ด้วย รูปแบบการต่อสู้ที่สนุก เร้าใจ ใช้อาวุธได้ทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก แถมยังสามารถแพ้ชนะกันได้ทุกนาที

 

     ช่วงลำตัวของนักมวย จึงกลายเป็นเป้าขนาดใหญ่ที่ นักสู้บนสังเวียน ต่างฝ่ายต่างพยายามหาเหลี่ยม โจมตีอาวุธ ใส่กัน เพื่อคว้าชัยในการชก นั่นทำให้ กล้ามเนื้อท้องของนักมวยไทย กับนักกีฬาประเภทอื่น มีความแตกต่างกัน

 

เตรียมพร้อมรับแรงกระแทก

     กล้ามท้อง จัดเป็นส่วนที่สำคัญในร่างกายนักชกมวยไทย เพราะนี่คือจุดปราการด่านหน้า ที่มีอวัยวะสำคัญอย่าง กระเพาะอาหาร, ตับ, ไต, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่ อยู่ด้านใน

 

     นอกจากนี้ กล้ามท้อง ยังสัมพันธ์กับระบบหายใจ รวมถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย และการทรงตัว อีกทั้ง  บริเวณท้อง ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ในกีฬามวยไทย ที่ต้องรับแรงกระแทก จากพลังหมัด, ลูกเตะ, ลูกถีบ รวมถึงการแทงเข่า เสียบเข่า

 

     ยิ่งโดยเฉพาะในยุคปัจจุบัน ที่มวยไทยอาชีพประเภท “เข่าแข็งแรง” คลุกตีวงในเก่ง จะมีโอกาสชนะมากกว่า มวยฝีมือ ที่รอดักจังหวะเตะ ต่อย นั่นทำให้ นักมวยไทย เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องโดนปะทะตรงส่วนท้องมากขึ้น

 

เปลี่ยนหน้าท้องเป็นแผ่นเหล็ก

     “การเทรนกล้ามท้องของนักมวยไทย กับ นักเพาะกาย มีความแตกต่างกัน อย่าง นักเพาะกาย จะเน้นไปที่การสร้างโทนท้องให้มีความสวยงาม เห็นกล้ามเนื้อ เส้นเลือดชัดเจน แต่มวยไทย กล้ามเนื้อจะเป็นลักษณะก้อนๆ ซึ่งเกิดจากการถูกต่อย และการเกร็งกล้ามท้องโดยไม่รู้ตัว”

 

     “รูปแบบการเทรนไม่มีอะไรซับซ้อน ใช้การซิท อัพ และเสริมด้วยการ ตีท้อง ทุบท้อง เพื่อให้นักมวยได้ฝึกการเกร็ง การฝึกแบบนี้ช่วยให้เวลาเขาขึ้นไปเวที กล้ามเนื้อจะมีการเกร็งอย่างเป็นธรรมชาติ หายใจได้อย่างเป็นระบบ ถูกวิธี”

 

      โดยทั่วไป นักมวยไทย จะมีการฝึกซ้อมเป็นประจำอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน นอกเหนือจากการฝึก โดยใช้เป้าตีท้อง หรือกำปั้นต่อยท้อง เพื่อให้ กล้ามท้อง ทนทานต่อการรับแรงกระแทก

 

     การฝึกกล้ามท้อง ก็อยู่ในแทบทุกกระบวนการฝึก ตั้งแต่การซิท อัพ, การหมุนตัว (Oblique Twists) การกระโดดเชือก (Skipping Rope) ไปจนถึงการฝึก ตีเข่า, ฝึกเตะ, ฝึกหลบ, ชกเป้า ที่ต่างช่วยเสริมสร้างให้ บริเวณหน้าท้องและด้านข้างแข็งแรง รวมถึงยังทำให้ บาลานซ์ร่างกายและการเคลื่อนไหวดีขึ้นอีกด้วย

 

     เพราะในมวยไทยอาชีพ “การออกอาวุธ” อาจช่วยให้คุณชนะ แต่การมี “ร่างกายแข็งแรง” จะช่วยให้คุณไม่แพ้ อยากมีกล้ามหน้าท้องคล้ายแผ่นเหล็ก ลองมาออกอาวุธ ด้วย หมัด ไปกับ เจริญทองมวยไทยยิม กัน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

- ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

- หุ่นสวยด้วยมวยไทย เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

รีดน้ำหนักเร่งด่วนแบบนักมวยถูกวิธี

รีดน้ำหนักเร่งด่วนแบบนักมวยถูกวิธี

เคยสังเกตไหมว่า เราเห็นนักมวยวัดน้ำหนักกัน น้ำหนักก็ต้องเท่านี้ เท่าๆ กันเพื่อให้ความได้เปรียบจริงๆแล้วเค้ามีวิธีการรีดน้ำหนักอยู่ วันนี้เราจะมาสอนการรีดน้ำหนักแบบถูกวิธีกันนะครับ สามารถใช้ลดความอ้วนได้

 

เริ่มที่การออกกำลังกายอย่าง

 

ต่อเนื่อง  ให้ได้อย่างน้อย 45 – 60 นาทีต่อวัน สามารถที่จะเลือกการออกกำลังกายหลายๆแบบได้ไม่ ซ้ำซิทอัพ  หรือวิ่ง 10 กิโลเมตร กระโดดเชือกในตอนเช้า ต่อยกระสอบทรายหรือล่อเป้าอย่างน้อย 3 ยกอย่างต่อเนื่องในช่วงเย็น

 

อาหารที่กินต้องควบคุม

 

หลักสำคัญที่จะช่วยลดน้ำนักอย่างได้ผลเร็วและเห็นผลที่สุด แค่คุณลดการรับประทานอาหารประเภทแป้ง เช่น ข้าว ขนมปัง หรือเส้นต่างๆ เพราะแป้งเหล่านั้นเป็นตัวการที่จะเพิ่มน้ำหนักอย่างดีเลย นอกจากนี้อาหารประเภทของทอดด้วยน้ำมันทั้งหลาย จะทำให้การออกกำลังกายนั้นเห็นผลช้ากว่าที่เราต้องการหรืออาจจะไม่เห็นผลเลยหากทานในประมาณที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้หมด 

 

คาร์ดิโอแบบหนักหน่วง

 

หากจะเริ่มออกกำลังกายให้ฟิตแบบนักมวย ควรต้องเริ่มจากการคาร์ดิโอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งการคาร์ดิโอนี้ทำได้ตั้งแต่การ ซิทอัพ / วิ่ง / กระโดดเชือก ซึ่งไม่ใช่การกระโดดเชือกแบบทั่วๆ ไปแต่เป็นการฝึกที่มีรูปแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อ, การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน, การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่างๆ

 

 สร้างขีดจำกัดเพิ่มขึ้นให้กับตัวเอง 

 

ในที่จะลดน้ำหนักแบบนักมวยนั้นจะต้องมีการเพิ่มจำนวนยกในการล่อเป้า จำนวนครั้งในการซ้อมกระสอบทราย หรือจำนวนรอบในการวิ่ง เพื่อเพิ่มอัตราที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย และยังสามารถดึงเอาพลังงานมาเผาผลาญได้สูงขึ้นอีกด้วย

 

ใส่ชุดรีดน้ำหนัก

 

การใส่ชุดรีดน้ำหนัก ทุกๆเช้าบ้างวันผมเห็นคนใส่ชุดรีดน้ำหนัก เพราะการใส่ชุดรีดน้ำหนัก ลดได้จริงๆ เหงื่อที่ไหลออกมาเยอะมาก เพราะฉะนั้นการใส่ชุดรีด ถือว่าเป็นการรีดน้ำหนัก แบบเร่งด่วนของจริง

 

ห้ามลืมการพักผ่อน

 

เมื่อเราออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงแล้วในการพักผ่อนถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก และควรที่จะพักผ่อนให้ได้  7 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายของเรานั้นจะมีการปรับสมดุลในขณะที่เราหลับ และปฏิบัติตามตารางในการลดน้ำหนักแบบนักมวยให้เข้ากับชีวิตประจำวัน อย่าหักโหมจนเกินไปและออกกำลังกายหนักจนเกินไปเพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าจนไม่สามารถลดน้ำหนักแบบนักมวยต่อได้และจะมีผลกระทบมากกว่าผลดี

 

ทั้งนี้การลดน้ำหนักแบบนี้ถือว่าทุกคนต้องศึกษาขีดจำกัดของตัวเองก่อนอย่างแรก เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเอง เพราะ มวยไทย ( Muay thai ) ไม่ใช่แค่การชกต่อย

 

หากใครอยากเรียนมวยไทยที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) เป็นค่ายมวยที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งให้คุณได้มาลองเรียนรู้กับเทรนเนอร์ได้นะ ใครสนใจสามารถสอบถามเข้ามาได้นะครับ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

MUAY THAI กีฬาที่ให้มากกว่าแค่ ออกกำลัง

มวยไทยกับลูกเตะ

มวยไทย ช่วยฝึกอะไรคุณได้บ้าง?

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

มวยไทย ศิลปะการออกอาวุธสุดอันตราย

คงไม่มีกีฬาชนิดไหนจะน่ากลัวไปกว่า กีฬามวยไทยแล้วในตอนนี้ เพราะด้วยความอันตรายของการออกอาวุธที่สามารถหลั่งเลือดได้ทุกชิ้นนั้น ถือว่า กีฬามวยไทย เป็นกีฬาออกอาวุธ ที่นับว่าอันตรายที่สุด ชนิดหนึ่ง

 

     กีฬามวยไทย เป็นกีฬาที่คนทั่วไปรู้จักในเรื่องของความแข็งแรงและความดุดัน แต่แท้จริงแล้ว มวยไทย มีอะไรมากกว่าที่คิดมากนัก การเรียนมวยไทย ไม่ได้เพียงช่วยเพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งร่างกาย แต่ยังเป็นการเพิ่มเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจด้วย

 

     มวยไทย คือศิลปะการต่อสู้ออกอาวุธที่อันตรายที่สุด เพราะมีครบเครื่องทั้งเชิงรุก, รับ และตอบโต้ สุดอันตราย

 

ศิลปะการตอบโต้

     ศิลปะการตอบโต้ คือ การใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่

 

- ถอยแล้วตอบโต้ คือ การถอยให้พ้นระยะไม้มวยที่จู่โจมมา แล้วจึงใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ทันที

- การหลบหลีกแล้วตอบโต้ คือ การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพื่อหลบหลีกให้พ้นระยะไม้มวยของคู่ต่อสู้ เช่น การก้มตัว การเอนตัว การย่อขา การเคลื่อนไหว

- การชิงทำแล้วตอบโต้ คือ การใช้ไม้มวยตอบโต้คู่ต่อสู้ที่ใช้ไม้รุกมายังเรา โดยให้ไม้มวยของเราออกไปให้ถึงเป้าหมายก่อน

- การปิดป้องแล้วตอบโต้ คือ การใช้ส่วนต่างๆ ที่แข็งแรงของร่างกายปิดป้องเป้าหมายที่คู่ต่อสู้จะจู่โจม ซึ่งส่วนมากเป็นบริเวณจุดอ่อนของร่างกาย เช่น ปลายคาง, ใบหน้า, คอ, หน้าอก, ลำตัว, ลิ้นปี่, ท้อง, ขาพับ,  การใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายปิดป้องคู่ต่อสู้

- การปัดให้เบี่ยงเบนออกไปจากไม้มวยของคู่ต่อสู้ คือ การใช้มือหรือแขนปัดไม้มวยไปยังเป้าหมายอื่น

- การทำให้ล้มในมวยไทย มีหลายแบบ แต่ที่ถูกต้องตามกติกา โดยใช้วิธีการบังเกาะจับ หรือทุ่มด้วยสะโพก

 

ศิลปะไม้รุก

     ไม้รุก คือ หลักวิชาการในการใช้ไม้มวยต่างๆ มาประกอบกันเพื่อเป็นการรุกโจมตีคู่ต่อสู้ มีทั้งการหลอกล่อ และเข้าสู้กันจริง โดยทั่วไป ไม้นำของไม้รุกจะเป็นไม้ยาว มีความเร็ว รัดกุม มีหลักมั่นคง สามารถใช้ไม้อื่นต่อไปได้ เช่น การถีบตรง, การเตะเฉียง, เตะลิด ส่วนไม้ตามนั้นจะเป็นไม้ยาวหรือไม้สั้นก็ได้

 

     ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการใช้ไม้จังหวะแรกว่าได้ผลดีประการใด ดังนั้นจึงนิยมใช้ไม้มวยแบบสลับบนล่าง หรือซ้ายสลับขวา เพื่อให้คู่ต่อสู้พะวง ถ้าใช้ไม้รุกเฉพาะส่วน หรือส่วนล่างอย่างเดียว จะง่ายต่อการป้องกันแก้ไข โดยทั่วไป ไม้รุก มีตั้งแต่จังหวะเดียวขึ้นไป จนไม่จำกัดจำนวน แต่นิยมใช้และได้ผลดี รวมไปถึงการฝึกหัดได้ง่าย คือ ไม้รุก 1 จังหวะ, 2 จังหวะ และ 3 จังหวะ

 

ศิลปะไม้รับ

     ไม้รับ คือ หลักวิชาการในการนำเอาไม้มวยต่างๆ มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ไขการจู่โจมของฝ่ายรุก ไม้มวยชนิดหนึ่ง อาจแก้การจู่โจมของไม้มวยชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดก็ได้ หรือแก้ทีละไม้ เช่น แก้การต่อย, แก้การเตะ, แก้การถีบ, แก้การศอก แต่ในการชกมวยจริงๆ ไม่ได้ชก หรือเตะเพียงจังหวะเดียว แต่จะรุกเป็นชุด เช่น ต่อยนำ, เตะตาม แล้วเข่าตาม หรือต่อยตามเข่า

 

     ความหมายรวมไปถึงการทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขการจู่โจม เช่น การถอยออกให้พ้นระยะ เพื่อไม่ให้ถูกอาวุธของคู่ต่อสู้, การหลบหลีก, การปัดป้อง และการตอบโต้ ซึ่งมีการชิงลงมือก่อน การถอยแล้วตอบโต้ การหลบหลีกแล้วตอบโต้

 

     และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

- ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

ระเบียบและกติกาการแข่งขันของมวยไทย

ระเบียบและกติกาการแข่งขันของมวยไทย

     สำหรับกีฬาแต่ละประเภทนั้น มีกติกาและระเบียบที่แตกต่างกันไป อย่างกีฬาอย่าง มวยไทย (Muay Thai)  ก็มีกติกาสำหรับใช้บนสังเวียนเช่นกัน กติกาและระดบียบจะยุ่งยากแค่ไหน และต้องปฏิบัติยังไง ไปอ่านรายละเอียดกันค่ะ

 

เครื่องแต่งกาย

การแต่งกายของนักมวย

1. สวมกางเกงขาสั้นเพียงครึ่งโคนเข่าให้เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อ และรองเท้า นักมวยมุมแดงใช้กางเกง สีแดง สีชมพู สีเลือดหมู หรือสีขาว นักมวยมุมน้ำเงินใช้กางเกงสีน้ำเงิน สีกรมท่า หรือสีดำ

2. ต้องสวมกระจับหรือเครื่องป้องกันที่ทำขึ้นจากวัสดุแข็งแรงคลุมอวัยวะเพศ สามารถป้องกันอันตรายจากเข่า หรืออวัยวะอื่นโดยผูกปมเชือกไว้ด้านหลังด้วยเงื่อนตาย เก็บปลายเชือกส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย

3. ไม่ไว้ผมยาวรุงรัง และไว้เครา อนุญาตให้ไว้หนวดได้แต่ต้องยาวไม่เกินริมฝีปาก

4.  เล็บมือและเล็บเท้า ต้องตัดให้เรียบและสั้น

5. ให้ใช้สนับรัดข้อเท้าได้ข้างละ ๑ อัน ห้ามเลื่อนขึ้นไปเป็นสนับแข้ง พับหรือม้วนลงมา ห้ามใช้ผ้ารัดขาและข้อเท้า

 

ผ้าพันมือ

1. ในการแข่งขันนักมวย (Muay Thai) ต้องพันมือด้วยผ้าพันมืออย่างอ่อน ยาวข้างละไม่เกิน ๖ เมตร กว้างไม่เกิน ๕ เซนติเมตร

2. ในการแข่งขันนักมวยอาจ ใช้พลาสเตอร์ หรือแถบกาวยาง ยาวข้างละไม่เกิน ๒.๕ เมตร กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร ปิดทับข้อมือ หรือหลังมือห้ามพันทับสันหมัดโดยเด็ดขาด

3. ในการแข่งขันนักมวยต้องใช้ผ้าพันมือที่นายสนามมวย หรือผู้จัดรายการแข่งขันมวย (Muay Thai) จัดไว้เท่านั้น ห้ามใช้ผ้าพันมืออื่นนอกเหนือจากที่จัดไว้โดยเด็ดขาด

4. การพันมือต้องได้รับการตรวจและประทับตราจากเจ้าหน้าที่เพื่อรับรองว่าเป็นไปตามข้อกำหนดแล้วจึงให้สวมนวมได้

 

การตัดสิน

1. ชนะโดยคะแนน เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน นักมวยที่ได้รับคะแนนโดยเสียงข้างมากของผู้ให้คะแนนเป็นผู้ชนะ

2. ชนะโดยน็อคเอาท์ ถ้านักมวย” ล้ม” และไม่สามารถชกต่อไปได้ภายใน ๑๐ วินาที ให้นักมวยฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ชนะโดยน็อคเอาท์

3. ชนะโดยเทคนิเกิลน็อคเอาท์

4. เมื่อนักมวยฝ่ายหนึ่งมีฝีมือเหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่งมากหรือกระทำอยู่ฝ่ายเดียว จนคู่แข่งขันอาจจะเป็นอันตราย

5.  นักมวยฝ่ายหนึ่งไม่สามารถที่จะแข่งขันต่อไปได้ทันที ภายหลังที่ได้หยุดพักระหว่างยก

6.  เมื่อนักมวยฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้

7. นักมวยฝ่ายหนึ่งถูกนับเกิน ๒ ครั้งในยกเดียวกัน หรือเกิน ๔ ครั้งตลอดการแข่งขัน

 

     ทราบกันแล้วใช่ไหมล่ะ ว่ากฎระเบียบและกติกาของการแข่งขันมวยไทย (Muay Thai) ที่ถูกต้องและเป็นระเบียบเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าคุณทราบแล้วก็จะเข้าใจมวยไทยขึ้นอย่างเท่าตัว หากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย (Muay Thai) หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุดได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก peace201

 

บทความเพิ่มเติม

- ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

- กติกานวมก็มีด้วยหรอ

- ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์?

กติกานวมก็มีด้วยหรอ

กติกานวมก็มีด้วยหรอ

มวยไทย ( Muay Thai ) ของที่คู่กันในปัจจุบันคือ นวมมวยการพัฒนากติกาเริ่มมีมากขึ้นโดยเน้นไปที่ตรวจที่ร่างกาย และนวมมวยที่ต้องขึ้นชก วันนี้กติกาตรวจนวมมวยไทยจะเป็นอย่างไรและให้ความรู้เรามากน้อยแค่ไหนมาดู

 

นวมมวยไทย คืออุปกรณ์กีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างหนึ่งที่นักมวยต้องสวมไว้กับมือขณะกำหมัด เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บขณะชก ทำหน้าที่เป็นเบาะกระจายพลังของหมัดในขณะชกมวยและยังช่วยป้องกันอาการกระดูกฝ่ามือร้าวหรือหัก เพื่อเป็นการปกป้องนักกีฬาทั้งสองฝ่าย

 

คุณสมบัติของนวมมวย

 

นวมที่ใช้ในการแข่งขัน ผู้แข่งขันต้องใช้นวมที่ได้รับการรับรองจากสภามวยไทยโลก ซึ่งคณะกรรมการจัดการแข่งขันจัดไว้ให้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขัน ใช้นวมของตัวเอง

 

รายละเอียดของนวม นักมวยตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นน้ำหนัก 122 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 8 ออนซ์ ( กรัม) นักมวยรุ่นสูงกว่า 122 ปอนด์ ถึงรุ่นน้ำหนัก 147 ปอนด์ ใช้นวมขนาด 10 ออนซ์ (284 กรัม)

ส่วนที่เป็นหนังต้องหนักไม่เกินครึ่งหนึ่งของน้ำหนักนวมทั้งขนาดและไส้นวมต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของน้ำหนัก นวมทั้งหมด ไส้นวมต้องไม่เปลี่ยนรูปหรือถูกบดขยี้ให้กระจายไปจากรูปเดิม  ต้องผูกเชือกนวมให้ปมเชือกอยู่ด้านนอกหลังข้อมือของนวม ให้ใช้นวมที่สะอาด

การตรวจผ้าพันมือและการสวมนวม ทั้งนวมและผ้าพันมือจะต้องเหมาะสม อยู่ภายใต้การตรวจตราของเจ้าหน้าที่ตรวจนวม เจ้าหน้าที่จะต้องคอยดูแลเพื่อให้แน่ใจว่า นักมวยปฏิบัติถูกต้องตามกติกามวยไทยทุกอย่าง จนกระทั่งนักมวยขึ้นสู่เวที

 

นวมมวย เป็นสิ่งที่เราต้องตรวจอย่างเข้ามงวด เพราะอาจจะเกิดการโกงขึ้นได้ ใช้น้ำหนักมวยไม่สมดุลต่อ นักมวย หรือ สามารถ ซ่อนอะไรอยู่ในมววยทำให้รู้สึกว่าไม่ได้เล่นในกติกา ของ มวยไทย ( Muay Thai ) จริงๆ ดังนั้น การให้ความสำคัญกับกติกาและ การตรวจที่เข้มงวดแบบนี้จะส่งผลให้ ผลมวย และนักมวย ชกกันได้อย่าง สมศักดิ์ศรี

 

สมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จะเป็นผุ้กำหนดรายละเอียดของนวมให้แก่โรงงานที่ผลิตนวม ผู้ผลิตนวมรายใดที่ประสงค์จะได้รับการรับรองนวม 10 และ 12 ออนซ์

 

จากสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จะต้องส่งตัวอย่างนวมให้คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ให้รับรอง จากนั้นผุ้ผลิตจะได้รับตรารับรองอย่างเป็นทางการเพื่อนำไปติดที่นวมแต่ละข้างซึ่งผลิตขึ้นสำหรับใช้แข่งขันมวยไทยสมัครเล่นต่อไป

 

เป็นไงกันบ้างครับ กติกา นวมก็มีด้วย สำหรับ มวยไทย ( Muay Thai ) นวมเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมาก พอๆกับการใส่กระจับของนักมวยเลย เพราะอาวุธที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือ หมัด ที่จะต้องปล่อยออกไปใส่คู่ต่อสู้ หากเรามีนวมที่ไม่ดี หรือมีนวมที่ไม่ผ่านกติกา ก็ไม่สามารถแข่งขันได้นั่นเอง

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์ ?

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  siamsporttalk

ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

การออกอาวุธของ มวยไทย (Muay Thai) ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก อย่างสุดแรง หรือแม้แต่การบิดตัวระหว่างชกอย่างถูกวิธี ล้วนแต่เป็นการเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยม

 

มวยไทย (Muay Thai) สวยสังหารความอ้วน เพราะหากย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ผู้หญิงกับ มวยไทย (Muay Thai) อาจเป็นเรื่องห่างไกลและจัดเข้าพวกกันลําบาก แต่สําหรับยุคสมัยนี้ ศิลปะแม่ไม้มวยไทยกําลังกลายเป็นกีฬา สวย สู้ ฟัด ที่บรรดาสาวน้อย สาวใหญ่หลากหลายสาขาอาชีพพากันติดอกติดใจ

 

ภาพลักษณ์ของ มวยไทย (Muay Thai) ในสมัยก่อนถูกมองว่าเป็นกีฬาที่ดุดัน เจ็บตัว และใช้กําลัง แต่ปัจจุบันหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้หญิงตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทํางาน ที่มีใจรักสุขภาพนิยมหันมาออกกําลังกายด้วยมวยไทย (Muay Thai) กันมากขึ้น เพราะช่วยให้รูปร่างเฟิร์มกระชับ สรีระร่างกายดูดีขึ้น และลดน้ำหนักได้รวดเร็วกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ

 

นอกจากการชกมวยจะช่วยลดน้ำหนักและกระชับหุ่นสวยแล้ว ยังให้ประโยชน์หลายๆ ด้าน เช่น ด้านจิตใจ ทําให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น มีความสุขุมรอบคอบ มีความอดทน มีความกล้าหาญ มีความมั่นใจในตัวเอง ด้านความคิด ทําให้มีไหวพริบดีขึ้น รวมทั้งเป็นศิลปะป้องกันตัวและยังได้ อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกด้วย

 

กระบวนท่าเด็ดช่วยฟิตแอนด์เฟิร์ม

 

การฝึก มวยไทย (Muay Thai) เพียงแค่วันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง สามารถเผาผลาญพลังงานได้กว่า 1,000 กิโลแคลอรี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆ แล้ว มวยไทย (Muay Thai) ถือว่าเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด

 

กระบวนท่าเด็ดที่ช่วยเนรมิตรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม

 

ท่าปล่อยหมัดตรง ช่วยกระชับต้นแขน ลดไขมันบริเวณท้องแขน และบริหารกล้ามเนื้อ

 

ท่าฮุค ต้องใช้การบิดลําตัวซ้าย-ขวาช่วยเล็กน้อย จึงช่วยกระชับสัดส่วนช่วงลําตัว ทําให้รูปร่างเพรียวขึ้น

 

ท่าอัปเปอร์คัต เป็นการใช้หมัดต่อยขึ้นข้างบนตรงๆ จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าจากการพับแขนและสร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่จากการยกแขน

 

ท่าเตะ การออกแรงเตะให้มากและรวดเร็วจะช่วยสลายไขมัน ทําให้ขาเล็กลงและกระชับยิ่งขึ้น

 

ต้องฝึกย่างไรให้เห็นผล

 

การฝึก มวยไทย (Muay Thai) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งช่วยเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ พร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพียงแค่ 10 ครั้ง หุ่นคุณก็จะเฟิร์มขึ้น จนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

นอกจากนี้ เวลาที่คุณออกแรงเตะ, ต่อย ครูฝึกจะสอนให้เปล่งเสียงออกมาเต็มที่ ซึ่งตรงนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องระบบการหายใจแล้ว ยังจะทำให้คุณได้ปลดปล่อยความเครียดได้อีกด้วย

 

เพราะเหตุนี้ มวยไทย (Muay Thai) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะกำจัดไขมัน หรือลดความอ้วน เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย (Muay Thai) หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุดได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

คุณค่าของการเรียน มวยไทย

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

เข่า อาวุธอันทรงพลังของมวยไทย

อาวุธในศิลปะแม่ไม้มวยไทย มีหลากหลายอาวุธยิ่งนัก หนึ่งในอาวุธที่อันตรายและน่ากลัวที่สุด ไม่ต่างจาก ศอก นั่นก็คือ เข่า ซึ่งหากใครได้โดนตีเข่าเข้าไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าต้องมีอาการหน้าเขียวหรือจุกกันไปบ้าง

 

ศิลปะการตีเข่า

     การตีเข่า เป็นอาวุธมวยไทยอีกชนิดหนึ่งที่มีความรุนแรง เมื่อเราพับเข่ามารวมเข้ากับขาส่วนล่าง ซึ่งมีกล้ามเนื้อน่องอยู่นั้น จะทำให้เข่าที่ตีออกไป มีความรุนแรง แต่เนื่องจากเข่าเป็นอาวุธสั้น จึงเป็นดั่งมีดพกชนิดร้ายแรง ที่สามารถใช้ได้ในระยะประชิด การตีเข่าให้เหยียดปลายเท้าตรง ขางอพับเฉียงออกด้านนอกเล็กน้อย มีแรงส่งจากสะโพก เอว สู่เข่า เมื่อปะทะเป้าหมายให้เน้นที่ปลายเข่า ซึ่งการตีเข่า จะมีการแบ่งออกเป็น 5 ชนิด คือ

 

     เข่าตรง หมายถึง การใช้เข่าเคลื่อนที่จากจุดเริ่มต้นไปกระทบเป้าหมายเป็นแนวตรงหรือวิถีทางตรงหรือล้ำไปข้างหน้า โดยมีแรงส่งจากสะโพก เอว ไปยังปลายเข่า เป้าหมายที่หน้าท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า เป็นต้น เข่าตรงมี 2 ลักษณะ คือ เข่าตรงตีนำ หรือเข่าหน้า หมายถึงการตีเข่าที่อยู่ด้านหน้าในขณะที่ยืนท่าคุมมวย การตีเข่าด้วยเข่าซ้ายหรือเข่าหน้า เรียกว่าเข่าตรงตีน อีกลักษณะคือ เข่าตรงตีตามหรือเข่าหลัง หมายถึง การตีเข่าตรงที่อยู่ด้านหลังหรือเข่าที่ถนัด ในขณะที่ตั้งท่าจดมวย การตีด้วยเข่าที่อยู่ด้านหลัง เรียกว่า เข่าตรงตีตาม หรือเข่าตรงหลัง

 

     เข่าเฉียง หมายถึง การตีเข่าที่มีวิถีเฉียงขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่เข่าอยู่ไปจนถึงเป้าหมาย ถ้าตีเข่าซ้ายจะตีเข่าลักษณะเฉียงมากระทบเป้าหมาย ลำตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อย มีแรงส่งจากสะโพก เอว สู่ปลายเข่า เป้าหมายอยู่ที่ท้อง, ลิ้นปี่, หน้าอก, ปลายคาง, ใบหน้า ถ้าตีเข่าเฉียงขวาจะตีเข่าในลักษณะเดียวกันกับการตีเข่าเฉียงซ้าย

 

     เข่าโค้ง หมายถึง การตีเข่าในวิถีโค้งตีเข่าจากบนลงล่างปะทะเป้าหมาย ให้ปลายเท้าเหยียดตรงกับขาและเข่า

 

     เข่าตัด เป็นเข่าที่มีทิศทางการตีเข่าผ่านจากขวาไปซ้าย หรือซ้ายไปขวา ขนานกับพื้น ปลายเท้าเหยียดตรงงอขาเล็กน้อย มีแรงส่งจากสะโพก เมื่อส่วนของหัวเข่าปะทะเป้าหมาย เข่า ขา และปลายเท้าเป็นเส้นตรงขนานกับพื้น

 

ศิลปะการกอดปล้ำตีเข่า

     ในการแข่งขันชกมวยไทยสมัยปัจจุบันนี้ การกอดปล้ำตีเข่า มีความสำคัญมาก เพราะ เข่า เป็นไม้มวยที่แข็งแรง และไม่มีเครื่องป้องกัน เมื่อปะทะเป้าหมาย ย่อมเกิดอันตราย ทำให้คู่ต่อสู้เกิดการบาดเจ็บได้  ดังนั้น ผู้ที่มีความแข็งแรง ทนทาน ย่อมจะได้เปรียบคู่ต่อสู้ ประการสำคัญ ผู้ที่มีกลวิธีและทักษะในการปล้ำหลายๆแบบ ย่อมได้เปรียบ นักมวยที่ดี และอยากพัฒนาความสามารถตนเอง จึงควรจะได้ศึกษาและฝึกฝนกลวิธีในการปล้ำแบบต่างๆ อย่างมากถึงมากที่สุด

 

     การตีเข่า ถือว่าเป็นอาวุธที่อันตรายและทรงพลังอาวุธหนึ่งของ มวยไทย ที่น่าภาคภูมิใจ และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียน มวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก khundon

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- คุณค่าของการเรียน มวยไทย

- ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์ ?

ทำไมต้องเรียนต่อยมวย กับ ครูที่มีประสบการณ์ ?

ลองหันมาฝึก ต่อย มวยไทย (Muay Thai) บ้างไหม? ขอแอบบอกว่า calories ที่เบิร์นได้นี่อาจเยอะกว่ากิจกรรมที่หลายๆ คนทำอยู่เป็นเท่าตัว แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้อะไรบ้าง

 

1. สิ่งสำคัญที่สุดอย่างแรกคือความปลอดภัย

ก็จริง ที่ยุคนี้ใครก็เข้า internet หาตัวอย่างการออกกำลัง ง่ายแสนง่าย .. แต่พูดตรงๆ เลยว่า ข้อมูลจากการ search ส่วนใหญ่จะปรับใช้ได้ดีกับการออกกำลังกายพื้นฐาน เพราะทำตามง่าย แต่ การต่อย มวยไทย(Muay Thai)  ซึ่งมีศิลปะที่มีความซับซ้อน การเริ่มต้นเองอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น การต่อย หรือเตะกระสอบทรายมั่วๆ มีโอกาสมากที่จะทำให้เกิดอาการข้อมือซ้น หรือบาดเจ็บ

 

2. สิ่งกระตุ้น

วินัยในการออกกำลังกายของแต่ละคนนั้นต่างกัน บางคนตื่นตี 4 มาวิ่งออกกำลังกายทุกวัน แต่หลายคนยังต้องมีเพื่อน หรือคนบังคับเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

การออกกำลังกายในยิม หรือการต่อย มวยไทย (Muay Thai) ในค่ายมวย เป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการตัวกระตุ้นในการออกกำลังกาย เช่น เทรนเนอร์ ค่าใช้จ่ายที่เสียไปแล้ว แต่ก็มีสิ่งที่ดีคือสังคม และเพื่อนๆ ที่มักช่วยเพิ่มความสนุกในการออกกำลังกาย

 

3. สร้างวินัย

การสร้างตารางเวลา เพื่อการออกกำลังกายที่บ้านนั้น เสียหายมานักต่อนักแล้ว ต้องยอมรับว่าการออกกำลังกายเป็นกลุ่ม หรือเป็นคลาสผู้ออกกำลังกายเองต้องปรับเวลาให้เข้ากับคลาสเรียน หรือเวลาที่กำหนด

สำหรับปัจจัยนี้จะเห็นได้ชัดว่าการออกกำลังกายที่ยิมนั้น สามารถสร้างวินัย และ เป็นตัวกระตุ้นในการออกกำลังกายได้ดีเลยทีเดียว! โดยเฉพาะยิ่งการต่อย มวยไทย (Muay Thai) ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องการพาร์ทเนอร์ สาวๆ หนุ่มๆ ยิ่งมีโอกาสได้รู้จักกัน

 

ประโยชน์จากการต่อย มวยไทย(Muay Thai)

 

1. หุ่นดูลีนสุดๆ (ทำให้มวลไขมันต่ำ)

เพราะการต่อย มวยไทย (Muay Thai) นั้น เป็นกีฬาที่อาจสลายไขมัน หรือ เบิร์นไขมันได้มากถึง 1,000 แคลอรี่ต่อการต่อย 1 คลาส (สำหรับการต่อยที่ถูกวิธี และครบโปรแกรม) รวมถึงสถานที่และคลาสแต่ละครั้ง จะมีรูปแบบการสอนที่ต่างกัน ไม่จำเจ ผู้ที่มาต่อยมวยในยิมจะมีความรู้สึกได้ลองสิ่งแปลกใหม่ตลอดเวลา ซึ่งต่างจากการวิ่ง หรือกีฬาอื่นๆ

 

2. เสริมสร้างกระดูก / ลดไขมันได้ดี

คนสมัยนี้ทำงานกับคอมพิวเตอร์ และก้มเล่นโทรศัพท์มาก เหมือนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีแนวโน้มนำไปสู่โรคอ้วน ในที่นี้ไม่ได้พูดในมุมของหุ่นที่ไม่ดี หรือมวลไขมันเยอะ แต่สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่โรคต่างๆ เช่นโรคหัวใจ หรือไขมันอุตันในหลอดเลือด

 

มวยไทย (Muay Thai) คือการใช้ร่างกายทุกส่วน ตั้งแต่ มือ แขน หัวไหล่ ขา ลำตัว ก้น ซึ่งเป็นข้อดีต่อการฝึกร่างกายให้แข็งแรงทั่วถึง ทั้งยังมีส่วนช่วยเสริมมวลกระดูก ข้อต่อ ซึ่งการสูบฉีดเลือดที่มีพลังจากการใช้แรงแบบนี้สามารถสลายไขมันในเส้นเลือดได้ด้วยนะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก wefitnesssociety

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

วิธีลดน้ำหนักแบบนักมวย

คุณค่าของการเรียน มวยไทย

ทำไมนักมวยถึงชอบใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก

ทำไมนักมวยถึงชอบใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก

หลายคนคงสงสัยทำไมนักมวยถึงชอบใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก หรือกระทั่งเวลาวิ่งเตะต่อย มีถุงทรายถ่วงน้ำหนักตลอดเลย วันนี้เราจะมาบอกถึงประโยชน์ถุงถ่วงน้ำหนัก ใช้ทำไรได้บ้างท่าไหนต้องใช้และมีถุงถ่วงมีประโยชน์อย่างไร

 

การออกกำลังกายนั้นมีหลากหลายรูปแบบ รวมถึงวิธีออกกำลังกายที่สามารถทำที่บ้านและทำได้บ่อยๆ ด้วยการใช้พื้นที่ภายในบ้านไม่มากนัก นอกเหนือจากเครื่องออกกำลังกายต่างๆ ที่ใช้ตามฟิตเนตหลากชนิดแล้ว ยังมีวิธีออกกำลังกายด้วยถุงทรายถ่วงน้ำหนัก ซึ่งควรศึกษาและทำความเข้าใจกับท่าการออกกำลังกายให้ถูกต้อง จึงจะได้ประโยชน์กับร่างกายอย่างแท้จริง

แล้วนักมวย ที่นิยมใส่กัน เค้าใส่กันเพื่ออะไร

 

เพิ่มกำลังให้กับร่างกาย

การใส่ถุงถ่วงน้ำหนัก จะทำให้ร่างกายหนักขึ้น หรือหากใส่เป็นส่วนๆ ก็จะหนักเป็นส่วนๆไป เช่น ข้อมือ ข้อเท้า ที่นักมวยสามารถ ต่อยได้ให้ครบกำหนด เพราะหากเราจะต่อยให้หนักขึ้น และสามารถรู้สึกได้เลยหลัง ถอดถุงถ่วงทราย แล้วลองต่อยกระสอบทรายอีกครั้ง จะเห็นผลทันทีว่า เราสามารถต่อยได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

เพิ่มความเร็วในการปล่อยอาวุธ แม่ไม้ มวยไทย ( Muay thai )

แน่นอนครับเราคงเคยเห็นในการ์ตูน ที่ฝึกวิชาแล้วมีถุงถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้ร่างกายนั้นแล้วขึ้น อยากจะบอกว่าเป็นแบบนั้นจริงๆนะครับ เพราะ เวลาเรารับอะไรหนักๆแล้ว พอปล่อยหรือถอดออกจะทำให้ร่างกายเบา และรู้สึกได้เลยว่า อาวุธที่ปล่อยออกไป นั้นเร็วไวขึ้นมาก

 

เพิ่มความแรงของอาวุธ มวยไทย ( Muay thai )

ความแรงจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่เราถ่วง ว่าเราถ่วง มากน้อยแค่ไหน มวยไทย ( Muay thai ) เค้าฝึกแบบนี้จริงๆ หน้าอยากจะให้อาวุธของเราแรงขึ้น ก็ยิ่งถ่วงเยอะ แต่จะเสียพลังงานมากพอสมควร

ลักษณะการใช้ถุงทรายถ่วงน้ำหนัก

 

วิ่ง

หากเราอยากจะวิ่งเพื่อให้ถ่วงน้ำหนักจริงๆ เราถ่วงไปที่ข้อเท้าและวิ่งในระยะทางที่กำหนด  จะสังเกตได้ว่าหนักมวยที่วิ่งแล้วใส่ถุงถ่วงน้ำหนัก จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น ลดน้ำหนักเร็วขึ้น อึดขึ้น สามาระชกมวยได้อดและสร้างกล้ามเนื้อได้ดีมาก

 

กระโดด

มวยไทย ( Muay thai ) จะต้องถ่วงน้ำหนักไปที่ข้อเท้า กระโดดเพื่อทำฟุตเวิรค์ เพื่อหาจังหวะการปล่อยอาวุธ เพราะฉะนั้นแล้วถุงถ่วงน้ำหนัก สามารถทำให้กระโดดได้เร็ว สูง และกระโดดฟุตเวิรค์ได้อย่างไม่เหนื่อยอีกด้วย

 

ข้อควรระวังในการใช้ถุงถ่วงน้ำหนัก

การใช้ถุงถ่วงน้ำหนักก็ดี หรือ ชุดถ่วงก็ดี ต้องระวัง ถึงเรื่องกระดูกเพราะอาจจะทำให้กระดูกเคลื่อนได้ และหากเรา ถ่วงไปแล้วออกกำลังกายไม่รู้ลิมิตของตัวเองก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ถุงถ่วงเป็นผลดีในเรื่องของการเพิ่มความเร็ว เพิ่มความแรง ดังนั้น ต้องศึกษาให้ดีที่สุด

 

เห็นไหมครับว่าถุงถ่วงน้ำหนัก เป็นประโยชน์ต่อ มวยไทย ( Muay thai ) มาก เพราะการฝึกฝนเราต้องพลังกำลังเพื่อขึ้นชกต่อยมวย แถมตอนฝึกเราต้องฝึกให้หนักเข้าไปอีก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเรา  ทั้งนี้ หากใครอยากเรียนมวย ต่อยมวยก็สามารถติดต่อเรามาได้ตลอดเลยนะครับ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก honestdocs

 

คุณค่าของการเรียน มวยไทย

คุณค่าของการเรียน มวยไทย

ต้องบอกเลยว่าศิลปะการต่อสู้ที่มีชั้นเชิงและเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก ทั้งความแข็งแกร่ง ความดุดัน และความพริ้วไหวในคราวเดียวกัน คือ กีฬามวยไทย จริงๆ ศิลปะการต่อสู้ที่น่าภาคภูมิใจของผองคนไทยทุกคน

 

     แน่นอนว่า การเรียนมวยไทย ร่างกายต้องได้รับทั้งความแข็งแกร่งและความดุดันอย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะได้วิชาป้องกันตนเองแล้ว ยังสามารถนำมาใช้เป็นการออกกำลังกาย เพื่อเป็นการสร้างเสริมความแข็งแกร่งอีกด้วย ซึ่งความสำคัญของคุณค่าของการเรียนมวยไทย มีด้วยกันดังนี้

 

คุณค่าทางด้านร่างกาย

 

     ช่วยบริหารร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดการพัฒนาการที่สมบูรณ์ เพราะในขณะที่ฝึกมวยไทยนั้น ร่างกายจะต้องใช้การเคลื่อนไหว และพละกำลังอย่างมาก เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ ดังนั้น จึงต้องมีการเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนการชก และขณะชก ซึ่งเท่ากับว่าผู้เล่นได้ออกกำลังกายไปในตัว ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี บุคลิกภาพสง่างาม และยังเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกายอีกด้วย

 

     สร้างเสริมความสัมพันธ์ระหว่างระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อ ในการชกมวยระบบประสาท จะต้องควบคุมการทำงานของระบบกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว เพราะในขณะที่ชกคู่ต่อสู้ จะต้องพยายามปิดและหลบอาวุธที่คู่ต่อสู้ชกสวนกลับมาด้วย ซึ่งการที่จะให้ทั้งสองทางนี้ทำงานได้ดี จะต้องมีการฝึกฝนอยู่เสมอ โดยผลการฝึกฝน ย่อมเพิ่มพูนความสามารถในการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้ดี เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ

 

คุณค่าทางด้านจิตใจ

 

     สุขภาพจิตดี เนื่องจากการเล่นมวยไทยนั้นเป็นทั้งการเล่นกีฬา และกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งส่งผลให้จิตใจและอารมณ์เบิกบาน ผ่อนคลายความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี

 

     สร้างความเข้มแข็ง การฝึกมวยไทยหรือการชกมวยต้องออกกำลังอยู่ตลอดเวลา ทำให้ร่างกายได้รับความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนเพลีย ถ้าหากจิตใจไม่เข้มแข็ง ไม่มีความทรหดอดทนแล้ว ย่อมเป็นหนทางที่จะทำให้เลิกล้มได้ง่าย

 

คุณค่าทางด้านสังคม

 

     ความมีระเบียบวินัย ผู้ที่จะประสบความสำเร็จจากวิชา มวยไทย ได้นั้นจะต้องทำตนอยู่ในระเบียบแบบแผนของผู้ฝึกในเรื่องการฝึกซ้อม การรักษาสุขภาพ ตลอดจนการปฏิบัติตัว รวมทั้งได้รับการอบรมบ่มนิสัยให้มีวินัย ตรงต่อเวลา มีความอดทน ความเพียรพยายาม ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยหล่อหลอมให้กลายเป็นบุคคลที่แข็งแรงทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

 

     ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา การต่อสู้บนเวทีแต่ละครั้งจะต้องต่อสู้กันอย่างจริงจัง ครั้นสิ้นสุดการต่อสู้แล้ว ต่างฝ่ายก็ควรแสดงความยินดีและให้อภัยต่อกันโดยมิได้มีใจพยาบาทต่อกัน

 

คุณค่าทางด้านการเพิ่มศักยภาพตนเอง

 

     การใช้ความสามารถด้านพลังจิตกับพลังกาย โดยแต่ละคนจะมีพลังจิตหรือกำลังกายมากน้อยต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนอย่างตั้งใจและอดทน เมื่อพลังจิตอ่อนล้า กำลังกายถดถอย จิตใจไม่สู้  ร่างกายก็จะอ่อนแอตามไปด้วย ถ้าจิตใจเข้มแข็ง ร่างกายก็จะมีกำลังในการต่อสู้ เพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ ดังนั้นการฝึกฝนมวยไทยในสมัยโบราณ ครูผู้ฝึกสอนจะเน้นสอนคนก่อนสอนวิชา โดยฝึกจิตใจให้มีคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมกับจิตใจที่เข้มแข็งและอดทนก่อนที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ในเชิงมวยให้

 

     สมาธิในการฝึกมวยไทย สมาธิเกิดจากความมุ่งมั่นในการฝึก ซึ่งในขณะร่ายรำหรือต่อสู้ จิตใจจะไม่คิดมุ่งร้าย พยาบาท หรืออาฆาต เพียงแต่ตั้งสมาธิอยู่กับการรุก - รับ ในชั้นเชิงแม่ไม้และลูกไม้มวยไทยเท่านั้น  และต้องมีจิตใจที่เคารพคู่ต่อสู้ ไม่ประมาทหรือเหยียดหยามคู่ต่อสู้ เพราะแพ้ชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือมีความยิ่งใหญ่อย่างใด เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ ของตนให้ดีและสมบูรณ์ที่สุด ผู้แข่งขันต้องเคารพคู่ต่อสู้ เคารพกรรมการผู้ตัดสิน และเคารพผู้ชม เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน มวยไทยจึงเป็นกีฬาที่มีความรุนแรง รวดเร็ว แต่แฝงไว้ด้วยทักษะ ลีลาที่งดงาม ดังนั้น ก่อนการฝึกพละกำลังจึงจำเป็นที่จะต้องฝึกสมาธิ ให้พลังจิตอยู่เหนือกำลังกาย และต้องให้พลังจิตควบคุมพลังกายให้ได้ดีที่สุด

 

     นี่คือคุณค่าของการเรียนมวยไทยที่แท้จริง ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ที่คนเรียนมวยไทยทุกคนจะต้องเข้าใจ แต่สิ่งที่ต้องได้แน่นอน นั่นคือพลังจิตที่เข้มแข็งขึ้น สามารถช่วยทำให้เราสามารถตัดสินใจ ทำอะไรได้อย่างเด็ดขาดและมั่นใจยิ่งขึ้นนั่นเอง และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sites

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ก็สร้าง Six Pack ได้

- ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

วิธีลดน้ำหนักแบบนักมวย

วิธีลดน้ำหนักแบบนักมวย

การลดน้ำหนักแบบนักมวย เป็นการลดน้ำหนักที่ต้องอาศัยระเบียบวินัย และความพยายามเป็นอย่างมาก

เพื่อเกิดผลลัพธ์ในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นผลที่สุด

 

การลดน้ำหนักแบบนักมวย มีหลายอย่างที่ขัดกับหลักวิทยาศาสตร์ทางกีฬา เช่น การใส่เสื้อเพื่อรีดน้ำหนักทางร่างกาย , การออกกำลังกายอย่างหักโหม , การอดน้ำอดอาหารก่อนการขึ้นชก หรือแม้กระทั่งการล้วงคอให้อ้วกหลังรับประทานอาหาร ถึงแม้ว่าวิธีการลดน้ำหนักหลายๆ ข้อจะผิดจากหลักของวิทยาศาสตร์การกีฬา และหลักการทางการแพทย์ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายตามมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าการออกกำลังกายตามหลัก มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นเครื่องมือในการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

หลักการลดน้ำหนักของนักมวย ที่สาวๆ สามารถเอาประยุกต์ใช้ได้กับชีวิตประจำวัน และไม่ขัดกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้งไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีดังนี้

 

1. ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาติดต่อกัน 45 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายได้ชินกับการออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องออกชิ้นเดิมซ้ำๆ เพราะเราอาจจะเบื่อไปเอง เลือกชิ้นอื่นๆ บ้าง สลับๆ กันไป

 

2.ลดอาหารจำพวกแป้ง ให้เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีนจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งดื่มนมพร่องมันเนยเพื่อชดเชย ซ่อมแซมกล้ามเนื้อในส่วนที่สึกหรอ

 

3.มีความอดทน อดกลั้น อย่าทานอาหารตามใจปาก เพราะถ้าเรากินตามในปากก็อาจทำให้น้ำหนักเราขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

4.พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนดึกจะทำให้กลไกลภายในร่างกายทำงานไม่ปกติ ซึ่งส่งผลทำให้อ้วนได้ง่ายและควรที่จะพักผ่อนให้ถึง 7 – 8 ชั่วโมง เนื่องจากร่างกายของเรานั้นจะมีการปรับสมดุลในขณะที่เราหลับ

 

การออกกำลังกายตามหลัก มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบที่ดีขึ้น มีความอดทน กล้าหาญ และนำไปใช้เป็นศิลปะป้องกันตัวได้ในอนาคต

 

เจริญทองมวยไทยรัชดา มองเห็นถึงเคล็ดลับการลดน้ำหนักด้วย มวยไทย ( Muay Thai )  และได้นำเอาวิธีการลดน้ำหนักแบบนักมวย มาประยุกต์เข้ากับวิทยาศาสตร์ทางการกีฬา จนออกมาเป็นหลักสูตรการฝึกที่ได้ประสิทธิภาพ ออกแบบมาเพื่อคุณสาวๆ ที่ต้องการลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนโดยเฉพาะ ซึ่งการฝึกที่ยิมของเรานั้น นอกจากหลักสูตรการฝึกที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังดูแลและควบคุมการฝึกโดยเทรนเนอร์มืออาชีพ ที่มีประสบการณ์การสอน คอยแนะนำ และป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการฝึก สาวๆ คนไหนสนใจอยากฟิตหุ่นสวย ลดน้ำหนักด้วยการต่อย มวยไทย( Muay Thai )  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02 276 5016

 

ขอบคุณข้อมูลจาก payakkhin

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไทย ก็สร้าง Six Pack ได้

ลดพุง ลดโรค ด้วยมวยไทย

หาความแข็งแรงได้ด้วยการเรียน มวยไทย

หาความแข็งแรงได้ด้วยการเรียน มวยไทย

มวยไทย ( Muay thai ) เป็นศิลปะเก่าแก่ของไทยและสามารถใช้ได้ในป้องกันตัวได้ วันนี้ มวยไทย ( Muay thai ) ได้เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่ออกกำลังกายในชีวิตประจำวันแล้ว วันนี้มวยไทยสามารถทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงได้

 

อย่างแรกที่ต้องรู้ว่ามวยไทย จะช่วยในเรื่องของอะไร

     เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วมวยไทยจะช่วยในร่างกายแข็งแรง สามารถใช่งานได้ทุกส่วนของร่างกาย บำบัดกล้ามเนื้อให้มีความยืดหยุ่นและมีมัดใหญ่ขึ้นอีกด้วย  กระตุ้น ระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม

 

ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น และอดทนต่อความเหนื่อย

     มวยไทย ( Muay Thai ) หลักๆ เลยเราต้องอดทนต่อความเหนื่อยล้า แต่เอาเท่าที่ไหว วันนี้ เล่น 20 นาทีพรุ่งนี้เล่น 25 นาทีเป็นขั้นตอนไป ไม่งั้นเราก็จะไม่ไหว ร่างกายเจ็บอีก ดังนั้นการที่เราจะลดน้ำหนักนั้น ต้องอาศัยหลายปัจจัยในการ เล่นมวยไทย ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆ จะเล่น ไม่ได้นะครับต้องศึกษาให้ดี  ทำอย่างไรก็ได้ให้ร่างกายเวลาออกกำลังกายเจ็บน้อยที่สุด

 

ต้องมีเทรนเนอร์ดี

การมีเทรนเนอร์ดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เรียนมวยไทย ( Muay thai ) ครูฝึกที่ดี ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี สอนแบบถูกต้อง หากเราทำแบบถูกต้องแล้ว ร่างกายของเรา ก็จะแข็งแรงมากขึ้น คนที่จะสังเกตเห็นเราได้ก็คือ ครูมวยนั่นเองละครับ

 

ควบคุมอาหาร

 หากคุณเป็นนักมวยที่เตรียมขึ้นชก อาหารประเภทโปรตีนคือสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด

 

 

ให้ความสำคัญกับเวลาฝึก

หลายคนที่ไปเรียนมวยไทย ไม่สนใจไม่ตั้งใจในเวลาฝึก หากทำแบบนี้แล้วเราก็เหมือนเสียตังไปฟรีๆ ต้องตั้งใจนะครับ เพื่อให้ร่างกายของเราแข็งแรง และอดทนต่อสิ่งต่างๆ การเรียน มวยไทย สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ และเวลาฝึกก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่เราต้องจัดการเองนะครับผม ฝึกทั้งเรื่องระบบ และการจัดการอีกด้วย

 

การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบที่ดีขึ้น มีความอดทน กล้าหาญ และนำไปใช้เป็นศิลปะป้องกันตัวได้ในอนาคต หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) จะมาเดี่ยว มากลุ่มเราก็รับสอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ออกกำลังกายแบบนักมวยได้ที่บ้าน

“มวยไทย” หุ่นสวย ป้องกันตัวได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ignitefightclub

 

ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

ทำไม เหลี่ยมมวย ถึงสำคัญ

"มวยไทย" คือกีฬาศิลปะการต่อสู้ประจำชาติไทย ที่คนไทยภาคภูมิใจ นักมวยเก่งๆ บางคนจะต้องมี "เหลี่ยมมวย" ที่เก๋าเกมอยู่พอสมควร ถึงขนาดว่านักมวยคนไหนที่มี "เหลี่ยมมวย" เก๋ากว่า นักมวยคนๆ นั้นมีสิทธิ์ชนะกว่า

 

     "เหลี่ยมมวย" คือความฉลาดในการชกมวย การรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา เป็นการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า การคุมอารมณ์ คุมจังหวะไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของฝ่ายตรงข้าม คนที่ชกมั่วซั่ว คือคนที่ไม่มี "เหลี่ยมมวย"  ดังนั้น คนที่บอกว่าบัวขาวไม่มี "เหลี่ยมมวย" ผิดมหันต์ บัวขาวชกมวยไทยหลายร้อยไฟต์ เรื่อง "เหลี่ยมมวย" บัวขาว ต้องมีสิ่งนี้แน่นอน แต่ต้องมาพร้อมคู่กับความแข็งแกร่งของร่างกายด้วย การอาศัย "เหลี่ยมมวย" เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถยืนหยัดได้อยู่บนเวทีแน่นอน คือถ้าสมองคิดได้แต่ร่างการทำไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นร่างกายต้องแข็งแกร่งด้วย

 

     ในมวยไทย "เหลี่ยมมวย" มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่โดยรวมทั้งสิ้นแล้ว มาจากการ "ตั้งท่า" ดังเช่น การวางการ์ดมวย

 

การใช้คำว่า "ซ้ายหน้า" ในมวยการ์ดขวาเดียวกัน

     อาวุธซ้ายหน้า ใช้ได้ผล เพราะเมื่อเข้าระยะ จะถึงก่อนและเป็นเป้าที่ตำแหน่งรับกัน จึงสามารถใช้จัดการคู่ต่อสู้ได้ หากน้ำหนักอาวุธดี ส่วนการทำลายจังหวะหรือควบคุมเกมส์ เป็นเรื่องรองลงมา หลักการนี้ใช้ได้ทั้ง มวยไทยและมวยสากล

 

     นักมวยที่รู้จักใช้จังหวะได้เปรียบด้วย อาวุธซ้ายหน้า มีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะ ถ้าหากเป็นมวยการ์ดซ้ายด้วยกัน ก็ต้องใช้ขวาหน้า

 

การใช้ "ซ้ายหน้า" ในมวยไทย เช่น

     - เตะ ใช้เตะซ้ายหน้า ทั้งเตะล่าง, เตะลำตัวและเตะสูง เทคนิคการเตะซ้ายหน้าที่ดีคือขยับเท้าขวานิดหน่อยก่อนเตะซ้ายหน้า การเตะซ้ายหน้าสามารถสกัดการต่อยหมัดขวาตรงได้ดี

     - หมัดเองก็สำคัญ เมื่อหมัดฮุคซ้ายอ้อมการ์ด เข้าเป้ากกหูหรือคาง

     - เข่า แทงเข่าซ้ายแบบขวางหน้าดันแทง

     - ถีบ ถีบซ้ายสูงจิกแบบบาทาลูบพักตร์หรือถีบซ้ายยันจิกแบบมอญยันหลัก หากเป็นมวยการ์ดขวา ต้องท่องให้ขึ้นใจ เจอมวยขวาใช้ซ้ายหน้าให้มาก

 

     ดังนั้น การสร้างจังหวะซ้ายหน้า โดยเฉพาะการเตะ จึงจำต้องฝึกให้เตะได้แม่นเร็วและแรงให้มากที่สุด ซึ่งเป็นการยากของนักมวยการ์ดขวา

 

     "เหลี่ยมจัด" คือการชกที่หลอกคู่ต่อสู้ เช่น ทำเป็นจะถีบเพื่อให้คู่ต่อสู้นึกว่าจะถีบ การ์ดที่ป้องกันหน้าเลยตกมาอยู่ที่ตัว เพราะส่วนมากถีบที่ท้อง พอการ์ดตกเมื่อไหร่ก็ชิงจังหวะปล่อยหมัดหรือฟันศอก และยังมีการหักเหลี่ยมในขณะที่ปล้ำตีเข่าวงในกันอยู่ เช่น คู่ต่อสู้ตีเข่ามาในจังหวะที่ยกขาขึ้นมาตี คู่ต่อสู้จะยืนแต่ขาเดียว จึงโดนหักเหลี่ยม คือเอาขากวาดให้ล้ม

 

    นี่คือภาพรวมของการ "ตั้งท่า" มาเป็น "เหลี่ยมมวย" ในมวยไทย ซึ่งโดยรวมแล้ว นั่นคือการดูเชิง คุมเชิงเพื่อให้ได้เปรียบกว่าคู่ต่อสู้ แต่ก็ต้องมาพร้อมกับร่างกายที่แข็งแกร่งเช่นกัน และหากคุณกำลังมองหาสถานที่ฝึก มวยไทย หรืออยากเรียนมวยไทย มาฝึกกับเราได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุด ได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก maemaimuaythai

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย ก็สร้าง Six Pack ได้

- หุ่นสวยด้วยมวยไทย เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

องค์ประของนักมวยจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง

องค์ประของนักมวยจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง

ทุกวันนี้ใครก็อยากจะเป็นนักมวย ยิ่งเด็กเล็กเด็กน้อย เห็นในทีวีก็อยากจะเป็นนักมวย เพื่อไปต่อย มวยไทย  ( Muay thai ) วันนี้เราจะมาบอกถึงว่าการเป็นนักมวยจะต้องมีอะไรบ้างและเตรียมตัวอย่างไร

 

 ความฝันอยาก เป็นนักมวยไทย ก็ยากพอสมควรอยู่แล้วและเส้นทางของการเป็นนักมวยนั้นไม่ได้ง่ายเลยสักนิด ต้องเหนื่อยและเจ็บตัวมาก เป็นพิเศษ หลายปัจจัยในการที่จะเดินเส้นทางนี้ได้ ต้องมีแต่ความอดทนเท่านั้น

 

อยากเป็นนักมวยต้องมีอะไรบ้าง

 

ค่ายมวย

สิ่งแรกเลยที่เราต้องมีก็คือค่ายมวย ค่ายมวยเปรียบเสมือนโรงเรียนของการเรียนมวย ต่อยมวย ชกมวย ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆในยุคสมัยนี้ ไม่ใช่เราเป็นนักมวยแล้วไม่มีค่าย ไม่มีครู เป็นสิ่งที่ผิดนะครับ

 

อุปกรณ์ใน การ ชกมวย

อุปกรณ์เป็นอีกจัย ที่จะช่วยเราให้ลดอาการบาดเจ็บ และช่วยให้เรามีการฝึกร่างกายในช่วยต่างๆ ที่อุปกรณ์ช่วยได้แต่ละส่วน

 

มีเทรนเนอร์ดี

เทรนเนอร์จะสอนเบสิคเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่งยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

ฝึกฝนจิตใจ 

ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที 

หากเรามีทั้งหมดนี้ ฝึกจนตัวเองเก่งมากพอแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องคำนึงถึง

 

ควบคุมอาหาร

มวยไทย ( Muay thai ) จะปล่อยให้น้ำหนักเกินไม่ได้ หากเราน้ำหนักเกิน เราก็จะสู้กับคู่แข่งไม่ได้ เราต้องลด เพื่อจะไปสู้ หรือเพิ่มที่จะไปสู่ อยู่ที่น้ำหนักของคู่แข่ง

 

สภาพความฟิต 

มองดูภายนอกคุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วยการออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก-นั่ง คือแนวทางที่จะทำให้คุณไม่หมดแรงง่ายๆบนเวที ดังนี้นการออกกำลังกายให้ หนักกว่าคนอื่นเราก็จะเป็นนักมวย ที่เก่งกว่าคนอื่นนั้นเอง

 

สัญชาตญาณ

จริงอยู่ที่เทรนเนอร์หรือพี่เลี้ยงจะวางแผนให้คุณก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก แต่เมื่อขึ้นออกไปตะบันกับคู่แข่งบนเวที คุณคือคนที่กำหนดทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

 

สุดท้ายนี้ การที่เป็นนักมวย องค์ประกอบ หลักๆ ก็คือ ร่างกายที่ สมบูรณ์แบบ สามารถใช้ทุกส่วนของร่างกายได้อย่างดีและสมบูรณ์ที่สุด 

 

ทั้งหมดนี้คือเส้นทางสู่ความสำเร็จ ที่ใช้ได้ในทุกๆวงการ โดยเฉพาะวงการมวย แม้ว่าคุณอาจจะเป็นรองในเรื่องน้ำหนักหมัด หรือกระทั่งเชิงมวย แต่เชื่อได้เลยว่า หากคุณฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่น ประตูสู่ชัยชนะพร้อมเปิดต้อนอยู่อย่างแน่นอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

นักมวยไม่ใช่แค่การออกอาวุธอย่างเดียว

หุ่นสวยด้วยมวยไทย เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับมวยไทย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

หุ่นสวยด้วยมวยไทย เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

หุ่นสวยด้วยมวยไทย เฟิร์มไวแค่ 10 ครั้ง

   อาจจะดูเป็นกีฬาแรง ๆ สำหรับคนแมน ๆ เขาเล่นกัน แต่ลองมาออกหมัด เท้า เข่า ศอกดูก่อน แล้วคุณจะรู้ว่า "มวยไทย" เหมาะกับผู้หญิงมากกว่าที่คุณคิด

 

ฟิตแอนด์เฟิร์ม 10 ครั้งก็เห็นผล

     การฝึกมวยไทยจะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพียงแค่ 10 ครั้ง ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

     นอกจากนี้ เวลาที่คุณออกแรงเตะ ต่อย ครูฝึกจะสอนให้เปล่งเสียงออกมาเต็มที่ ซึ่งตรงนี้นอกจากจะช่วยเรื่องระบบการหายใจแล้ว ยังจะทำให้คุณได้ปลดปล่อยความเครียดด้วย

 

สวยดุ...ป้องกันตัวได้

     ต้องเข้าใจกันก่อนว่าการฝึกมวยไทยที่เราพูดถึงนี้ก็คือการฝึกชก เตะ และท่าทางต่าง ๆ ของมวยมาประยุกต์เป็นท่าออกกำลังกายเฉย ๆ ดังนั้น นอกจากคุณจะได้เบิร์นแล้ว คุณยังได้ฝีไม้ลายมือในการป้องกันตัวติดไปด้วย โดยในคลาสแรก ๆ ที่มาเรียน

 

     ครูฝึกจะสอนพื้นฐานตั้งแต่การยืน เดิน ไปจนถึงการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แบบครบสูตร จากนั้นก็จะได้ฝึกกับเป้าและกระสอบทราย และเมื่อคุณคุ้นชินกับท่าทางต่าง ๆ แล้ว ก็จะมีการสอนให้ว่าหากอยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ปลอดภัยจะมีวิธีการป้องกันตัวอย่างไรได้บ้างด้วย ถือเป็นผลพลอยได้ที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับผู้หญิงเราเลยทีเดียว

 

ต้องเล่นเอาท์ดอร์เท่านั้น

 

     ถึงแม้คุณจะไม่ได้ต้องการไปชกมวยแบบจริงจัง แค่อยากจะใช้เป็นวิธีการเฟิร์มหุ่นเท่านั้น ก็ไม่มีทางที่คุณจะมาฝึกในห้องแอร์ชิล ๆ

 

    แม้เมืองไทยจะเป็นเมืองร้อน แต่สถานที่ที่เหมาะกับการฝึกมวยที่สุดก็คือ เอาท์ดอร์ร้อน ๆ นี่แหละ ทั้งช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน และฝึกความอดทนไปพร้อม ๆ กัน

 

     "การฝึกมวยนอกห้องแอร์แบบนี้จะทำให้คุณได้อยู่กับธรรมชาติ การหายใจก็จะดีกว่าอยู่ในห้อง แล้วพอฝึกไปสักพักก็ชิน รับมือกับสภาพอากาศได้ดีขึ้น และหลังฝึกก็จะสดชื่นขึ้นด้วย"

 

       หากอยากออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างถูกต้อง สามารถมาได้ที่ ยิมมวย เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) สาขาใกล้บ้านคุณนะคะ

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

มวยไทย ก็สร้าง Six Pack ได้

มวยไทย ก็สร้าง Six Pack ได้

ถ้าพูดถึงร่างกายของคนที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ภาพในหัวต้องไม่พ้นคนที่มีร่างกายแข็งแรง มีกล้ามเนื้อ สำคัญคือต้องมีกล้ามหน้าท้องหรือ Six Pack วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการสร้าง Six Pack ด้วยกีฬามวยไทย 

 

     หมัด เท้า เข่า ศอก คือคำที่ได้ยินบ่อยๆจากกีฬาประจำชาติไทย ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครในโลกไม่รู้จัก มวยไทย ( Muay Thai ) คือกีฬาศิลปะการต่อสู้ที่น่าภาคภูมิใจ แน่นอนที่นักมวยแต่ล่ะคนก็ต้องย่อมมีร่างกายที่แข็งแกร่งดั่งอาวุธ เพราะอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด คือร่างกายของเรานั่นเอง โดยเฉพาะกล้ามหน้าท้องหรือ Six Pack พวกเขามีวิธีสร้างกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งและดุดันแบบนั้นได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วเราไปติดตามรายละเอียดกันเลย

 

สร้าง Six Pack แบบฉบับ มวยไทย

 

     ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อช่วงของการพับตัว บิดตัว โยกตัว งอตัวจากส่วนล่างจนถึงส่วนบนโดยมีท่าพื้นฐานทั้งหมด 5 ท่า คือ

 

1. ท่า Sit Up และชก

12-15 ครั้ง 1-2 เซต

ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและด้านข้าง

     โดยจะเป็นการ Sit Up และชกล่อเป้า ยิ่งถ้าหากมีคู่ซ้อมที่ช่วยให้เราสามารถชกล่อเป้าได้จะยิ่งดีมาก แต่ถ้าหากไม่มี ก็สามารถใช้วิธีชกลมได้ ไม่ต่างกัน โดยธรรมชาติของท่านี้ จะใช้ร่างกายในการบิด งอตัวและเหยียดตัว เพื่อสามารถชกให้โดนเป้าได้มากขึ้น

 

2. ท่า Sit Up และทุบ

12-15 ครั้ง 1-2 เซต

ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง

     เป็นการ Sit Up และทุบ โดยให้คู่ซ้อมทุบตรงส่วนบริเวณหน้าท้อง ในช่วงยกตัว ด้วยเป้าล่อท่านี้จะช่วยในเรื่องของการสร้างความคุ้นเคย โดยธรรมชาติของร่างกายจะเกิดอาการเกร็ง เมื่อมีสิ่งใดมาปะทะตรงบริเวณช่วงหน้าท้อง เป็นการสร้างความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อไหวพริบและระบบประสาทอาจเคยสงสัยกันว่า ทำไมนักมวยถึงสามารถทนทานต่อการถูกตีเข่าเป็นเวลานานๆได้ คำตอบก็คือท่านี้นั่นเอง

 

3. ท่า Sit Up และหลบ

12-15 ครั้ง 1-2 เซต

ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องและด้านข้าง

     เป็นการ Sit Up และหลบหมัดของคู่ซ้อมในระหว่างที่ยกตัวขึ้นมา โดยจะได้ทักษะในการหลบหมัดคู่ต่อสู้ พิงเชือก โยกตัว โดยท่านี้จะได้ทั้งในส่วนกล้ามเนื้อทั้งเอวและขา

 

4. ท่าตีเข่า

30 วินาที 1-2 เซต

ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง / ด้านข้าง และน่อง

     ท่านี้จะเป็นการใช้ขาช่วงล่างหนักขึ้น โดยใช้ขาข้างที่เราทรงตัว ตีเข่าขึ้นกลางอากาศ ยิ่งเร่ง การทรงตัวและการเขย่งจะยิ่งทำงานหนักขึ้น และเมื่อขึ้นชกกับคู่ต่อสู้ จะช่วยในเรื่องของการหลบหลีกและการทรงตัว ทำให้เรายืนขาได้มั่นคงยิ่งขึ้น

 

5. ท่าเตะข้าง

30 วินาที 1-2 เซต

ช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง / ด้านข้าง และน่อง

     ท่านี้จะได้กล้ามเนื้อในส่วนของลำตัวด้านข้าง ซึ่งจะแตกต่างจากท่าตีเข่า โดยการใช้แรงมากขึ้นและยืดขามากขึ้น

 

     ซึ่ง 5 ท่าเหล่านี้ คือเทคนิคขั้นพื้นฐานของการสร้าง Six Pack ด้วย มวยไทย ( Muay Thai )โดยท่าแรก สำหรับช่วงเริ่มต้น อาจไม่ต้องใช้วิธีการทุบเลยทันที อาจจะเป็นการเกร็งค้างไว้ แล้วค่อยปล่อยลงมา ท่าล่ะ 1-2 รอบ ส่วนคนที่เริ่มชินแล้วแนะนำให้ทำท่าตั้งแต่ 1-5 แล้วค่อยพัก นอกจากได้ Six Pack แล้ว ยังสามารถช่วยในเรื่องของ คาร์ดิโอ หรือการมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นด้วย

 

     กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ต้องมาพร้อมกับจิตใจที่แข็งแกร่งและมุ่งมั่น การสร้าง Six Pack ด้วยมวยไทย ( Muay Thai ) คงไม่ยากเกินกว่าความตั้งใจของเรา แค่คิดว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้เช่นกัน หากใครสนใจอยากเรียนมวยไทย ( Muay Thai ) เรามีสอนให้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) กับสาขาที่ใกล้และสะดวกที่สุดได้เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก channel.mahidol

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มารยาท มวยไทย

- ลดพุง ลดโรค ด้วยมวยไทย

มารยาท มวยไทย

มารยาท มวยไทย

การชก มวยไทย ( Muay Thai ) มีกฎ กติกาการแข่งขันที่ชัดเจน รวมทั้งมีมารยาทที่ควรถือปฏิบัติด้วยเช่นกัน ไม่ใช่อยากจะต่อยก็ต่อย ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

 

      นักมวยจะรู้กันดีว่า มวยไทย ( Muay Thai ) การเป็นนักกีฬาจะต้องเอาจริงเอาจัง มีเรื่องของการแพ้ชนะเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ต้องทำให้เต็มที่และต้องรู้จักมารยาทในการชกมวยด้วย ซึ่ง มารยาทในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) มีดังนี้

 

1. เคารพในกฎกติกาการชกมวยไทยโดยเคร่งครัด

2. เคารพ เชื่อฟัง และปฏิบัติตามคำแนะนำ คำตักเตือน ของผู้ตัดสินอย่างเคร่งครัด

3. ไม่แสดงกิริยาอาการอันไม่สุภาพต่อคู่แข่งขัน หรือ ผู้ชม เช่น ถ่มน้ำลาย หรือ ตะโกนด่าผู้ชม เป็นต้น

4. ไม่แสดงปฏิกิริยาคัดค้านไม่พอใจในการตัดสินของผู้ตัดสินทุกกรณี เช่น ไม่ยอมลงจากเวที ทำร้ายร่างกายผู้ตัดสิน ด่าว่าผู้ตัดสิน เป็นต้น

5. ไม่พยายามซ้ำเติมคู่แข่งขันที่ด้อยกว่า ทั้งที่มีโอกาสกระทำได้โดยไม่ผิดกติกา

6. แสดงความมีน้ำใจนักกีฬา

7. ให้เกียรติและเคารพนักมวยรุ่นพี่ ก่อนและหลังการต่อสู้ทุกครั้ง

8. ตามประเพณีนิยมก่อนการแข่งขัน นักมวยต้องทำการไหว้ครูและมีการร่ายรำตามศิลปะมวยไทย

 

     ส่วนสิ่งที่ไม่ควรทำในการชกมวยไทย คือ การที่นักมวยที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตัดสิน ฝ่าฝืนกระทำผิดโดยเจตนา การใช้เล่ห์กลต่างๆ ถือว่าเป็นการชกมวยที่น่ารังเกียจและไม่มีน้ำใจนักกีฬา ซึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำ มีดังนี้

 

1. ใช้ศีรษะกระแทก กัด ควัก หรือ กดลูกตา จิกผม ถ่มน้ำลายใส่คู่ต่อสู้

2. ปล้ำโดยแกล้งล้มทับ กดศอก หรือเข่าซ้ำคู่ต่อสู้ขณะคู่ต่อสู้ล้ม หรือเหวี่ยงทุ่มในลักษณะของยูโดหรือมวยปล้ำ

3. ล็อคคอหรือแขนขา ขัดขา เกี่ยวขา ปัดขา หนุนขา หรือยกทุ่มคู่ต่อสู้

4. จับ โหนพิงเชือกแล้วชก เตะ ถีบ

5. ซ้ำเติมคู่ต่อสู้ขณะล้ม

6. แกล้งล้ม โดยเจตนาชกในลักษณะสมยอมเพื่อสินจ้างรางวัล

7. แสดงกิริยาหรือกล่าววาจาไม่สุภาพขณะแข่งขัน

8. ตีเข่าที่บริเวณกระจับคู่ต่อสู้

9. ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลบหลีกการกระทำของคู่ต่อสู้โดยมิชอบ เช่น แกล้งล้มมุดออกนอกเชือก สอดขาออกนอกเชือก หรือหลบอยู่หลังผู้ตัดสิน เป็นต้น

 

     จะเห็นได้ว่าการมี มารยาทในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น จะส่งผลดีต่อตัวนักมวย รวมถึงค่ายมวยของตนเองด้วย หวังว่านักมวยหรือคนที่สนใจในกีฬามวยไทย จะมีน้ำใจนักกีฬากันทุกคนนะคะ

 

     หากอยากออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างถูกต้อง สามารถมาได้ที่ ยิมมวย เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) สาขาใกล้บ้านคุณนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thaiboxing55

อ่านบทความเพิ่มเติม

- การตัดสินแพ้-ชนะในการแข่งขันมวยไทย

- การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

ลดพุง ลดโรค ด้วยมวยไทย

ลดพุง ลดโรค ด้วยมวยไทย

มวยไทย ( Muay thai ) เป็นกีฬาที่ได้รับการนิยมไปทั่วโลก ทั้งไทยและต่างประเทศ รู้หรือไม่ว่า มวยมีวิธีการออกกำลังกายเหมือนกัน วันนี้ เรามาลดพุงลดโรคกันเถอะ ด้วย มวยไทย ( Muay thai ) ของบ้านเราเอง

หลักการลดน้ำหนักง่ายๆ ที่เราเคยได้ยินเลยนั้นก็คือ

 

หนักเช้า เบาเที่ยง เลี่ยงเย็น เน้นกินผัก ถูกครับหลักการลดก็มีเท่านี้แหละครับแต่การออกกำลังกายท่าทางต่างๆนั้นจะทำอย่างไรบ้างมาดูกัน

 

คาร์ดิโอแบบ มวยไทย ( Muay thai )

หากจะเริ่มออกกำลังกายให้ฟิตแบบนักมวย ควรต้องเริ่มจากการคาร์ดิโอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเสียก่อน ซึ่งการคาร์ดิโอนี้ทำได้ตั้งแต่การ ซิทอัพ / วิ่ง / กระโดดเชือก ซึ่งไม่ใช่การกระโดดเชือกแบบทั่วๆ ไปแต่เป็นการฝึกที่มีรูปแบบการกระโดดที่หลากหลาย และการฝึกความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การดึงข้อ, การบริหารกล้ามเนื้อหลังแขน, การวิดพื้น และการฝึกด้วยลูกบอลเทรนนิ่งในท่าทางต่างๆ

 

เปิดการเผาผลาญพลังงานได้เร็วกว่า

มวยไทย ( Muay thai )  การชกมวยอาจเป็นทางเลือกใหม่ในการออกกำลังกายแบบ High-intensity Interval Training ( การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง ) การออกกำลังกายประเภทนี้จะช่วยให้สร้างความแข็งแรง ความรวดเร็ว มีพลังมากขึ้น และกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย เมื่อนำมาเทียบกับการวิ่งหรือปั่นจักรยานจะเผาผลาญพลังงานได้มากกว่า แต่ใช้เวลาน้อยลง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) ต้องทำยังไงก็ได้ให้ ใช้ได้ทุกส่วน

เป้าหมายของการต่อยมวยคือให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การชกมวยยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

อดทนต่อความเหนื่อย

มวยไทย ( Muay Thai ) หลักๆ เลยเราต้องอดทนต่อความเหนื่อยล้า ยิ่งเราเป็นคนที่น้ำหนักเยอะอยู่แล้วด้วย ต้องอดทนเข้าไปใหญ่ แต่เอาเท่าที่ไหว วันนี้ เล่น 20 นาทีพรุ่งนี้เล่น 25 นาทีเป็นขั้นตอนไป ไม่งั้นเราก็จะไม่ไหว ร่างกายเจ็บอีก ดังนั้นการที่เราจะลดน้ำหนักนั้น ต้องอาศัยหลายปัจจัยในการ ลด ไม่ใช่ว่า อยู่ดีๆลด ไม่ได้นะครับต้องศึกษาให้ดี

 

การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบที่ดีขึ้น มีความอดทน กล้าหาญ และนำไปใช้เป็นศิลปะป้องกันตัวได้ในอนาคต หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) จะมาเดี่ยว มากลุ่มเราก็รับสอน

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

ออกกำลังกายแบบนักมวยได้ที่บ้าน

“มวยไทย” หุ่นสวย ป้องกันตัวได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  ignitefightclub

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับมวยไทย

เทรนออกกำลังกายสำหรับผู้หญิงยุคใหม่กับมวยไทย

     เทรนด์สุขภาพสมัยนี้ ต่อยมวย เป็นเทรนด์ฮิตที่สาวๆกำลังสนใจ นอกจากจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้วยังช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย ข้อดีเยอะขนาดนี้ คุณสนใจการออกกำลังกาย แบบชกมวย ไหมล่ะ

 

     วิธีการออกกำลังกายมีมากมายหลายแบบมากแต่สำหรับ มวยไทย ที่ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยโดยการนำมาผสมผสานกับการออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์และท่าทางต่างๆ ส่งผลให้ผู้เล่นได้ทั้งการออกกำลังกาย สุขภาพ และศิลปะป้องกันตัวไปเลยทีเดียว

 

เทคนิคการต่อยมวยให้ได้ผลดีที่สุด

1.สำหรับการเริ่มต้นการ ต่อยมวย ต้องมีเป้าหมายชัดเจน เช่น การเอาจริงเอาจังไปกับ การออกกำลังกาย, ลดน้ำหนัก, ต่อยมวย เพราะถ้าใจไม่สู้ต่อให้ไม่มีอุปสรรคมาขวางก็ตาม ก็จะไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

 

2.ต้องไม่กลัวในเรื่องอาการฟกช้ำ หรือ ปวดเมื่อยร่างกาย อาจจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจสำหรับคุณผู้หญิงที่กลัวจะเกิดรอยเขียว จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ

 

3.ควรที่จะหาสถานที่ฝึกและครูฝึกสอนที่ดีมีประสบการณ์ เพราะจะช่วยให้การฝึกซ้อมได้ดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสถานที่ และครูมวยด้วย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องลดการบาดเจ็บจากการฝึกได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเรามีครูดีก็จะทำให้เกิดความผิดพลาดได้น้อยในการเล่น

 

4.ควรทำตามกฎหรือคำแนะนำของครูฝึก เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึก ชกมวย บางอย่างควรต้องใส่เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุขณะออกกำลังกายได้ และเป็นการเซฟตัวเราเองได้อีกด้วย

 

มวยไทยจะช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างไร

     ใครจะไปเชื่อว่าการ ต่อยมวย จะช่วยลดน้ำหนักได้ดี เพราะการฝึกมวยไทยแบบจริงจังบวกกับการที่ยิมมวยได้นำท่าทางการออกกำลังกายต่างๆ ในแบบผู้ชายมาใช้กับผู้หญิง แน่นอนว่าการต่อยมวยไม่ได้ใส่นวมแล้วก็ต่อย ไปตามเป้าเท่านั้น แต่การชกมวยที่ถูกต้องจะต้องมีการยืด วอมร่างกาย รวมถึงการเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่ได้มีการชกมวย ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจม หรือ หลบหลีก การโยกตัวไป-มา ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายได้ใช้พลังงานไปอย่างมหาศาล

 

     เห็นอย่างนี้แล้วการออกกำลังกายด้วยการ การชกมวย ก็ช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว หากคุณกำลังมองหายิมต่อยมวย เราขอแนะนำ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) มีเทรนเนอร์คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sbobetstep

การตัดสินแพ้-ชนะในการแข่งขันมวยไทย

การตัดสินแพ้-ชนะในการแข่งขันมวยไทย

ศิลปะการต่อสู้ที่มีความโดดเด่นโด่งดังของไทยคงหนีไม่พ้น มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ใช้ร่างกายเป็นอาวุธในการต่อสู้ วันนี้จึงอยากพาทุกคนมาทำความเข้าใจกติกาในการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นกันค่ะ

 

กติกาในการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่น มีหลักเกณฑ์ในการให้คะแนนและการตัดสิน ดังนี้

1. การให้คะแนนการชก มวยไทย ( Muay Thai )

     การชกที่ได้คะแนนในแต่ละยก ผู้ตัดสินจะคิดคะแนนให้แก่นักมวยแต่ละคน ตามจำนวนของการชกที่ถูกต้องตามแบบฉบับ มวยไทย ( Muay Thai ) ส่วนการชกที่ไม่ได้คะแนนคือ การชกที่ละเมิดกติกาข้อใดข้อหนึ่ง ชกถูกแขน ขา ของคู่แข่งขันในลักษณะที่คู่แข่งกระทำเพื่อป้องกันตนเองจากอาวุธของคู่แข่งขัน และการปล่อยอาวุธที่ไม่มีน้ำหนักหรือแรงส่งจากร่างกาย

 

     การชก มวยไทย ( Muay Thai ) แต่ละยกมี 20 คะแนน เมื่อสิ้นสุดลงแต่ละยกผู้เข้าแข่งขันที่มีทักษะมากกว่าจะได้ 20 คะแนน และคู่เข้าแข่งขันจะได้ลดลงไป แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันทั้งสองชกดีเท่ากันให้คะแนนคนละ 20 คะแนน ซึ่งการคิดคะแนนให้เป็นไปตามเกณฑ์การให้คะแนน คือ 1 คะแนน สำหรับอาวุธที่กระทำถูกต้อง 1 อาวุธ

 

     เมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ถ้าได้ให้คะแนนแต่ละยกตามเกณฑ์ข้อ 1 และ 2 แล้วผู้ตัดสินพบว่า คะแนนของผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่ายเท่ากัน จะต้องพิจารณาตัดสินผลการแข่งขันให้แก่ผู้แข่งขัน โดยดูจากผู้แข่งขันที่เป็นฝ่ายรุกมากที่สุด หากเป็นฝ่ายรุกเท่ากันให้พิจารณาผู้ที่มีแบบในการชกดีกว่า ผู้แข่งขันที่มีการป้องกันตัวดีกว่า จากการปัดป้อง ปิด จับ รั้ง การหลบหลีกและอื่นๆ สามารถป้องกันอาวุธต่างๆของคู่ต่อสู้จนคู่ต่อสู้ทำอะไรไม่ได้ และที่สำคัญที่สุดในการแข่งขันทุกครั้งจะต้องมีการประกาศผู้ชนะ

 

2. ชนิดของการตัดสิน มวยไทย ( Muay Thai )

     2.1 ชนะโดยน็อคเอาท์ (Win by Knock Out) ถ้าผู้เข้าแข่งขัน “ล้ม” และไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ภายใน 10 วินาที ให้ผู้เข้าแข่งขันเป็นผู้ชนะน็อคเอาท์

     2.2 ชนะโดยคะแนน (Win by Points) เมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับการตัดสินเสียงข้างมากจากผู้ตัดสินเป็นผู้ชนะ ถ้าผู้แข่งขันทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บหรือถูกนับสิบพร้อมกัน และไม่สามารถแข่งขันต่อไปได้ ผู้ตัดสินต้องรวมคะแนนที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนได้จนถึงเวลาที่การแข่งขันได้หยุดลง ซึ่งผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนนมากกว่าเป็นผู้ชนะ

     2.3 ชนะโดยผู้ชี้ขาดสั่งยุติการแข่งขัน (Win by Referee stopping contest)

     - ฝีมืออ่อนกว่ามาก (Out-classed) เมื่อผู้ชี้ขาดเห็นว่า ผู้แข่งขันคนหนึ่งฝีมืออ่อนกว่ามาก หรือถูกชกมากไป ต้องยุติการแข่งขันและให้คู่แข่งขันเป็นผู้ชนะ

     - บาดเจ็บ (Injury) ถ้าผู้ชี้ขาดเห็นว่า ผู้แข่งขันคนหนึ่งมีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์พอที่จะแข่งขันต่อไปได้ เนื่องจากได้รับการบาดเจ็บจากการชก หรือ ด้วยเหตุทางร่างกายอื่นๆ ต้องยุติการแข่งขันและให้ผู้แข่งขันเป็นผู้ชนะ ทั้งนี้เป็นสิทธิ์ของผู้ชี้ขาดที่อาจจะหารือกับแพทย์ ซึ่งเมื่อหารือกับแพทย์แล้ว ผู้ชี้ขาดต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

     2.4 ชนะโดยถอนตัว (Win by retirement) ถ้าผู้เข้าแข่งขันถอนตัวจากการแข่งขันด้วยความสมัครใจ เนื่องมาจากอาการบาดเจ็บหรือเหตุอื่น หรือไม่สามารถแข่งต่อไปทันที หลังจากการหยุดพักระหว่างยก ให้คู่เข้าแข่งขันเป็นผู้ชนะ

    

     นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกติกาการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเขาตัดสินแพ้ชนะกันอย่างไร เมื่อได้รู้แล้วหวังว่าจะดูการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) ได้สนุกกันมากขึ้นนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kmsaard

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

- คำศัพท์มวยไทย ในการออกอาวุธ

 

มวยไทยช่วยลดน้ำหนักได้

มวยไทยช่วยลดน้ำหนักได้

หากพูดถึง มวยไทย ( Muay Thai ) คงนึกถึงความบ้าระห่ำของผู้ชายที่ใช้พละกำลังกันใช่ไหมคะ แต่รู้ไหมว่าตอนนี้ มวยไทย ( Muay Thai ) ถูกนำมาใช้เป็นการออกกำลังกายจนสามารถลดน้ำหนักได้แล้วนะคะ

 

 

     มวยไทย ( Muay Thai )  ในสมัยก่อนเป็นของผู้ชายที่ใช้ฝึกเพื่อป้องกันตัว แต่ในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นที่จะฝึกมวยไทยเพราะผู้หญิงก็สามารถต่อยมวยได้ ในตอนนี้ มวยไทย ( Muay Thai )  ถูกนำมาประยุกต์ใช้เข้ากับการออกกำลังกายจนได้รับความนิยม ไม่เว้นแม้แต่ดารา นักแสดง ที่เลือกดูแลรูปร่างด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้คนได้รู้จักกับศิลปะแม่ไม้มวยไทยกันมากขึ้นอีกด้วย

 

 

     การนำ มวยไทย ( Muay Thai )  มาผนวกเข้ากับการออกกำลังกาย สามารถช่วยลดน้ำหนัก ทำให้หุ่นเฟิร์มและลดความอ้วนได้เร็วกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ เพราะการออกอาวุธของ มวยไทย ( Muay Thai ) ไม่ว่าจะหมัด เท้า เข่า ศอก ต้องอาศัยแรง พละกำลังอย่างมหาศาล แม้แต่การบิดตัวระหว่างชกอย่างถูกวิธีก็มีผลต่อการเผาผลาญไขมันทั้งสิ้น

 

 

     หากออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) อย่างเป็นประจำ จะช่วยลดความอ้วน ลดน้ำหนักได้จริง แถมยังมีหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม เพียงแค่คุณฝึกมวยไทยวันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก็สามารถเผาผลาญพลังงานได้กว่า 1,000 กิโลแคลอรี หากเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆ มวยไทยถือว่าเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างมาก

 

 

     การที่ มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้นั้น เกิดจากการออกกำลังในส่วนต่างๆ เช่น ออกหมัดอย่างการใช้ ‘หมัดตรง’ สามารถช่วยกระชับต้นแขน ลดไขมันบริเวณท้องแขนได้ ‘หมัดฮุค’ การบิดลำตัวซ้าย-ขวาเล็กน้อย สามารถช่วยกระชับสัดส่วนช่วงลำตัว ทำให้รูปร่างเรียวขึ้น ‘หมัดอัปเปอร์คัต’ เป็นหมัดต่อยขึ้นข้างบน

 

 

     เห็นไหมคะว่า เพียงแค่ออกหมัดในรูปแบบที่แตกต่างกันก็ช่วยสร้างกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าจากการพับแขนและสร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่จากการยกแขนได้แล้ว ส่วนการเตะมวย ถ้าออกแรงเตะเยอะและเร็ว จะยิ่งช่วยสลายไขมัน ทำให้ขาเล็กลง กระชับขา สะโพก ลดเซลลูไลท์ได้ด้วย

 

 

     การออกกำลังกายด้วย มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นการออกกำลังกายที่ใช้อวัยวะแทบทุกส่วนของร่างกาย ที่นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยให้มีไหวพริบ มีความอดทน กล้าหาญ และได้ทำความรู้จักกับศิลปะแม่ไม้มวยไทยไปในตัว

 

 

     หากใครสนใจเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) สามารถมาเรียนได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม (Jaroenthong Muay Thai Gym) จะมาเดี่ยว มากลุ่มเราก็รับสอนหมดนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

อ่านบทความเพิ่มเติม

- สเต็ปต่อยมวย "ลดน้ำหนัก" ผู้หญิงก็ทำตามได้ง่ายๆ

- ทำความรู้จักกับ “มวยไทย” แต่ละสมัย

5 สิ่งที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับความปลอดภัยใน กีฬาการต่อสู้

5 สิ่งที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับความปลอดภัยใน กีฬาการต่อสู้

     หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า บางอย่างที่ดูเหมือนว่าจะสามารถเสริม ความปลอดภัยมาก ในกีฬาการต่อสู้  ในความเป็นจริงแล้วกลับทำอันตรายให้ผู้ที่เข้าแข่งขันมากกว่า ในวันนี้เราจะนำเสนอเกี่ยวกับ สิ่งที่ผู้อ่าน อาจไม่ทราบมาก่อน อย่าง กฎกติกา และอุปกรณ์ ในกีฬาการต่อสู้ มาฝากกัน

 

1. ใส่เฮดเกียร์ เป็นอันตรายต่อนักกีฬามากกว่าไม่ใส่

     แม้ว่าจะใส่ เฮดเกียร์ การรับหมัดที่หนักและกระแทกอย่างต่อเนื่องทำให้ โฟมที่คอยรับแรงกระแทกไม่มีประโยชน์นักกีฬาแต่อย่างใด และกล่าวว่าก่อให้เกิด ปัญหาทั้งหมดสองประการ

1.อุปกรณ์ป้องกันศีรษะในมวยสากลนั้น ทำให้หัวของนักกีฬา ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม สามารถตกเป็นเป้าได้ง่ายขึ้น

2.อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ สร้างความเชื่อแบบผิดๆ ว่าตัวนักกีฬา ปลอดภัยจากการได้รับแรงกระแทก

สาเหตุที่นักกีฬาในยิมของเค้ามากกว่าครึ่งไม่ใส่เฮดเกียร์เวลาซ้อมเพราะว่า เฮดเกียร์นั้นสามารถไหลไปบังวิสัยทัศน์ระหว่างต่อสู้ได้ แต่สำหรับการต่อสู้จริง ๆ แล้วกลับเป็นภาระ ที่ทำให้นักสู้ได้รับอันตรายมากกว่าเดิม

 

2. นวมถูกสร้างมาเพื่อ ป้องกันมือเท่านั้น ไม่ได้เพื่อปกป้องการโดนต่อย

     หากเทียบ การใช้มือเปล่า, การใส่นวม MMA ที่มีน้ำหนัก 4 Oz  หรือ ใส่นวมมวยสากล เวลาต่อยไปที่เป้าหมาย นวมมวยสากลจะรู้สึกปลอดภัยกับมือของตัวเรามากที่สุด แต่ก็รู้ว่านวมประเภทมวยสากล ที่มีน้ำหนัก มากกว่า 10 Oz สามารช่วยป้องกันมือได้ในระดับนึงเลยทีเดียว

 

3. การยืนนับ 8 วินาทีในกีฬาการต่อสู้ อันตรายกว่า การถูกน็อคสลบไปเลย

     กฎการนับ 8 วินาที คือกฎกติกาที่ถูกใช้โดยกีฬา มวยสากล มวยไทย ด้วยกติกาของการนับ 8 วินาทีใน กีฬาการต่อสู้ นั้นเอื้ออำนวยให้นักสู้ที่ถูกน็อคลงไปลุกขึ้นมาสู้ได้ต่อ แม้จะบาดเจ็บไม่มากนัก แต่นักสู้จะมีโอกาศได้รับ การจู่โจมอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมองสะสมอาการบาดเจ็บได้ในระยะยาว

 

4. กีฬาการต่อสู้ที่ ผสมการทุ่มล๊อคข้อต่อหักกระดูก มีความปลอดภัยกว่า การยืนต่อสู้

     ท่า Submission Arm bar แม้จะดูรุนแรง สำหรับผู้ที่ไม่เคยฝึกฝนมาก่อน แต่จริงๆแล้ว กีฬาการต่อสู้ ที่เน้นไปการ ทุ่มล๊อค หักข้อต่อ รูปแบบเกมส์การแข่งขันจึง มีผลลัพธ์ที่ออกมาหลากหลายยิ่งกว่า มวยสากล หรือมวยไทย ที่ชนะคะแนน หรือ น๊อคเอ้าท์ เท่านั้น

 

5. การสู้ในสังเวียนกรง ปลอดภัยกว่าเวทีเชือก

     เหตุการณ์ที่เราเคยเห็นในกีฬาการต่อสู้ มวยไทย มวยสากล หรือ MMA คือ การถูกน๊อค กลางอากาศหรือล้มลงทำให้ หัวฟาดซ้ำลงไปที่พื้นเวที เป็นเหตุให้ อาการบาดเจ็บมีอาการสาหัสกว่าเดิม หรือถึงแก่ชีวิตเลยทีเดียว การถูกน็อคอาจยับยั้งไม่ได้แต่ การเลือกใช้ พื้นเวทีที่มี คุณภาพจะเป็นหนทางที่ ช่วยลดอาการเจ็บโดยรวมของนักสู้ได้

 

     ดังนั้น การชกมวย นั้นอันตราย ถ้าคุณไม่ได้ป้องกันอย่างถูกวิธี คุณควรได้รับคำแนะนำจากเทรนเนอร์เป็นพิเศษ หรือ ศึกษาข้อมูล ให้ดีและครบถ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ หากคุณอยากได้รับคำแนะนำหรือออกกำลังกายด้วยการต่อยมวย จากเทรนเนอร์เป็นพิเศษ สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym )

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ignitefightclub

 

อาวุธที่อันตรายที่สุดในโลก ฟันศอกแบบ มวยไทย

อาวุธที่อันตรายที่สุดในโลก ฟันศอกแบบ มวยไทย

พูดถึงการออกอาวุธแล้วในการศิลปะมวยไทยทั้ง เตะทั้งเข่า หรือหมัดที่เราเคยเห็นกันบ่อยๆ ก็ไม่สู้ ศอกเป็นอาวุธที่อันตราย หากโดนเต็มๆ อาจถึงเสียชีวิตได้เลย อย่างน้อยๆก็มีเย็บกันบ้างเราแนะนำให้รู้จัก ฟันศอก

 

ตีศอกหรือการฟันศอกเป็นแม่ไม้ มวยไทย ( Muay thai ) หนึ่งที่อันตรายและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ รวมเคล็ดลับวิธีฟันศอกให้แรงไว้ให้ฝึกฝนไว้เป็นศิลปะป้องกันตัวในยามฉุกเฉิน โดยบทความนี้จะเน้นวิธีการฟันศอกให้แรงแบบ มวยไทย ( Muay thai )

 

ก่อนจะฟันศอกต้องรู้จัก และเข้าใจวิธีต่อยให้แรง

 

เช่นเดียวกับการต่อยให้แรง เพราะการฟันศอกให้แรงนั้นไม่ได้ขึ้นกับความแข็งแรงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับประสานตั้งแต่การบิดเอว การใช้ปลายเท้าส่งแรง ทำให้เกิด Momentum ที่ดี และจนไปถึงการเลือกตำแหน่งข้อศอกในการจู่โจมคู่ต่อสู้

 

รู้ประเภทของการฟันศอก: เพราะคุณจะได้เลือกท่าฟันศอกได้ถูกต้องตามสถานการณ์ ซึ่งนักมวยไทยที่เก่งจะสามารถผสมผสานท่วงท่าได้อย่างสวยงามและมีชั้นเชิง โดยทั่วไปแล้วการฟันศอกมีประเภท

 

มวยไทย ( Muay thai )  ศอกตี โดยใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า

 

ศอกตัด การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย

ศอกงัด การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก

ศอกกระทุ้ง การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง

ศอกกลับ การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

ศอกคู่  การตีศอกด้วยแขนสองข้าง

 

ฝึกการออกแรงในระยะสั้น

ในการแข่งมวยไทยส่วนใหญ่จะเหมือนว่านักมวยแทบไม่ได้ใช้ระยะในการง้างศอกเลย เพราะการจู่โจมต้องทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการที่จะทำอย่างนี้ได้ นักมวยจะต้องสามารถออกแรงในระยะสั้นได้

 

ใช้ท่าศอก แบบ มวยไทย ( Muay thai )   จู่โจมที่ถูก

พยายามเลือกตรงปลายข้อศอกที่แหลมและแคบในการสัมผัสเป้าหมาย เพราะมันจะทำให้ความรุนแรงเข้มข้นขึ้นในพื้นที่สัมผัสที่แคบ และให้ต้นแขนเป็นเหมือนฐานจรวดในการส่งแรงไปที่เป้าหมาย หากคุณไม่มีต้นแขนเป็นฐานแล้วพลังโจมตีคุณจะเบาบางอย่างมาก  หรือพูดง่ายๆว่า เล็งที่ จุดออ่นคู่ต่อสู้เช่น หัว หรือ เบ้าตา หัวคิ้วนั้นเอง

 

อยาก เรียน มวยไทย ( Muay thai ) ก็ต้องมีจังหวะในการเริ่มต้นทั้งการวิ่ง การเดิน  เพราะสกิล พวกนี้สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง เพื่อป้องกันตัวของตัวเอง หากท่านใดกำลังมองหา ยิมมวยไทย ( Muay thai ) สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ  “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

อ่านบทความเพิ่มเติม

วิธีต่อยมวยไทย ที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร

หมัด เท้า เข่า ศอก สู่ ‘ลูกไม้มวยไทย’

 

 

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ VS สมัยปัจจุบัน

มวยไทย ( Muay Thai ) มีมาตั้งแต่โบราณกาล มีการแต่งกายที่แตกต่างจากสมัยปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายของมวยไทย มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและมี เครื่องรางของขลัง ที่อยู่คู่กับนักมวยไทยตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน

 

     การแต่งกายของ มวยไทย ( Muay Thai ) ถือเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ใครพบเห็นมักจะให้ความสนใจ เพราะไม่นิยมสวมเสื้อผ้าท่อนบน ใส่เพียงกางเกงขาสั้นและอุปกรณ์ป้องกันตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการเคลื่อนที่ รวมถึงมีเครื่องรางของขลังที่อยู่คู่กับนักมวยไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้การแต่งกายมวยไทย แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ กับ การแต่งการมวยไทยสมัยปัจจุบัน

 

1. การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ

     การแต่งกาย มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยโบราณ ประกอบไปด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือ เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย และ เครื่องรางของขลัง

 

- เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย

     เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย คือ กางเกง ซึ่งในสมัยก่อนไม่มีกางเกงที่ใช้สวมใส่เฉพาะเวลาขึ้นชกมวย ส่วนมากนักมวยจะสวมกางเกงขาสั้นยาวประมาณแค่เข่า เป็นกางเกงที่ใช้โดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้าพันให้หนาคาดทับระหว่างขาใช้แทนกระจับ และคาดเอวเพื่อให้กางเกงไม่หลุดเวลาขึ้นชก

 

     นักมวยสมัยก่อนอาจมีการใส่ เสื้อยันต์ ที่ใช้ผ้าดิบสีแดงหรือสีขาวตัดเป็นเสื้อกั๊กคอกลมแขนกุด เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่างๆ ใช้สวมทับเสื้อชนิดอื่นหรือสวมเพียงตัวเดียว เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันศาสตราวุธทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่เวลาชกมวยมักไม่ค่อยสวมเสื้อยันต์ แต่จะใช้เครื่องรางชนิดอื่นแทน

 

     หากพูดถึงการแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ จะไม่พูดถึง การ ‘คาดเชือก’ คงจะแปลกๆ เพราะการคาดเชือกเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมวยไทย ใช้การคาดเชือกที่มือโดยใช้ด้ายดิบพันสันหมัดและข้อมือ ความยาวและลักษณะการพันจะแต่งต่างกันไปตามภูมิลำเนา บ่งบอกถึงลักษณะการใช้หมัดและศอกอีกด้วย ซึ่งการคาดเชือก จะช่วยให้กระดูกนิ้วมือไม่เคล็ดง่าย และทำให้หมัดแข็ง เพิ่มน้ำหนักหมัดให้หนักแน่นกว่าหมัดธรรมดา บางคนอาจพันด้ายขนาดยาวเพราะต้องการใช้หมัดบังหน้าด้วย

 

- เครื่องรางของขลัง

     ในมวยไทยสมัยโบราณมีเครื่องรางของขลังอยู่ด้วยกันหลากหลาย เริ่มจาก ‘มงคล’ ทำจากสายสิญจ์หรือผ้าดิบ ที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนตร์  คาถา และเลขยันต์ แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้ายหรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตรายใช้สวมศีรษะในขณะชก

 

     เครื่องรางของขลังต่อมา คือ ‘ประเจียด’ ใช้ผ้าสาลู (ผ้าขาวบางเนื้อดี) หรือผ้าดิบ สีขาวหรือสีแดง ตัดเป็นสามเหลี่ยมลงเลขยันต์มหาอำนาจ ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด กำลังตัวหรือคุ้มกำลัง ภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ ที่พระครูหรือเกจิอาจารย์จะเป็นผู้เขียนและทำพิธี ม้วนหรือถักพันด้วยด้ายอาจใส่ว่าน ตระกรุดหรือเครื่องรางของขลังชนิดอื่นไว้ข้างในผ้าประเจียดก็ได้ เป็นเครื่องรางคุ้มกันตัว ใช้ผูกติดกับต้นแขนตลอดเวลาการแข่งขันชกมวย

 

     ‘ผ้ายันต์’ คือ ผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบาง สีขาวหรือสีแดงเขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่างๆ โดยเกจิอาจารย์ที่เชื่อถือว่ามีคาถาอาคมแก่กล้า วิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้พกติดตัวหรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้

 

     ‘พระเครื่อง’ ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรืออาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่างๆ เพื่อเพิ่มความขลัง แล้วทำพิธีพุทธาพิเศกลงเลขยันต์ มีพิธีกรรมที่รวมการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย การบริกรรมคาถาอาคมต่างๆ นักมวยจะพกพระเครื่องติดตัว โดยพันไว้ในมงคลหรือผ้าประเจียด บ้างก็ใช้อมไว้ในปากเวลาชก แต่วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองได้

 

     ‘ตะกรุด’ ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลาน และกระดาษสา ลงเลขยันต์ คาถาอาคมเช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียดแล้วม้วนให้กลม ตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อยสำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

     ‘พิสมร’ ทำด้วยแผ่นโลหะหรือใบลานรูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์มีที่ร้อยสายแต่โดยมากไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด ต้องผ่านพิธีกรรมเช่นเดียวกับตะกรุด ส่วน ‘พิรอด’ ทำด้วยกระดาษสาหรือถักด้วยหวาย ผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำลังพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือ แขวนพิรอดใช้สวมนิ้ว เป็นของวิเศษหายากและเชื่อว่ามีอานุภาพมาก

 

     อย่างสุดท้ายคือ ‘ว่าน’ เป็นพืชที่มีสรรพคุณหลายอย่าง บางชนิดเชื่อว่าทำให้ผิวหนังทนความร้อน หรือ หนังเหนียว จึงนิยมนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง โดยการปลุกเสกคาถาอาคมเช่นเดียวกับเครื่องรางของขลังชนิดอื่น ใช้พกติดตัวใส่ในมงคล ประเจียดหรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำพระเครื่อง

 

 

2. การแต่งการ มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยปัจจุบัน

     เครื่องแต่งกายนัก มวยไทย ( Muay Thai ) สมัยปัจจุบัน จะประกอบไปด้วย ผ้าพันมือ สนับศอก สนับหน้าแข้ง ปลอกรัดข้อเท้า กระจับ กางเกง นวม ฟันยาง เกราะอ่อนป้องกันลำตัว ศีรษะ และหน้าแข้ง ซึ่งการใช้อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่กล่าวมา เป็นผลมาจากการประชุมของประเทศสมาชิกสหพันธ์สมาคมมวยไทยสมัครเล่นนานาชาติที่ต้องการจะหามาตรการป้องกันอันตรายและให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่นักมวยชาติที่เข้าแข่งขันทุกคน

 

     ส่วนเครื่องรางของขลังที่นักมวยไทยในสมัยปัจจุบันยังคงใช้อยู่ ได้แก่ มงคล และ ประเจียด โดยนักมวยจะสวมมงคลไว้บนศีรษะตั้งแต่แต่งตัวเสร็จจนขึ้นเวทีและจะถอดออกเมื่อทำพิธีไหว้ครูและร่ายรำมวยไทยเรียบร้อย ส่วนประเจียดนักมวยสามารถคาดไว้ที่ต้นแขนตลอดเวลาการชกแข่งขันได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thaiboxingproject

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- มวยไทย 5 สาย มีอะไรกันบ้าง ?

- ทำความรู้จักกับ “มวยไทย” แต่ละสมัย

ลำตัวแข็งแบบ นักมวยไทย

ลำตัวแข็งแบบ นักมวยไทย

นัก มวยไทย ( Muay thai )  จะมีช่วงลำตัวที่แข็ง มาก ไหวสำหรับ ปล่อยอาวุธยิ่งลำตัวแข็งแกร่งเท่าไร ลูกเตะหรือ หมัดก็ส่งผลให้ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้นเรามาฝึกแบบ มวยไทย ( Muay thai ) กัน

 

ออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ แบบ มวยไทย ( Muay thai )

 

นอกจากปรับเปลี่่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารแล้ว ควรออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อควบคู่กัน การออกกำลังกายฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) คือการออกกำลังกายเสริมสร้างการทรงตัวที่สำคัญ ของมวยไทยจะแตกต่างตรงที่ว่าเราจะทำ จาก หนักไปเบา แต่อย่าลืม วอร์มก่อนนะครับ

 

กระโดดเชือก การกระโดดเชือกจำให้ขาได้ใช้เยอะมาก ทำให้เรามีกล้ามเนื้อที่ขานั้นเอง เดิน ต้องเดินเป็นระยะที่เรากำหนดไว้ แต่ไม่ต้องถึงออ่นล้าเลยก็ได้ วิ่ง ต้องเป็นวิ่งที่ใช้ความเร็วเท่านั้นจะทำให้ขานั้นแกร่งเกรง และมีกล้ามขานั้นเอง

 

Plank

นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายแต่ทำได้ยากมาก ใครที่เคยลอง Plank จะทราบดีว่าเป็นท่าที่ทรมานที่สุด เพราะเราต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายหลายส่วน ซึ่งท่า Plank เป็นการออกกำลังกายพื้นฐานที่นักมวยทุกคนให้ความสำคัญ เพราะมันจะช่วยสร้างความแข็งแกร่ง บึกบึน ของร่างกายส่วนกลางให้ทนทานต่อหมัดของคู่ต่อสู้ที่จะโจมตีเราบริเวณลำตัว

 

วิดพื้น  

วางมือทั้งสองข้างบนพื้นไม่ให้ล้ำหน้าหัวไหล่ ยืดแขนจนสุด เหยียดขาให้ตรงโดยหัวเข่าไม่แตะพื้น จากนั้นงอข้อศอกให้หน้าอกลดต่ำลง ห่างจากพื้นประมาณ 2 นิ้ว แล้วดันตัวขึ้นมาจากพื้น

 

คิดว่าอยากให้ลำตัวมีความแข็งแรงถึงระดับไหน.

 ถ้าเราเป็นนักกีฬาที่พยายามเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรง การออกกำลังกายของเราก็อาจหนักกว่าและมีแรงกระแทกสูงกว่าการออกกำลังกายของคนทั่วไป ถ้าเราต้องการทำให้กล้ามเนื้อขาแน่น แข็งแรง

 

โดนต่อย

ให้คู่ซ้อม มวยไทย ( Muay thai ) เรานั้นต่อยตรงช่วงลำตัวของเรา เพราะถ้าเรามัวแต่ออกกำลังกาย ไม่เคยโดน ปะทะจริงเลย นั้นก็แปลว่า เรานั้นไม่เคยลองของจริง ว่าความรู้สึกของผมเรานั้นเป็นอย่างไร โดนของจริง จะได้รู้ว่าเราลำตัวแข็งแรงพอหรือยัง

 

ดึงข้อมือ

การดึงข้อมือนั้น ช่วงลำตัวของเราจะได้รับการเกรง มากเป็นพิเศษ เพื่อพยุง ลำตัวขึ้นไป แน่นอนอว่า ถ้าออกแบบนี้ แล้ว มวยไทย ( Muay thai ) หรือ หุ่น มวยไทย ( Muay thai ) ช่วงลำตัวมีความแข็งแรงแน่นอน

 

อยาก เรียน มวยไทย (Muay thai) ก็ต้องมีจังหวะในการเริ่มต้นทั้งการวิ่ง การเดิน  เพราสกิล พวกนี้สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง เพื่อป้องกันตัวของตัวเอง หากท่าใดกำลังมอง หา ยิบ มวยไทย (Muay thai) สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ  “เจริญทอง มวยไทย ยิม” ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ออกกำลังกายแบบนักมวยได้ที่บ้าน

หลักต้องดีขาต้องแข็ง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  th.wikihow

สเต็ปต่อยมวย

สเต็ปต่อยมวย "ลดน้ำหนัก" ผู้หญิงก็ทำตามได้ง่ายๆ

     คุณผู้หญิงหลายท่านไม่เคยออกกำลังกายด้วยการ ชกมวย เพื่อกลัวบาดเจ็ด ปวดนั้น ปวดนี่ แต่อยากมาบอกว่า ชกมวย นี่แแหละ ตัวช่วย"ลดน้ำหนัก" และ "กระชับสัดส่วน" ได้อย่างแน่นอน และจะมาแนะนำวิธีลดน้ำหนักด้วยการต่อยมวย ยังไงให้หุ่นฟิต หุ่นเฟิร์ม สมใจคุณสาวๆ

 

สนุก กระชับ ลดน้ำหนัก

ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วเทรนด์ "ออกกำลังกาย" แบบ ชกมวย นั้น ได้รับความนิยมในกลุ่ม "ผู้หญิง" มาได้สักพักแล้วนะ เพราะการออกกำลังกายชนิดนี้ เป็นการออกกำลังกายที่ทำให้กล้ามเนื้อของผู้หญิงอย่างเราๆ นั้นกระชับได้เกือบทุกสัดส่วน ผู้หญิงที่ขี้เบื่อทั้งหลายจึงไม่ปฏิเสธที่จะหลงรักการออกกำลังกาย รูปแบบใหม่ ยังไงล่ะคะ

 

หมัด-ศอก-เข่า-เท้า

สเต็ปในการออกกำลังกายก็ไม่ยากเลยค่ะคุณสาวๆ โดยเน้นการใช้หมัด ศอก เข่า และเท้าเป็นหลัก เพียงเท่านี้ก็ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหัวใจทำให้เลือดสูบฉีดได้เป็นอย่างดี และกระตุ้นการเผาผลาญให้ร่างกายของเราได้แล้วค่ะ

 

3 สเต็ป พิชิตผอม

อดใจกันไม่ไหวแล้วใช่มั้ย เราจะมาแนะนำท่าชกมวยที่สามารถทำเองได้ที่บ้านมาฝากคุณผู้หญิงทุกท่านค่ะ มี 3 สเต็ปด้วยกันดังนี้

Jab Cross (หมัดแย็บ, หมัดตรง) "หมัดตรง" เหยียดแขนออกให้ตรงที่สุด บิดลำตัว เปิดส้นเท้า รักษาให้อยู่ระดับไหล่ หมุนข้อมือคว่ำลงให้สันหมัดถูกที่หมาย

 

Elbow (ศอก) "ศอก" ยกศอกขึ้น ค่อยๆ โน้มลำตัวลง พร้อมเกร็งหน้าท้อง

 

Double Knees (เข่า 2 ครั้ง) "เข่า 2 ครั้ง" ดึงมือมาหาหัวเข่า และยกเข่าขึ้นสูงๆ จากนั้นเกร็งหน้าท้อง ทำทั้งหมด 2 ครั้ง

 

สเต็ปที่ 2

Hook (หมัดฮุก) "หมัดฮุก" งอแขนท่อนล่างให้ทำมุมกับแขนท่อนบนเป็นมุม 90 องศา และออกแรงต่อยออกไป และเพื่อให้เคลื่อนที่ไปในจังหวะเดียวกันอย่างลืมบิดส้นเท้าด้วยนะ

 

Upper cut (หมัดอับเปอร์คัต) "หมัดอับเปอร์คัต" ชกที่บริเวณลำตัวหรือปลายคาง เปิดส้นเท้า งอเข่าและย่อตัวลงเล็กน้อย

 

Single Knees (เข่า 1 ครั้ง) "เข่า 1 ครั้ง " ดึงมือมาหาหัวเข่า ยกเข่าขึ้นสูงๆ เอาส้นเท้าลง อย่าลืมเกร็งหน้าท้องนะ

 

สเต็ปที่ 3

Slanting Elbow (ศอกเฉียงลง) "ศอกเฉียง"  ยกศอกขึ้นเฉียงลง ค่อยๆ โน้มลำตัว พร้อมเกร็งหน้าท้อง

 

Double Knee L-R (เข่า 2 ครั้ง ซ้าย-ขวา) "เข่า 2 ครั้ง" ดึงมือมาหาหัวเข่า และยกเข่าขึ้นสูงๆ จากนั้นเกร็งหน้าท้อง ทำข้างละ 2 ครั้ง

 

เราขอเป็นกำลังใจให้สาวๆ ที่อยากมีสุขภาพร่างกายที่ดี หุ่นที่ดีทุกคนนะคะ แต่ถ้าใครมองหายิมมวยไทย ที่ เจริญทองมวยไทย รัชดา มีบริการด้วยนะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thairath

การเคลื่อนที่แบบมวยไทย

การเคลื่อนที่แบบมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่มีเอกลักษณ์ ซึ่ง การเคลื่อนที่หรือเคลื่อนไหว เป็นพื้นฐานของการใช้แม่ไม้มวยไทย ทั้งการรุกและการรับ หากใครอยากฝึก มวยไทย ควรรู้ไว้

 

     นอกจากศิลปะการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก ที่เราได้พูดถึงกันไปในบทความที่แล้ว ยังในเรื่องของ การเคลื่อนที่ หรือ การเคลื่อนไหว ที่เป็นพื้นฐานของการใช้แม่ไม้มวยไทย ทั้งการรุกและการรับ โดยการเคลื่อนที่ในการฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) มีดังนี้

 

1. การรุกและถอยเป็นเส้นตรง

     การรุกหรือถอย แบบเดินหน้าหรือถอยหลัง โดยการลากเท้า คือ ถ้ารุกไปข้างหน้า จะเดินหน้าและให้เท้าหลังลากตามเป็นจังหวะ โดยอาจยกเท้าหรือไม่ยกก็ได้ ในขณะที่เวลาถอยจะใช้แรงส่งจากเท้าหน้า ให้เท้าหลังก้าวออกไป แล้วเท้าหน้าก้าวตามเป็นจังหวะ โดยอาจยกเท้าหรือไม่ยกก็ได้

 

2. การรุกและถอยฉาก

     การรุกเป็นมุมฉาก คือ การเพิ่มจากการรุกธรรมดา โดยใช้เท้าที่ไม่ถนัดตั้งนำ เท้าที่ถนัดส่งตาม ต่อจากนั้นใช้เท้าที่ไม่ถนัด ลากออกไปด้านข้าง ส่งเท้าที่ถนัดตามไปอยู่ด้านหน้าเท้าที่ไม่ถนัด

 

3. การเคลื่อนที่เป็นวงกลม

     การเคลื่อนที่เป็นวงกลม คือ การเคลื่อนที่โดยใช้การรุกและการถอยแบบการเคลื่อนที่ของแบบเท้าธรรมดา ในลักษณะเท้านำเท้าตาม ที่เคลื่อนที่ไปด้านหน้า ด้านหลัง ไปทางซ้าย หรือไปทางขวา ซึ่งการเคลื่อนที่เป็นวงกลม ให้เคลื่อนที่ตามคู่ต่อสู้ไปเป็นวงกลม ถ้าจะรุกหรือถอยให้ใช้แบบการรุกและถอยแบบธรรมดา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโอกาสของการเคลื่อนที่ด้วย

 

4. การก้าวย่าง

- การก้าวย่าง คือ การเดินหรือลากเท้า ใช้ในโอกาสทั้งรุกและถอย ลักษณะการก้าวย่างใน มวยไทย ( Muay Thai ) นั้น คือ การยกเข่าขึ้นสูง พร้อมทั้งยกแขนขึ้นเป็นแนว การยกเข่าขึ้นให้ติดกับศอกหรือเกือบติดกับศอก เข่าที่ยกอาจยกก่อนแล้วลากเท้า การเคลื่อนที่ลักษณะนี้เรียกว่า “การก้าวย่าง” บางครั้งอาจลากเท้าไปข้างหน้าก่อนยกเข่าขึ้น ซึ่งการที่ยกเข่าขึ้นติดศอก เป็นการป้องกันคู่ต่อสู้ บางครั้งอาจทำสลับกันได้ทั้งด้านซ้ายนำและขวานำ

 

- การย่างสามขุม มักได้ยินกันบ่อย ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือ การเดินจุด 3 จุด โดยการเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า การเดินให้กำหนดจุดที่ใช้ในการเปลี่ยนตำแหน่งของเท้า หรือเป็นการเปลี่ยนเหลี่ยมของร่างกายนั่นเอง ซึ่งการย่างสามขุมให้ชำนาญจะต้องฝึกการย่ำ การก้าวย่าง และการย่างสามขุม สามารถนำไปใช้ป้องกัน หลบหลีก บ้างก็ใช้ในการรับหรือการรุก

 

- การย่างสุขเกษม การเคลื่อนที่โดยการก้าวเท้าออกไปด้านนอกตัว พร้อมกับการยกตัวใช้มือปัดลงมาข้างล่าง ในขณะที่อีกมือหนึ่งยกขึ้นระดับใบหน้า เพื่อป้องกันอาวุธ ส่วนมือที่ปัดลงมาใช้ปัดป้องกันในกรณีที่คู่ต่อสู้ถีบมาหาเรา ในการทำการย่างสุขเกษม จะต้องบิดสะโพกตามไปด้วย พร้อมกับปัดมือล่างให้ผ่านลำตัว ส่วนเท้าเคลื่อนที่ก้าวไปพร้อมกับการปัดมือผ่านลำตัว

 

     การรู้จักกันการ เคลื่อนที่แบบ มวยไทย ( Muay Thai ) ทำให้เรารู้ว่ามันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ต้องมีการเรียนรู้ ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชำนาญ หากใครสนใจเรียนมวยไทย สามารถมาเรียนกันได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai Gym ) นะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

อ่านบทความน่าสนใจ :

- วิธีต่อยมวยไทย ที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร

- คำศัพท์มวยไทย ในการออกอาวุธ

วิธีต่อยมวยไทย ที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร

วิธีต่อยมวยไทย ที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร

 วิธีต่อย มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจหลักพื้นฐานก่อน เพื่อให้ต่อยได้อย่างถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเป็นนักมวยที่เก่งได้ ซึ่งหลักการสำคัญในการฝึกมวยไทย มีดังนี้

 

1. การตั้งท่าจดมวย

     การตั้งท่าจดมวย คือ การวางเข่า การวางมือ ให้ถูกต้องตามหลักการฝึก โดยการจดมวยจะต้องทราบเหลี่ยมมวย หรือ การแสดงการใช้มือและเท้าที่ถนัดออกมาให้เห็น นั่นเอง มี 2 เหลี่ยม ได้แก่ เหลี่ยมซ้าย และ เหลี่ยมขวา

 

2. การวางตำแหน่งอวัยวะ

     การวางตำแหน่งของอวัยวะที่ได้จดมวย คือ การกำหมัด วางเท้า มือ และลำตัว ซึ่งการกำหมัดที่ถูกต้อง คือ แบมือ ให้นิ้วมือทั้ง 4 เรียงชิดติดกัน แล้วพับนิ้วทั้ง 4 นิ้วเข้าหาอุ้งมือ แล้วกดทับด้วยนิ้วหัวแม่มือ ลงทาบ ในลักษณะเฉียงกับนิ้วชี้และนิ้วกลาง เพื่อให้หมัดที่กำกระชับแน่น โดยไม่เกร็ง

 

3. การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก

     การใช้หมัด ใน มวยไทย ( Muay Thai ) มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ เริ่มจาก “หมัดตรง” คือ การใช้หมัดที่ถนัดมุ่งไปยังเป้าหมาย อาศัยแรงจากหัวไหล่ ลำตัว เอว และเท้ายันพื้น ให้ทุกส่วนประสานกัน หมัดต่อมา “หมัดตัด” คือ การใช้หมัดเหวี่ยงในลักษณะโค้งเป็นครึ่งวงกลม โดยเล็งไปที่บริเวณลำตัว ใบหน้า หรือศีรษะของคู่ต่อสู้ มีทั้งหมัดเหวี่ยงสั้นหรือการเหวี่ยงวงแคบ และ หมัดเหวี่ยงยาว หรือ การเหวี่ยงวงกว้าง หมัดต่อมา “หมัดตวัด” คือ การใช้สันหมัดกดลงบริเวณอวัยวะสำคัญของคู่ต่อสู้ ในลักษณะเหยียดแขนออกไป พร้อมชกตวัดวงแคบ และ หมัดสุดท้าย “หมัดเสย” คือ การใช้หมัดชกเข้าหาคู่ต่อสู้โดยงอศอก เกร็งข้อศอก หงายหมัด แล้วยกขึ้นสู่เป้าหมาย เช่น ปลายคาง ดั้งจมูก หรือใบหน้าคู่ต่อสู้

 

     การใช้เท้า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) จะแบ่งออกเป็น 2 ไม้ คือ การเตะ และ การถีบ ซึ่ง การเตะ คือ การใช้อวัยวะส่วนขาตั้งแต่เอวลงไปจนถึงปลายเท้า แต่การแตะของ มวยไทย ( Muay Thai ) นิยมใช้หน้าแข้งเตะ เพราะเป็นส่วนที่แข็งเปรียบเสมือนการหวดด้วยไม้ การเตะแบกแยกย่อยได้อีกเป็น เตะตรง เตะตัด เตะตวัดหรือเตะเฉียง และกลับหลังเตะ ส่วนการถีบ คือ การใช้ปลายเท้า ฝ่าเท้า หรือ ส้นเท้า ปะทะคู่ต่อสู้ แบ่งย่อยได้เป็น ถีบตรง ถีบข้าง กลับหลังถีบ กระโดดถีบ  ถีบจิก

 

     การใช้เข่า ใน มวยไทย ( Muay Thai ) คือ การใช้อวัยวะส่วนที่เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกขาส่วนบนกับกระดูกขาส่วนล่าง แล้วงอพับขา กระทุ้งไปยังเป้าหมายของคู่ต่อสู้ โดยการใช้เข่าของ ใน มวยไทย ( Muay Thai ) นิยมพับปลายเท้าลงให้เกือบขนานกับลำแข้ง เพื่อความเร็วและความคล่องตัว มีทั้งเข่าตรง เข่าเฉียง เข่าโค้ง เข่าโยน เข่าลอย

 

     มาถึงอาวุธสุดท้าย การใช้ศอก ใน มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นหนึ่งในการใช้อาวุธที่รุนแรงที่สุดและมีการห้ามให้ใช้ในรายการมวยบางแห่ง การใช้ศอกขั้นพื้นฐานมีลักษณะดังนี้

- ศอกตี หรือ ศอกสับ ใช้วิธีการตีศอกจากบนสู่ล่าง เฉียงซ้ายคล้ายมุมฉาก บางครั้งอาจบิดตัวตี โดยมีแรงส่งจากไหล่ ลำตัว และเท้า

- ศอกตัด คือ การตีศอกตัดขนานไปสู่เป้าหมาย

- ศอกงัด คือ การตีศอกจากกลาง งัดขึ้นไปข้างบน ตรงเป็นมุมฉาก

- ศอกกระทุ้ง คือ การใช้ศอกพุ่งออกไปด้านหลัง ในลักษณะกระทุ้ง แก้ไขสถานการณ์ที่คู่ต่อสู้ประชิดเข้ามาด้านหลัง

- ศอกกลับ คือ การหมุนตัวตีศอก กลับไปทางด้านหลัง ตามจังหวะที่สัมพันธ์กับการเคลื่อนตามเท้า

- ศอกคู่ คือ การตีศอกด้วยแขนสองข้าง

 

     ศิลปะการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นการผสมผสานทักษะพื้นฐานของกีฬา มวยไทย ( Muay Thai ) หากฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและถูกท่า ถูกวิธี จะเกิดความชำนาญ มีไหวพริบ หมัด เท้า เข่า ศอก จะมีประสิทธิภาพ จนคู่ต่อสู้อาจจับทางได้ยาก หากใครสนใจอยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) เจริญทองมวยไทย ยิม ยินดีต้อนรับ

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก ohlor

 

บทความที่น่าสนใจ

- ลีลาของมวยไทย

- มวยไทย 5 สาย มีอะไรกันบ้าง ?

- ทำความรู้จักกับ มวยไทยแต่ละสมัย

มวยไทย กีฬาสุดมัน ลดอ้วนได้ดีเริ่ด

ต่อยหมัด ตีเข่า ฟันศอก น็อกไขมัน

     ครูดาม ศรีจันทร์ ครูมวยชื่อดังอดีตนักกีฬาทีมชาติและชายเพียงหนึ่งเดียวของไทยที่ฝึกฝนและลงแข่งขันกีฬาทีมชาติไทย ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย เล่าให้ฟังว่า

 

“ภาพลักษณ์ของมวยไทยในสมัยก่อนถูกมองว่าเป็นกีฬาที่ดุดัน เจ็บตัว และใช้กําลัง แต่ปัจจุบันหลายๆ คนโดยเฉพาะผู้หญิงตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยทํางาน ที่มีใจรักสุขภาพนิยมหันมาออกกําลังกายด้วยมวยไทยกันมากขึ้น เพราะช่วยให้รูปร่างเฟิร์มกระชับ สรีระร่างกายดูดีขึ้น และลดน้ําหนักได้รวดเร็วกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ

 

“การออกอาวุธของมวยไทย ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก อย่างสุดแรง หรือแม้แต่การบิดตัวระหว่างชกอย่างถูกวิธี ล้วนแต่เป็นการเผาผลาญไขมันได้อย่างดีเยี่ยมครับ”

 

นอกจากการชกมวยจะช่วยลดน้ําหนักและกระชับหุ่นสวยแล้ว ยังให้ประโยชน์หลายๆ ด้าน เช่น ด้านจิตใจ ทําให้จิตใจเข้มแข็งขึ้น

 

กระบวนท่าเด็ดช่วยฟิตแอนด์เฟิร์ม

“การฝึกมวยไทยเพียงแค่วันละ 1 ชั่วโมงครึ่ง สามารถเผาผลาญพลังงานได้กว่า 1,000 กิโลแคลอรี ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกีฬาชนิดอื่นๆ แล้ว มวยไทยถือว่าเผาผลาญพลังงานได้มากที่สุด” ครูดามเผยถึงคุณประโยชน์อันน่าทึ่งของกีฬาหมัดมวย พร้อมทั้งแนะนํากระบวนท่าเด็ดที่ช่วยเนรมิตรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มให้กับคุณสาวๆ ดังนี้

 

ท่าปล่อยหมัดตรง ช่วยกระชับต้นแขน ลดไขมันบริเวณท้องแขน และบริหารกล้ามเนื้อ

 

ท่าฮุค ต้องใช้การบิดลําตัวซ้าย-ขวาช่วยเล็กน้อย จึงช่วยกระชับสัดส่วนช่วงลําตัว ทําให้รูปร่างเพรียวขึ้น

 

ท่าอัปเปอร์คัต เป็นการใช้หมัดต่อยขึ้นข้างบนตรงๆ จะช่วยสร้างกล้ามเนื้อต้นแขนด้านหน้าจากการพับแขนและสร้างกล้ามเนื้อหัวไหล่จากการยกแขน

 

ท่าเตะ การออกแรงเตะให้มากและรวดเร็วจะช่วยสลายไขมัน ทําให้ขาเล็กลงและกระชับยิ่งขึ้น

 

     ขอแนะนำ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai ) สามารถฝึกแบบส่วนตัว หรือ ฝึกเป็นกลุ่ม ก็ได้ มีให้เลือก 3 สาขา ได้แก่ สาขารัชดา สาขาข้าวสาร และสาขาศรีนครินทร์ เลือกสาขาที่สะดวก ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน แล้วไปต่อยมวยเพื่อหุ่นสวยด้วยมวยไทยกันนะคะ

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

- นักมวยไม่ใช่แค่การออกอาวุธอย่างเดียว

- คำศัพท์มวยไทย ในการออกอาวุธ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

นักมวยไม่ใช่แค่การออกอาวุธอย่างเดียว

นักมวยไม่ใช่แค่การออกอาวุธอย่างเดียว

มวยไทยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นกีฬา หรือ ศิลปะประจำชาติไทยเราเลยก็ว่าได้ แต่การจะเป็นนักมวยนั้นไม่ได้ง่ายเลยและไม่ได้แค่ออกหมัดเป็นเท่านั้นมีหลากหลายองค์ประกอบมากวันนี้เรามาบอกเคล็ดลับกัน

 

อาจจะเห็นได้ในทีวีหรือตามค่ายมวยต่างๆ บอกได้เลยว่า การที่เราอยากจะเป็นแบบนั้น ก็ยากพอสมควรอยู่แล้ว แต่เส้นทางของการเป็นนักมวยนั้นไม่ได้ง่ายเลยสักนิด ต้องเหนื่อยและเจ็บตัวมาก เป็นพิเศษ หลายปัจจัยในการที่จะเดินเส้นทางนี้ได้

 

เส้นทางกว่าจะมาเป็น นัก มวยไทย ( muay thai)

 

มีเทรนเนอร์ดี

 สิ่งแรกคือการเคลื่อนไหวพื้นฐาน ที่เทรนเนอร์จะสอนเบสิคเบื้องต้น ทั้งการเคลื่อนไหว การป้องกัน การยืนตำแหน่งยามอยู่บนเวที รวมถึงความแคล่วคล่องว่องไว

 

สภาพความฟิต 

มองดูภายนอกคุณอาจเป็นนักกีฬาที่ดูดี แต่หากความฟิตไม่ถึง ทุกอย่างเป็นอันจบ การฝึกซ้อมด้วยการออกกำลังกาย อาทิ กระโดดเชือก วิ่ง ลุก-นั่ง คือแนวทางที่จะทำให้คุณไม่หมดแรงง่ายๆบนเวที

 

ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ

 คือแนวทางที่ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ โยคะ คือวิธีการที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้วมันสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและฝึกสมาธิไปในตัวด้วย

 

ควบคุมอาหาร

 หากคุณเป็นนักมวยที่เตรียมขึ้นชก อาหารประเภทโปรตีนคือสิ่งที่ร่างกายต้องการมากที่สุด อาทิ ปลา ไก่ ไข่ เนย ถั่ว รวมถึงผักผลไม้ และไขมันที่เหมาะสมกับร่างกายอาทิ อะโวคาโด

 

ยกระดับการออกกำลัง 

อีกหนึ่งขั้นของการฝึกความอึดและอดทด การจะเป็นนักมวยที่ดี อย่าลืมว่าตลอดการชก ขาของคุณต้องเคลื่อนไหวอยู่บนเวทีตลอดเวลา ฉะนั้นจำเป็นต้องยกระดับการออกกำลังเพื่อเพื่อความอดทน

 

ฝึกฝนจิตใจ กีฬามวย 

ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลังเท่านั้น แต่มันยังวัดถึงความสามารถด้านกระบวนความคิด การตัดสินใจในสถานการณ์เฉพาะหน้าเพียงเสี้ยววินาที นักมวยระดับโลกหลายคน อาทิ มูฮัมหมัด อาลี ,ฟลอยด์ เมเวทเธอร์ จูเนียร์ หรือกระทั่งสมรักษ์ คำสิงห์ มีความพิเศษเหล่านี้ ที่นำพาพวกเขาไปสู่ชัยชนะได้

ปัจจัยหลัก นักมวย  เมื่อขึ้นชกบนเวที

 

การป้องกัน

 ไม่ว่าคุณจะเป็นนักมวยประเภท ‘ไฟท์เตอร์’ เดินหน้าสู้ หรือแนว ‘บ็อกเซอร์’ ที่อาศัยชั้นเชิงเป็นหลัก แต่หากไม่มีการป้องกันตัวที่ดีหรือประมาทเกินไป ก็อาจถูกน็อคได้ง่ายๆ สิ่งสำคัญคือต้องพยามตั้งการ์ดป้องกันให้ได้ตลอดเวลาเมื่ออยู่บนเวที

 

 ความเร็ว 

แม้ว่าน้ำหนักหมัดของคุณจะหนักแค่ไหน แต่หากไม่มีความเร็วหรือช้ากว่าคู่แข่งเพียงแค่หนึ่งสเต็ป คุณก็ไม่มีทางที่จะปล่อยหมัดใส่คู่แข่งได้เลย นี่แหละคือความสำคัญที่ต้องเริ่มจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก

 

 น้ำหนักหมัด 

การมีหมัดที่หนัก และออกหมัดบ่อยๆบางทีก็ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะหากคู่แข่งป้องกันอย่างถูกวิธี นั่นหมายความว่า แต่ละหมัดที่คุณออกไปนั้น คือกำลังที่สูญเสียไป ฉะนั้น การหาจังหวะในการชก คืออีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้คุณเผด็ดศึกคู่ชก เพราะบางทีแค่หมัดเดียวเน้นๆก็เพียงพอแล้ว

 

สัญชาตญาณ

 จริงอยู่ที่เทรนเนอร์หรือพี่เลี้ยงจะวางแผนให้คุณก่อนขึ้นชก และระหว่างพักยก แต่เมื่อขึ้นออกไปตะบันกับคู่แข่งบนเวที คุณคือคนที่กำหนดทุกอย่าง บางทีอาจไม่มีเวลาคิดด้วยซ้ำ มันคือสิ่งที่อยู่ในตัวคุณที่หากมาถูกที่ถูกเวลา ก็สามารถพาคุณไปสู่ชัยชนะได้เช่นกัน

 

ทั้งหมดนี้คือเส้นทางสู่ความสำเร็จ ที่ใช้ได้ในทุกๆวงการ โดยเฉพาะวงการมวย แม้ว่าคุณอาจจะเป็นรองในเรื่องน้ำหนักหมัด หรือกระทั่งเชิงมวย แต่เชื่อได้เลยว่า หากคุณฝึกซ้อมมากกว่าคนอื่น ประตูสู่ชัยชนะพร้อมเปิดต้อนอยู่อย่างแน่นอน+

 

ดังนั้น หากท่านใดสนใจ ยิมมวย หรือ คลาสมวยไทยที่ถูกหลัก และครูมวยที่ดีที่สุด เราขอแนะนำ jaroenthongmuaythairatchada.com

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook

เรามารู้จักน้ำมันมวยกันเถอะ

เรามารู้จักน้ำมันมวยกันเถอะ

ถ้าพูดถึงเรื่องมวยกับยาทา ก็คงเป็นอะไรไม่ได้นอกจากน้ำมันมวยนั้นเอง แล้วรู้หรือไม่ว่าน้ำมันมวยนั้นมีประโยชน์ต่อนักมวยอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาบอกถือว่าเป็นเกร็ดความรู้กันนะครับผม

 

น้ำมันมวยมาจากไหนแล้วทำไมถึงต้องเป็นชื่อนี้

น้ำมันมวยได้รับการคิดค้นและผลิตจำหน่ายโดย “เทวกรรมโอสถ” เป็นสินค้าของคนไทยที่ร่วมสมัยมามากว่า 60 ปี ก่อเกิดมาจากกีฬามวยก่อนที่จะขยายตัวไปยังกีฬาชนิดอื่นๆ แต่สิ่งที่ทำให้น้ำมันมวยมีชื่อเสียงโด่งดังคือ การเป็นผู้จารึกแชมป์มวยโลกคนแรกของไทยจนกลายเป็นประวัติศาสตร์

 

น้ำมันมวยคืออะไรผสมอะไรบ้าง

 

น้ำมันมวยเป็นภูมิปัญญาโบราณของคนไทยที่ประกอบไปด้วยตัวยาหลักๆ คือ เมทิลซาลิไซเลท เมนทอล และการบูร ทำงานออกฤทธิ์ส่งเสริมกันโดยเมทิลซาลิไซเลทจะออกฤทธิ์ร้อน  และเมนทอลจะเย็น

 

แล้วดีต่อ นัก มวยไทย (muay thai) ได้ยังไง

เมทิลซาลิไซเลทจะออกฤทธิ์ร้อน  และเมนทอลจะเย็น เมื่อเรานำน้ำมันมวยมาทาบนผิวหนังก็จะรู้สึกทั้งร้อนและเย็นไปพร้อมกัน ทำให้สมองรู้สึกสับสนแล้วเบี่ยงเบนความรู้สึกจากอาการเจ็บปวดได้

 

น้ำมันมวยมีกลิ่นที่ว่าจะหอมก็หอม หรืออาจจะรู้สึกเหม็นฉุนต่อใครหลายคน อีกทั้งยังมีฤทธิ์ร้อนและเย็นในขวดเดียวกันโดยนิยมใช้ทาลงบนผิวหนังทั้งก่อนและหลังเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกาย และยังใช้ในวงการสปาและการนวดบำบัดด้วยเช่นกัน

 

วิธีใช้น้ำมันมวย

เดิมนั้นน้ำมันมวยจะมีแบบน้ำเพียงชนิดเดียว แต่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ทำให้มีผลิตภัณฑ์น้ำมันมวยรูปแบบใหม่ๆ แต่ทุกแบบจะใช้ทาหรือนวดบริเวณที่มีอาการปวดเมื่อย

 

ชนิดน้ำ เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายที่ต้องใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักหน่วง เช่น มวย ฟุตบอล และเทนนิส เป็นต้น

ชนิดครีม เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายทุกประเภท รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่มีอาการปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อ

ชนิดสเปรย์ เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกายทุกประเภท รวมทั้งบุคคลทั่วไปที่มีอาการปวดเมื่อยบริเวณกล้ามเนื้อ แต่ชนิดนี้จะพกพาง่าย ใช้งานได้สะดวกโดยไม่เลอะมือ

สรรพคุณของน้ำมันมวย

บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากการเล่นกีฬาหรือการออกกำลังกาย

ลดอาการฟกช้ำหรืออาการปวดที่บริเวณผิวหนัง เนื่องจากน้ำมันมวยมีฤทธิ์ร้อนจะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นอุ่นขึ้น ใช้หลักการเดียวกับการประคบร้อนนั่นเอง

ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น ระบบไหลเวียนของเลือดทำงานดีขึ้น

ช่วยผ่อนคลายอาการตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และกลิ่นของเมนทอลจะทำให้รู้สึกสดชื่น

ช่วยยืดเส้นและลดระยะเวลาที่ใช้ในการอบอุ่นร่างกาย (warm up) ก่อนการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย

 

ข้อควรระวัง

ถึงแม้ว่าน้ำมันมวยจะมีคุณสมบัติในการช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนการอบอุ่นร่างกายหรือยืดเส้นโดยตรง และไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้ ข้อสำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการทาน้ำมันมวยบริเวณที่เป็นผิวหนังอ่อนๆ  เพราะจะทำให้ผิวหนังมีอาการไหม้หรือพองได้

 

น้ำมันมวยเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทยาแก้ปวดเมื่อยที่คิดค้นจากภูมิปัญญาไทย ซึ่งอยู่ดูแลผู้ออกกำลังกายและผู้ใช้แรงงานไทยมาอย่างยาวนาน และอยู่คู่นักมวยมานานเช่นเดียวกัน เพราะมีประโยชน์มากเวลา ชกหรือขึ้น สังเวียนมวย เพราะลดอาการบาดเจ็บได้ดี 

 

จากข้อมูลที่เอามาให้อ่านนั้น ก็ไม่ได้หนีไปไหนจาก มวยไทย (mauy thai) เลยทีเดียว เพราะน้ำมันมวยนั้น ก็มีประโยชน์ต่อทั้งนักมวยและ คนทั่วไปที่เกิดอาการปวดเมื่อย หากท่านใดสนใจ มาฝึก ต่อยมวย ก็สามารถมาหาเราได้ตลอดเวลาที่jaroenthongmuaythairatchada

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  honestdocs

คำศัพท์มวยไทย ในการออกอาวุธ

คำศัพท์มวยไทย ในการออกอาวุธ

หลายคนที่สนใจกีฬา “มวยไทย” ( Muay Thai ) เวลาได้ดูมวยแล้วฟังนักพากย์อาจเกิดความไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร วันนี้เราจึงรวบรวม “คำศัพท์มวยไทย” เพื่อให้คุณได้รู้จักและเข้าใจมวยไทยมากขึ้นกันค่ะ

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ได้รับความนิยม ซึ่งกีฬาแต่ละชนิดมักมีศัพท์เฉพาะเป็นของตัวเอง มวยไทย ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีศัพท์มวยไทย หรือ ภาษามวย เป็นของตนเอง เพื่อให้ไม่เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาดและให้เข้าใจตรงกันระหว่างผู้ฝึกและผู้สอน หรือหากใครที่เพิ่งมาดูมวยไทย อาจจะเกิดความสงสัยขึ้นได้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไรกัน ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมคำศัพท์ มาฝากกันค่ะ มาดูกันว่ามีคำว่าอะไร และ หมายความว่าอย่างไร

 

1. “จด” หมายถึง การตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ การชก

2. “แม่ไม้” หมายถึง การใช้อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย 4 ส่วน เพื่อทำการต่อสู้ คือ หมัด ศอก เข่า และเท้า

3. “ลูกไม้” หมายถึง การพลิกแพลงแม่ไม้ เพื่อใช้ในการต่อสู้ในรูปแบบลักษณะต่าง ๆ

4. “ไม้ตาย” หมายถึง การออกอาวุธ โดยใช้ไม้มวยที่คู่ต่อสู้ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือ การโจมตีด้วยท่าเด็ดประจำตัวใส่คู่ต่อสู้นั่นเอง

5. “เดินมวย” หมายถึง การย่องเท้า เหมือนม้าในการบุก หรือ ใช้ตั้งรับคู่ต่อสู้ในระหว่างการแข่งขัน

6. “สืบเท้า” หมายถึง การเคลื่อนตัวเพื่อไปโจมตีคู่ต่อสู้

7. “วงนอก” หมายถึง การออกอาวุธ หรือ การใช้ลูกไม้ แบบห่างตัว หรือ แบบเหวี่ยง

8. “วงใน” หมายถึง การใช้ลูกไม้ หรือ การออกอาวุธแบบประชิดตัว ที่เรียกกันว่า คลุกวงใน

9. “เหลี่ยม” หมายถึง การเบนตัว เพื่อหาจังหวะใช้ลูกไม้กับคู่ต่อสู้ การมีจังหวะในการออกอาวุธที่ดีกว่า

10. “อัด” หมายถึง ลักษณะอาการดัน หรือ กด ด้วยไม้มวย

11. “ตะแคง” หมายถึง อาการเอียงตัวไปทางขวา หรือ ทางซ้าย

12. “เฉียง” หมายถึง มุมเฉียงของเหลี่ยมตัว

13. “ที่หมาย” หมายถึง จุด หรือ เป้าหมายที่จะใช้ไม้มวยกับคู่ต่อสู้ ที่จะทำให้เป็นฝ่ายชนะ

14. “ศอกหลัง” หมายถึง ลักษณะอาการการใช้ศอกตีกระทุ้งออกไปทางด้านหลัง

15. “เปิดว่าง” หมายถึง ช่องว่างของคู่ต่อสู้ที่สามารถออกลูกไม้ สู้โจมตีใส่ได้โดยง่าย

16. “ควง” หมายถึง อาการใช้มือหมุนควง

17. “จังหวะ” หมายถึง โอกาสที่เหมาะสมในการออกอาวุธใส่คู่ต่อสู้

18. “เตะ” หมายถึง การเหวี่ยงเท้าด้วยแรงหมุนใส่คู่ต่อสู้

19. “ดีด” หมายถึง การสะบัดเท้าออกไปใส่คู่ต่อสู้ ในลักษณะจิ้งหรีดดีดเท้า

20. “ฟัน” หมายถึง การใช้แรงเหวี่ยงกระแทกไปยังคู่ต่อสู้

21. “เฉือน” หมายถึง การใช้แรงเสียดสีกับคู่ต่อสู้

22. “การ์ด” หมายถึง การยกมือและแขนทั้งสองข้างขึ้น เพื่อป้องกันโจมตีจากคู่ต่อสู้

23. “การเปิด” หมายถึง การใช้มือตวัดขึ้น หรือลงไปที่การ์ดของคู่ต่อสู้ เพื่อให้เปิดออก

24. “ลอยตัว “ หมายถึง การดีดตัวให้สูงขึ้นจากพื้น เพื่อหวังผลในการออกไม้มวย

25. “พุ่งตัว” หมายถึง การเคลื่อนตัวเข้าใส่คู่ต่อสู้ในลักษณะพุ่งอย่างแรง

 

     นี่เป็นเพียงแค่ศัพท์พื้นฐานส่วนหนึ่งของ ศัพท์มวยไทย ที่ใช้ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai) ซึ่งบางคนอาจจะไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินคำเหล่านี้มาก่อนด้วยซ้ำ แต่จากนี้ไปถ้าได้ยินศัพท์เหล่านี้จากในทีวีก็คงไม่ต้องงงกันต่อไปแล้ว ส่วนบทความหน้าเราจะนำสาระดีๆ เกี่ยวกับมวยไทยมาฝากกันอีก อย่าลืมติดตามกันนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ipatest

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ

การแต่งกายมวยไทยสมัยโบราณ

ในอดีตไทยต้องทำศึกสงคราม เพื่อปกป้องแผ่นดินไทยจากการรุกรานของประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด การฝึกฝนการใช้อาวุธและการต่อสู้ด้วยมือเปล่า จึงเป็นสิ่งสำคัญของลูกผู้ชายไทย

นอกจากการฝึกฝนการใช้อาวุธชนิดต่างๆแล้ว การร่ำเรียนวิชาอาคมเพื่อความอยู่ยงคงกระพัน ก็เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่คนไทย เชื่อว่าจะช่วยให้การต่อสู้ได้รับชัยชนะและปลอดภัยจาก คมหอก คมดาบ ทั้งช่วยป้องกันคาถาอาคมของฝ่ายศัตรูด้วยเช่นกัน ดังนั้นนักรบจึงมีเครื่องรางของขลัง เช่น พระเครื่อง การสักยันต์ ตะกรุด เป็นต้น

 

การแต่งกายของมวยไทยโบราณ จึงประกอบด้วย 2 ส่วนที่สำคัญ คือเสื้อผ้าปกปิดร่างกายและป้องกันอันตรายในส่วนสำคัญ กับเครื่องรางของขลัง ดังต่อไปนี้

เครื่องรางของขลัง

 

มงคล

ทำด้วยสายสิญจ์ หรือผ้าดิบที่เกจิอาจารย์เป็นผู้เขียนอักขระหัวใจมนตร์  คาถาและเลขยันต์แล้วถักหรือม้วนพันด้วยด้าย  หรือด้ายสายสิญจน์ ห่อหุ้มด้วยผ้าซึ่งผ่านพิธีกรรมจากครูบาอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมทำเป็นวงสำหรับสวมศีรษะ  โดยรวบเป็นหางยาวไว้ข้างหลัง ในอดีตมีการกล่าวถึงการใช้ไสยศาสตร์ในพิธีทำมงคล

การสร้างมงคลแบบที่ยาก  และมีอำนาจแบบไสยศาสตร์เร้นลับที่สุด มีตำนานเล่าว่าเป็นห่วงวงกลมทำมาจาก “งูกินหาง” อาจจะเป็นงูหนึ่งตัวกินหางของมันเอง หรืองูสองตัวกินหางซึ่งกันและกันได้  การกินหางของงูเกิดจากอำนาจสะกดจิตหรือพลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของ  แล้วนำห่วงกลมที่เกิดจากงู  กินหางนั้นไปย่างไฟจนแห้งสนิท จากนั้นนำไปแช่น้ำมนตร์ ซึ่งหุงมาจากน้ำมันมะพร้าวผสมด้วยว่านยาสมุนไพรบางอย่าง แล้วจึงพันไว้ด้วยผ้ายันต์หรือด้ายสายสิญจน์ หุ้มไว้อีกชั้นหนึ่ง เล่ากันว่าพิธีกรรมเร้นลับสำหรับการสร้างมงคล เครื่องผูกศีรษะ

อำนาจไสยศาสตร์ ให้เคลื่อนไหวสำเร็จขึ้นมาทั้งสิ้นปัจจุบัน  สูญหายการถ่ายทอดไปหมดแล้ว
มงคลถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มกันอันตราย  ในอดีตใช้สวมศีรษะในขณะชก บางคนสวมสองอันมี  เวลาชกมวยหากมงคลหลุดจากศีรษะ ฝ่ายตรงข้ามก็จะหยุดชกเพื่อให้ เก็บมงคลมาสวมใหม่

 

ประเจียด

ประเจียด
ใช้ผ้าสาลู (ผ้าขาวบางเนื้อดี) หรือผ้าดิบ สีขาวหรือสีแดงตัดเป็นสามเหลี่ยมลงเลขยันต์มหาอำนาจ  ส่วนใหญ่จัดอยู่ในชุดวิชาคงกระพันชาตรี  แคล้วคลาด มหาอุด กำลังตัวหรือคุ้มกำลังภาษาที่ใช้เขียนมักเป็นอักขระโบราณ เช่น อักษรขอม อักษรเทวนาครี  ซึ่งพระครูหรือเกจิอาจารย์ จะเป็นผู้เขียนและทำพิธีพุทราภิเษก เช่น เดียวกับพระเครื่องหรือพระบูชา  ม้วนหรือถักพันด้วยด้าย

 

ผ้ายันต์

คือผ้าดิบหรือผ้าเนื้อบางสีขาวหรือสีแดง  เขียนอักขระเลขยันต์และรูปภาพต่างๆ โดยเกจิอาจารย์ที่ชาวบ้านเชื่อถือว่ามีคาถาอาคม  แก่กล้าวิธีทำคล้ายผ้าประเจียดแต่ผ้ายันต์มักเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ใช้พกติดตัว หรือพันเป็นผ้าประเจียดก็ได้

 

เสื้อยันต์

ใช้ผ้าดิบสีแดงหรือสีขาวตัดเป็นเสื้อกั๊กคอกลมแขนกุด เขียนอักขระเลขยันต์ และรูปภาพต่างๆ เช่นเดียวกับผ้ายันต์หรือประเจียด ใช้สวมทับเสื้อชนิดอื่นหรือสวมเพียงตัวเดียว ส่วนมากนักรบจะใช้สวมใส่ยามออกศึกสงคราม ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยป้องกันศาสตราวุธทุกชนิด   ส่วนเวลาชกมวยไม่ค่อยสวมเสื้อยันต์ มักจะใช้เครื่องรางชนิดอื่นแทน

 

พระเครื่อง

ทำด้วยโลหะ ผงปูน ดิน หรือาจใช้วัตถุหลายชนิดจากแหล่งต่างๆ ที่เป็นที่เคารพเชื่อถือของประชาชน นำมารวมกัน บางครั้งอาจใช้เส้นผม เชี่ยนหมาก เศษจีวรของเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงผสมลงไปด้วย เพื่อเพิ่มความขลัง แล้วจึงทำพิธีพุทธาพิเศกลงเลขยันต์ คือมีพิธีกรรมที่รวมการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย  การบริกรรมคาถาอาคมต่างๆ ในขณะทำพระเครื่องเวลาขึ้นชกมวยจะพกติดตัว โดยพันไว้ในมงคล หรือผ้าประเจียด นักมวยบางคนใช้อมไว้ในปากเวลาชก วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมเพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองได้

 

ตะกรุด

ใช้แผ่นโลหะบางรูปสี่เหลี่ยม เช่น ทอง เงิน นาก ทองแดง หรือใบลานและกระดาษสาลงเลขยันต์ คาถาอาคม เช่นเดียวกับลงผืนผ้าเพื่อทำประเจียด  แล้วม้วนให้กลมตรงกลางเว้นช่องว่างสำหรับใช้สายเชือกร้อยสำหรับคาดบั้นเอว คล้องคอ หรือคาดไว้ที่ต้นแขน หากใส่ในมงคลหรือประเจียดมักจะใช้ตะกรุดขนาดเล็ก

 

พิสมร

ทำด้วยแผ่นโลหะหรือใบลานรูปสี่เหลี่ยม ลงเลขยันต์มีที่ร้อยสาย แต่โดยมากไม่ม้วนให้กลมอย่างตะกรุด  ซึ่งต้องผ่านพิธีกรรมเช่นเดียวกับตะกรุด

 

พิรอด

ทำด้วยกระดาษสา หรือถักด้วยหวายผ่านพิธีกรรมแล้วลงรักปิดทองเรียกว่า “กำลังพิรอด” ใช้สวมต้นแขน หรือแขวนพิรอดใช้สวมนิ้ว หากเป็นกำไลพิรอดชนิดงู 2 ตัว กลืนหางซึ่งกันและกันจนตายทั้งคู่เช่นเดียวกับการทำมงคล นับว่าเป็นของวิเศษเพราะหายาก และเชื่อว่ามีอานุภาพมาก

 

ว่าน

คือพืชที่มีสรรพคุณหลายอย่างบางชนิดใช้ในการรักษาพยาบาล ใช้รับประทานรักษาโรคบางชนิดใช้ทารักษาบาดแผล รักษาผิวหนัง บางชนิดห้ามรับประทานเพราะเป็นพิษ บางชนิดเชื่อว่าทำให้ผิวหนังทนความร้อน หรือหนังเหนียว 

 

เครื่องแต่งกาย

เครื่องแต่งกายที่เป็นส่วนปกปิดร่างกาย  ได้แก่ กางเกง ในสมัยก่อนจะไม่มีกางเกงที่ใช้สวมใส่เฉพาะเวลาขึ้นชกมวยเท่านั้น ส่วนมากนักมวยจะสวมกางเกงขาสั้นยาวประมาณแค่เข่าเป็นกางเกงที่ใช้โดยทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัวกางเกงไม่มีขอบกางเกง ใช้ผ้าขาวม้าผูกคาดเอวไว้กันหลุด

 

ผ้าขาวม้า

เป็นผ้าที่ทอด้วยด้ายฝ้าย หรือผ้าไหม รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 1 เมตรครึ่ง ทอเป็นตาหมากรุกบ้างเป็นลายอื่นบ้าง

 

คาดเชือก

การคาดเชือกเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของมวยไทย คือ การคาดเชือกที่มือโดยใช้ด้ายดิบที่จับเป็นไจ(รวมเส้นด้าย) ขนาดโตเท่าดินสอดำ ต่อกันเป็นเชือกยาวประมาณ 20 -25 เมตร ม้วนแยกไว้ 2 กลุ่ม ใช้พันสันหมัดและข้อมือ ความยาวต่างกันตามความต้องการของประเภทนักมวย

 

จะเห็นได้ว่ามวยไม่ได้มีแค่การชกต่อยอย่างเดียว เราลงลายละเอียดความสำคัญต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่กำลังเริ่มเล่นหรือศึกษาให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และต้องต่อยมวยหรือฝึกฝนมวยกับครูมวยที่ดีและถูกหลักนะครับ

ดังนั้น หากท่านใดสนใจ ยิมมวย หรือ คลาสมวยไทยที่ถูกหลัก และครูมวยที่ดีที่สุด เราขอแนะนำ https://jaroenthongmuaythairatchada.com

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก thaiboxingproject

แต่งกายมวยไทย

แต่งกายมวยไทย

มวยไทยศิลปะการป้องกันตัวอันดับหนึ่งของโลก ที่มีต่างชาติ และคนไทยให้ความสำคัญมากในปัจจุบันแนวทางการอนุรักษ์นั้นเอง แต่หารู้ไม่ว่าการแต่งกายของนักมวยหรือมวยไทยเค้ามีการแต่งกายกันอย่างไร

 

การแต่งกายมวยไทยในสมัยปัจจุบัน

การแต่งกายมวยไทยในปัจจุบัน จะเน้นความสวยงามของเครื่องแต่งกายนักมวย  ถึงแม้นักมวยจะสวมกางเกงเพียงตัวเดียวก็ตามในการแข่งขัน  กางเกงนักมวยแต่ละคน หัวหน้าค่ายมวยจะสั่งตัดเย็บให้เป็นพิเศษของใครของมัน  โดยจะปักชื่อของนักมวยและชื่อค่ายมวยไว้ที่ตัวกางเกงด้านหน้าด้วยด้ายสีสันสดใสตัดกับสีของกางเกงเพื่อ ความโดดเด่นสวยงาม เช่น ถ้ากางเกงสีแดงก็มักจะปักชื่อด้วยด้ายสีทอง  สีเขียว  หรือสีดำ เป็นต้น

ถ้ากางเกงสีน้ำเงินก็มักจะปักชื่อด้วยด้ายสีทอง สีชมพู และสีแดง เป็นต้น นักมวยคนหนึ่งจะมีกางเกงมวยสำหรับใส่ชกอย่างน้อย  2 ตัว คือ กางเกงมวยสีแดงและสีน้ำเงินเพราะในการแข่งขันชกมวยเราไม่สามารถกำหนดมุมเองได้จึงต้องมีกางเกงเตรียมไว้ทั้งสองมุม  โดยกางเกงมวยสำหรับใส่ขึ้นชกนั้นจะถูกเก็บรักษาอย่างดีให้ใหม่และสวยอยู่เสมอ  เนื่องจากมีราคาแพงและการที่นักมวยสวมกางเกงมวยใหม่ๆ และสีสันสวยงามจะเป็นหน้าตาของค่ายมวยอีกด้วย

 

ครื่องรางของขลัง

เครื่องรางของขลังที่นักมวยไทยในสมัยปัจจุบัน ยังคงใช้เป็นเครื่องแต่งกายอยู่ ได้แก่ มงคลและประเจียด ซึ่งมงคลนั้นนักมวยจะสวมไว้บนศีรษะตั้งแต่แต่งตัวเสร็จจนขึ้นเวที   และจะถอดออกเมื่อทำพิธีไหว้ครูและร่ายรำมวยไทยเรียบร้อยแล้ว ส่วนประเจียดนักมวยสามารถคาดไว้ที่ต้นแขน ตลอดเวลาการชกแข่งขันได้

เครื่องแต่งกายปัจจุบันประกอบไปด้วย

 

ผ้าพันมือ

การพันมือ หมายถึง การใช้ผ้าพันรอบมือก่อนสวมนวมเพื่อเข้าชกมวย เพื่อป้องกันไม่ให้มือได้รับอันตราย ผ้าพันมือเป็นผ้าเนื้ออ่อน เล็กประมาณ 1.30 นิ้ว ยาวไม่น้อยกว่า 6 ฟุต พี่เลี้ยงและครูมวยให้นักมวยนั่งในท่าที่สบายที่สุด ให้คว่ำมือและเหยียดให้นิ้วมือตรง ควรมีพี่เลี้ยงคอยประคองแขน เพื่อไม่ให้นักมวยใช้กำลังแขนมาก พี่เลี้ยงเป็นผู้พันมือ

เริ่มพันผ้าโดยพันให้ค่อนข้างตึง พันให้เหลื่อมและห่างจากข้อมือประมาณ 3 นิ้ว พันราว 6-7 รอบ บางคนนิยมเจาะผ้าให้เป็นรูโดยคล้องเข้ากับหัวแม่มือ เพื่อกันการคลายหลุดออก แล้วจึงพันข้อมือและหลังมือ เมื่อพัน ถึงหัวแม่มือก็พันย้อนไปทางข้อมือจนถึงฝ่ามือพันประมาณ 2-3 รอบ ให้นักมวยลองกำหมัดดูหลายๆ ครั้ง สำหรับบริเวณสันหมัด ซึ่งเป็นส่วนสำคัญพันสัก 2-3 รอบ

 

กระจับ

นั้นหมายความว่าการป้องกันในส่วนที่เป็นกล้องดวงใจ เพื่อไม่ให้กระแทก หรือโดนอาวุธของคู่ต่อสู้ในจุดนี้เพื่อป้องกันการ จุกและสามารถต่อยต่อได้ อันนี้เป็นอีกหนึ่ง อุปกรณ์สำคัญมากๆอย่างหนึ่ง จะเห็นได้ว่าหลายคู่อาจหยุดการชก เพราะว่าโดนกล่องดวงใจนั้นเอง

 

กางเกง

กางเกงเป็นขั้นพื้นฐานอยู่แล้วที่ทุกคนจะต้องส่วมใส่ ไม่ใช่แค่ความสวยงามอย่างเดียว แต่กางเกงตัวนี้จะต้องขากว้างเพื่อออกอาวุธหรือเคลื่อนที่ได้สะดวกสบายนั้นเอง

นวม นวมนั้นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ชกต่อยนั้นเอง แต่เดิม ใช่แค่เชือก หรือเรียกกันว่ามวยคาดเชือก

 

ฟันยาง

ฟันอย่างจำเป็นมากๆ เพราะการที่เราจะต่อยหนัก ฟันอย่างก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ต่อยหนักนะครับ เพราะการต่อยแต่ละครั้งเราจะต้องกัดฟันเพื่อแกร่งและทำให้ต่อยแรง  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หลักๆป้องกัน ฟันล้วง ฟันหัก แล้วก็การกัดลิ้นตัวเองนะครับ

 

ปลอกรัดเท้า

ปลอกรัดเท้านั้น จะไม่ได้ใส่ไว้แค่หล่อหรือเท่ห์เฉยๆ ปลอกรัดเท้านั้นจะสามารถเซฟ ข้อเท้าให้คงอยู่ไม่หลุดและสามารถ ขยับให้เร็วขึ้นหรือ สีที่สามารถหลอกล่อศัตรูอีกด้วย

 

      จะเห็นได้ว่ามวยไม่ได้มีแค่การชกต่อยอย่างเดียว เราลงลายละเอียดความสำคัญต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่กำลังเริ่มเล่นหรือศึกษาให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น และต้องต่อยมวยหรือฝึกฝนมวยกับครูมวยที่ดีและถูกหลักนะครับ

     ดังนั้น หากท่านใดสนใจ ยิมมวย หรือ คลาสมวยไทยที่ถูกหลัก และครูมวยที่ดีที่สุด เราขอแนะนำ https://jaroenthongmuaythairatchada.com

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  thaiboxingproject

มวยไทย ฟิตหุ่นสวยแล้วยังเพิ่มความสูงได้อีกด้วย

มวยไทย ฟิตหุ่นสวยแล้วยังเพิ่มความสูงได้อีกด้วย

กีฬาที่เล่นเป็นประจำแล้วสามารถช่วยทำให้คุณสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วในคนที่ยังไม่หมดสูงอย่าง “มวยไทย” ( Muay Thai ) แต่สำหรับคนที่หมดสูงแล้วก็ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะ “มวยไทย” ( Muay Thai )ให้ประโยชน์อีกเยอะมากมาย ทำให้ผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นแก่ร่างกายด้วย เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาดูกันเลยดีกว่าว่า “มวยไทย” ( Muay Thai ) ช่วยเพิ่มความสูงได้ยังไง

 

มวยไทย ( Muay Thai ) เพิ่มความสูง

     มวยไทย ( Muay Thai ) เป็นกีฬาประเภทต่อสู้ เตะ ต่อย ซึ่งปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมเล่นกัน แถมยังเป็นกีฬาที่ช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินของร่างกายได้เป็นอย่างดี มีประโยชน์มากมายที่นอกจากจะทำให้สูงแล้ว ยังทำให้หุ่นเฟิร์ม กระชับ และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วย

 

มวยไทย ( Muaythai ) ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย

     เป้าหมายของการ “ต่อยมวย” คือ ให้ทุกส่วนของร่างกายได้ใช้งาน นอกเหนือไปจากการกระตุ้นความแข็งแรงของร่างกายและระบบไหลเวียนโลหิตแล้ว การ “ชกมวย” ยังช่วยเพิ่มการฝึกทักษะที่เกี่ยวข้องอย่าง การทรงตัว ปฏิกิริยาตอบโต้และความคล่องตัว “มวยไทย” ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักที่ดี ทั้งเบิร์นไขมันสะสม และก็เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน แค่ครั้งละหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สัก 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ก็จะเฟิร์มขึ้นจนรู้สึกได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงเลยทีเดียว

 

มวยไทย ( Muaythai ) ช่วยให้หน้าท้องแบนราบ

     อยากมีซิกซ์แพค ( Six Pack ) ชัด ๆ ลองเลิกซิทอัพ (SIT UP) แล้วหันมาต่อยมวยดูสิ เพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) จำเป็นต้องใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวสูงมาก ต้องบิดสะโพก เพื่อเพิ่มแรงส่งให้ออกหมัดได้หนักขึ้นและเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการนอนซิทอัพกับพื้น เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง และเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น กล้ามท้องก็ไม่ไกลเกินฝันค่ะ

 

     นอกจากจะเพิ่มความสูงให้แก่ร่างกายแล้ว คุณยังได้ฝีไม้ลายมือในการป้องกันตัวติดไปด้วย แถมได้ประโยชน์มากกว่าที่คิด ขอแค่อดทน เต็มที่ ไม่เบื่อหรือไม่ทิ้งกันไปก่อนนะคะ เมื่อได้ทราบแล้วใครที่อยากสูงหรืออยากเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ร่างกายไม่ควรพลาด หาเวลามาเล่นดูนะคะ สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และสาระบทความดีๆ ได้ที่ เจริญทองมวยไทยยิม Jaroenthong Muay Thai Gym

 

ด้วยความปรารถนา ดีจาก Jaroenthong Muay Thai Gym

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Sanook

หมัด เท้า เข่า ศอก สู่ ‘ลูกไม้มวยไทย’

หมัด เท้า เข่า ศอก สู่ ‘ลูกไม้มวยไทย’

ไม้มวยไทยที่กล่าวถึงในตำรามวยไทยแบ่งออกตามลักษณะ การแก้ทางมวยและการจู่โจม เรียกว่า “กลมวย” แบ่งตามลักษณะการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เรียกว่า “เชิงมวย” บางตำราแบ่งเป็น แม่ไม้ ลูกไม้

 

     "ลูกไม้มวยไทย" หมายถึง ท่าของการใช้ศิลปะ "มวยไทย" ( Muay Thai ) ที่แยกย่อยออกไปจากแม่ไม้ มีลักษณะที่ละเอียดอ่อนมากมายหลายอย่าง ซึ่งผู้ฝึกจะต้องผ่านการฝึกหัดแม่ไม้มวยไทยก่อน จึงจะฝึกลูกไม้ให้ได้ดี บูรพาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิได้จัดแบ่งลูกไม้มวยไทยออกเป็น 15 ลูกไม้

 

1. เอราวัณเสยงา

     ไม้นี้ใช้แก้หมัด โดยใช้การหมุนตัวปัดหมัดและชกสวนออกไปด้วยหมัดเสยปลายคาง

 

2. บาทาลูบพักตร์

     ไม้นี้ใช้มือปัดหมัดแล้วถีบตรงสวนขึ้นสู่เป้าหมายใบหน้าของคู่ต่อสู้

 

3. ขุนยักษ์พานาง

     ไม้มวยนี้ใช้การสืบเท้าเข้ากอดตัว แล้วขัดขาทุ่มด้วยสะโพก ปัจจุบัน กลมวยไม้นี้ใช้ไม่ได้บนเวที

 

4. พระรามน้าวศร

     กลมวยไม้นี้ใช้รับศอกที่ตีมาจากด้านบน โดยงอขาต่ำลง งอแขน ใช้ท่อนแขนยันศอกไว้ แล้วชกสวน

 

5. ไกรสรข้ามห้วย

     ไม้นี้ใช้แก้เท้าที่เตะมาหมายใบหน้า โดยถีบสวนไปที่เท้าที่ยืนเป็นเท้าหลักของคู่ต่อสู้

 

6. กวางเหลียวหลัง

     กลมวยไม้นี้ใช้จู่โจมด้วยการถีบหรือเตะก่อน แล้วจึงตามด้วยลูกเตะหรือส้นเท้าที่ปลายคางหรือลิ้นปี่

 

7. หิรันต์ม้วนแผ่นดิน

     กลมวยไม้นี้เป็นแม่ไม้ของการศอกกลับหลังในลักษณะหมุนตัวเข้าไปตามอาวุธที่คู่ต่อสู้ใช้มา จะเป็นเข่า หมัด เตะ ใช้ม้วนเข้าศอกกลับหลังได้ทั้งสิ้น

 

8. นาคมุดบาดาล

     กลมวยไม้นี้ใช้ก้มตัวลอดเท้าที่เตะมา แล้วถีบเข้าที่เท้ายืนเป็นหลักให้หงายหลังล้มไป

 

9. หนุมานถวายแหวน 

     กลมวยไม้นี้ใช้แก้หมัดหรือเท้าของคู่ต่อสู้ โดยการหมุนตัวเข้าวงใน พุ่งหมัดคู่เสยเข้าที่ปลายคาง

 

10. ญวนทอดแห

     ไม้นี้เป็นไม้แก้ถีบ โดยปัดให้เสียหลักแล้วก้าวออกข้าง เตะสวนเข้าพับในของคู่ต่อสู้

 

11. ทะแยค้ำเสา

     กลมวยไม้นี้ใช้แก้เตะหรือถีบโดยก้มตัวลงถีบเท้าที่เป็นหลักให้หงายหลังล้มไป

 

12. หงส์ปีกหัก

     กลมวยไม้นี้ใช้แก้หมัด โดยสืบเท้าเข้าวงใน ใช้ศอก กระแทกหัวไหล่ให้หลุดหรือเคล็ดได้

 

13. สักพวงมาลัย

     ไม้นี้ใช้เข้าประชิดตัวใช้ศอกเสยหรือศอกกระทุ้งเข้าที่ชายโครงหรือลิ้นปี่

 

14. เถรกวาดลานวัด

     กลมวยไม้นี้ใช้จู่โจมส่วนล่างโดยการเตะตัดขาอย่างรุนแรง สามารถจะทำให้เท้าแพลงและหัวฟาดพื้นได้

 

15. ฝานลูกบวบ

     กลมวยไม้นี้ใช้สืบเท้าเข้าประชิดตัว แล้วตีศอกเฉียงเข้าใบหน้า

 

     ในปัจจุบัน ”การฝึกมวยไทย” ( Muay Thai ) ก็คือการฝึกชก เตะ และเรียนรู้ นำท่าทางต่าง ๆ ของมวยมาประยุกต์เป็นท่าออกกำลังกาย  ดังนั้น นอกจากคุณจะได้เบิร์นแล้ว คุณยังได้ฝีไม้ลายมือในการป้องกันตัวติดไปด้วย ท่องจำชื่อลูกไม้ แม่ไม้ต่างๆ ไว้เผื่อจำเป็นต้องใช้นะคะ ไปฝึกท่าตามเป็นอีกหนึ่งวิชา สามารถติดต่อสอบถามเรียนมวยไทย เพื่อสุขภาพ และอ่านสาระบทความดีๆ คลิกที่นี่เลย

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark

หุ่นสวยด้วยมวยไทย

หุ่นสวยด้วยมวยไทย

มวยไทย ( Muay Thai ) อาจดูเป็นกีฬาของสายโหด แต่ถ้าได้ลองมาออกหมัด เท้า เข่า ศอก ดูซะหน่อย คุณจะรู้ว่า "มวยไทย" ผู้หญิงก็สามารถฝึกได้ แถมช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย

 

     ศิลปะชั้นเลิศในการป้องกันตัวอย่าง มวยไทย (Muay Thai) เป็นที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก กลายเป็นกีฬาที่มีความสนุกปนโหด แต่ปัจจุบันนี้ มวยไทย ถูกนำมาใช้ในการออกกำลังกาย จนได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้ มวยไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ชายอีกต่อไป เพราะผู้หญิงเริ่มหันมาออกกำลังกายด้วยกีฬามวยไทย เพื่อให้หุ่นสวยฟิตเฟิร์มกันแล้ว

 

     การชก มวยไทย (Muay Thai) ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานมาก่อน แต่ก่อนชกจะมีการเตรียมร่างกายให้พร้อม มีการวอร์มร่างกายทุกครั้งก่อนเรียนทุกชั่วโมง ตั้งแต่การยืด การวอร์ม เบสิกเกี่ยวกับมวย เช่น การพันมือ กระโดดเชือก ต่อยเป้า เพื่อให้มีกำลังในการออกอาวุธเมื่อฝึกท่าทางต่างๆ และค่อยๆ สอนท่าต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไปพร้อมกับลงมือปฏิบัติ ซึ่งเรียกเหงื่อได้ดีเลยทีเดียว มวยไทย เป็นกีฬาที่เผาผลาญพลังงานอย่างมาก ผู้ฝึกนั้นสามารถเผาพลาญได้ถึง 800 แคลอรี/ ชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนพร้อมๆ กัน การเตะแค่หนึ่งครั้งได้ทั้งกล้ามเนื้อไหล่ กล้ามท้องด้านข้างไปจนถึงกล้ามเนื้อขา ทำให้การเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น เลือดสูบฉีดดีขึ้น เป็นวิธีการออกกำลงกายที่เหมาะมากในการลดน้ำหนัก

 

     ข้อดีของการออกกำลังกายด้วย มวยไทย (Muay Thai) คือ ร่างกายแข็งแรงขึ้น มีความกระฉับกระเฉง ช่วยลดน้ำหนัก ทำให้รูปร่างกระชับ หุ่นฟิต ช่วยลดความเครียด เป็นวิธีการผ่อนคลายที่ดีมาก ช่วยเสริมบุคลิก และสร้างความมั่นใจอีกด้วย

 

     การฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) จะช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายและใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนอย่างเต็มที่ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดน้ำหนัก ทั้งเบิร์นไขมันและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อไป หากได้ฝึกอย่างต่อเนื่องรับรองว่าคุณจะเฟิร์มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ เวลาที่คุณออกแรงเตะ ต่อย ครูฝึกจะสอนให้เปล่งเสียงออกมาเต็มที่ ซึ่งตรงนี้นอกจากจะช่วยเรื่องระบบการหายใจแล้ว ยังจะทำให้คุณได้ปลดปล่อยความเครียดด้วย และมีวิชาป้องกันตัวติดตัวไปด้วย

 

     การฝึกลดน้ำหนัก หุ่นสวยด้วยมวยไทยที่ได้ผลนั้น ต้องฝึกกับครูผู้สอนที่มีความรู้ประสบการณ์ ในสถานที่ที่มีความปลอดภัย เพราะมวยไทยจะต้องมีการปะทะ การออกกำลัง ใช้กล้ามเนื้อ หากฝึกในที่ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดอันตรายได้

 

     ขอแนะนำ เจริญทอง มวยไทย ยิม ( Jaroenthong Muay Thai ) สามารถฝึกแบบส่วนตัว หรือ ฝึกเป็นกลุ่ม ก็ได้ มีให้เลือก 3 สาขา ได้แก่ สาขารัชดา สาขาข้าวสาร และสาขาศรีนครินทร์ เลือกสาขาที่สะดวก ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน แล้วไปต่อยมวยเพื่อหุ่นสวยกันนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก kapook

ศิลปะกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทย

ศิลปะกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทย

การใช้อวัยวะในร่างกายเป็นอาวุธพร้อมกับการเคลื่อนไหวทั้งการรุกและรับ นับเป็นการต่อสู้ที่มีศิลปะแต่กว่าจะไปถึงขั้นนั้นได้ต้องเรียนรู้ แม่ไม้มวยไทย เสียก่อน เพราะเป็นท่าพื้นฐานของการใช้ไม้มวยไทยที่สำคัญ

 

     แม่ไม้มวยไทย คือ การผสมผสานการใช้อาวุธ หมัด เท้า เข่า ศอก เพื่อการรุกหรือรับในการต่อสู้มวยไทย ซึ่งการจะใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยได้อย่างชำนาญนั้น จะต้องฝึกฝนการใช้ หมัด เท้า เข่า ศอก เบื้อต้นให้คล่องแคล่วเสียก่อน จากนั้นจึงหัดใช้ผสมผสานกันไป รวมถึงการหลบหลีก จึงได้มีการดัดแปลงให้ง่ายต่อการนำไปใช้ ด้วยการตั้งชื่อท่ามวยตามลักษณะท่าทางให้จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

แม่ไม้มวยไทยที่สำคัญ ได้มีการจัดแบ่งไว้ 15 ท่า หรือ 15 ไม้ดังนี้

1. สลับฟันปลา (รับวงนอก)

     แม่ไม้นี้ เป็นไม้หลักหรือไม้ครูเบื้องต้น ใช้ป้องกัน ใช้รับและหลบหลีกอาวุธของคู่ต่อสู้ โดยหลบออกวงนอก นอกลำแขนของคู่ต่อสู้ ทำให้หมัดตรงของผู้ชกเลยหน้าไป

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดตรงซ้าย พร้อมกับตัวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า หมายชกบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ
  • ฝ่ายรับ - ก้าวเท้าขวาหลบไปทางกึ่งขวา 1 ก้าว พร้อมทั้งโน้มตัวเอนไปทางขวาประมาณ 60 องศา น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าขวา ขาขวางอเล็กน้อย ศีรษะและตัวหลบออกวงนอกของหมัดฝ่ายรุก ใช้มือขวาจับกำคว่ำที่แขนท่อนบน ของฝ่ายรุก มือซ้ายจับกำหงายที่ข้อมือของฝ่ายรุก (ท่าคล้ายจับหักแขน)

     การถ่ายเทของทั้งสองท่า มีการเคลื่อนไหวร่างกายและแขนในลักษณะสลับฟันปลา เป็นการป้องกันก่อนที่จะหาโอกาสตอบโต้ในจังหวะที่เหมาะสมต่อไป

 

2. ปักษาแหวกรัง (รับวงใน)

     แม่ไม้นี้ เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เข้าปล้ำและกอดรัด แม่ไม้นี้เป็นไม้ครูของการเข้าสู่วงใน เพื่อใช้ลูกไม้อื่น ๆ ต่อไป

  • ฝ่ายรุก - ชกใบหน้าฝ่ายรับด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าสืบไปข้างหน้า เฉียงไปทางกึ่งซ้ายเล็กน้อยภายในแขนซ้ายของฝ่ายรุก ตัวเอนประมาณ 30 องศา น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าซ้ายพร้อมงอแขนทั้ง 2 ขึ้น ปะทะแขนท่อนบนและท่อนล่างของฝ่ายรุกไว้โดยเร็ว หมัดของฝ่ายรับทั้งคู่ชิดกัน (คล้ายท่าพนมมือ) ศอกกางประมาณ 1 คืบ ศีรษะและใบหน้ากำบังอยู่ระหว่างแขนทั้งสอง ตาคอย ชำเลืองดูหมัดขวา ของฝ่ายรุก

 

3. ชวาซัดหอก (ศอกวงนอก)

     แม้ไม้นี้ เป็นไม้มวยที่ใช้ป้องกันหมัดคู่ต่อสู้ เป็นหลักสำหรับหลบหมัดตรงออกทางวงนอกและตอบโต้ด้วยศอก

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดตรงซ้ายยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าเอนตัวไปทางกึ่งขวา ตัวเอนประมาณ 30 องศา น้ำหนักตัวอยู่บนเท้าขวาพร้อมรีบงอแขนซ้าย ใช้ศอกกระแทก ชายโครงใต้แขนซ้ายของฝ่ายรุก

 

4. อิเหนาแทงกฤช (ศอกวงใน)

     แม่ไม้นี้ เป็นหลักใช้รับหมัดชกตรงด้วยการใช้ศอกเข้าคลุกวงใน

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า ตัวเอียงไปทางซ้ายเล็กน้อยตัวเอนประมาณ 60 องศา น้ำหนักตัวอยู่บน เท้าซ้าย งอศอกขวา ขนานกับพื้น ตีระดับชายโครงฝ่ายรุก ตอบด้วยแขนซ้าย

 

5. ยกเขาพระสุเมรุ (ต่อยตั้งหมัดต่ำก้มตัว 45 องศา)

     แม่ไม้นี้ ใช้รับหมัดตรงในลักษณะก้มตัวเข้าวงใน ให้หมัดผ่านศีรษะไป แล้วชกเสยคาง

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าขวาพร้อมกับย่อตัวต่ำเข้าหาฝ่ายรุก งอเข่าขวา ขาซ้ายตึง ย่อตัวต่ำเอนไปข้างหน้าประมาณ 45 องศา น้ำหนักตัวอยู่บนขาขวา พร้อมยืดเท้าขวายกตัวเป็นแหนบ พร้อมกับพุ่งหมัดชกขวาเสยใต้คางของฝ่ายรุก หน้าเงยดูคาง ของฝ่ายรุก แขนซ้ายกำบังอยู่ตรงหน้าเสมอคาง

 

6. ตาเถรค้ำฟัก (ต่อยคางหมัดสูงก้มตัว 60 องศา)

     แม่ไม้นี้ เป็นหลักเบื้องต้นในการป้องกันหมัด โดยใช้แขนเปิดขึ้นปัดหมัดที่ชกมาแล้วต่อยหมัดสวนที่ปลายคาง

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้าของฝ่ายรุก ทางกึ่งขวาของวงหมัดภายในของฝ่ายรุกที่ชกมา งอเข่าซ้าย เล็กน้อยใช้หมัดซ้าย ชกใต้คางของฝ่ายรุก แล้วใช้แขนยวาที่งอป้องหมัดซ้ายฝ่ายรุกที่ชกมาให้พ้นตัว

 

7. มอญยันหลัก (รับต่อยด้วยถีบ)

     แม่ไม้นี้ เป็นหลักสำคัญในการรับหมัดด้วยการใช้เท้ายันหรือถีบเข้าที่ยอดอก หรือ ท้อง

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - ผลักตัวเอนไปทางขวา เอนตัวหนีฝ่ายรุกประมาณ 45 องศา ยืนบนเท้าขวา แขนทั้ง 2 งออยู่ตรงหน้า เหลียวดูฝ่ายรุกพร้อมยกเท้าซ้ายถีบที่ยอดอก หรือท้องน้อยของฝ่ายรุกให้กระเด็นห่างออกไป

 

8. ปักลูกทอย (รับเตะด้วยศอก)

     แม่ไม้นี้ใช้เป็นหลักในการรับ การเตะกราด การเตะเฉียง โดยใช้ศอกกระแทกเข้าที่หน้าแข้ง

  • ฝ่ายรุก - ยืนตรงหน้าพอได้ระยะเตะ ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ จากขวาไปซ้าย โน้มตัว เล็กน้อย งอแขนทั้ง 2 ป้องกันตรงหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบผลักตัวไปทางซ้าย พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายฉากไปข้างหลัง ใช้แขนขวางอศอกขึ้นรับเท้าของฝ่ายรุกที่เตะมา แขนซ้ายงอป้องกันอยู่ตรงหน้าสูงกว่าแขนขวาเพื่อป้องกันพลาดถูกใบหน้า

 

9. จระเข้ฟาดหาง (รับต่อยด้วยเตะ)

     แม่ไม้นี้ เป็นไม้มวยที่ใช้ตอบโต้คู่ต่อสู้ โดยใช้ส้นเท้าฟาดไปทางด้านหลัง เมื่อคู่ต่อสู้พลาดแล้วเสียหลัก จึงหมุนตัวเตะด้วยลูกเหวี่ยงส้นเท้า อาจทำให้ไตพิการได้

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าขวากระโดดไปทางกึ่งขวา ให้พ้นหมัดฝ่ายรุก แขนงอกำบังตรงหน้าแล้วใช้เท้าซ้าย เป็นหลักหมุนตัว เตะด้วยส้นเท้าขวาบริเวณท้องหรือคอ

 

10. หักงวงไอยรา (ถองโคนขา)

     ไม้นี้ใช้ เป็นไม้มวยใช้แก้การเตะ โดยตัดกำลังขา ด้วยการใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่โคนขา

  • ฝ่ายรุก - ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังชายโครงของฝ่ายรับ งอแขนทั้ง ๒ บังอยู่ตรงหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าขวาเข้าหาฝ่ายรุกตรงหน้าเกือบประชิดตัว ข้างตัวไปทางซ้าย เข่าขวางอ เท้าซ้ายเหยียดตรง ทันใด เอามือซ้ายจับเท้าขวาของฝ่ายรุก ต้องพยายามยกขาฝ่ายรุกให้สูง กันฝ่ายรุกใช้ศอกถองศีรษะ

 

11. นาคาบิดหาง  (บิดขาจับตีเข่าที่น่อง)

     แม่ไม้นี้ เป็นไม้มวยใช้รับการเตะ การถีบของคู่ต่อสู้ โดยใช้มือทั้งสองจับปลายเท้าบิด พร้อมกับใช้เข่า กระทุ้งหรือกระแทกขา เพื่อให้หักหรือเดาะ

  • ฝ่ายรุก - ยกเท้าขวาเตะกราดไปยังบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ แขนทั้ง ๒ งออยู่ตรงหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบผลักตัวไปทางซ้าย ยืนบนเท้าซ้าย มือซ้ายจับส้นเท้าของฝ่ายรุก มือขวาจับที่ปลายเท้าบิดออกนอกตัว ทันใดนั้น รีบยกเข่าขวาตีที่น่องของฝ่ายรุก

 

12. วิรุณหกกลับ (รับเตะด้วยถีบ)

     แม่ไม้นี้ เป็นไม้มวยใช้รับการเตะ โดยใช้ส้นเท้ากระแทกที่บริเวณโคนขา ทำให้เคล็ดจนขาแพลงไป

  • ฝ่ายรุก - ยกเท้าซ้ายเตะกลาง ลำตัวบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ
  • ฝ่ายรับ - รีบยกเท้าซ้ายถีบไปที่ บริเวณโคนขาซ้ายของฝ่ายรุกพร้อมยกแขน ทั้งสองกันด้านหน้า การถีบนั้นต้องถีบให้เร็ว และแรงถึงขนาด ฝ่ายรุกหมุนกลับเสียหลัก

 

13. ดับชวาลา (ปัดหมัดต่อยตอบ)

     แม่ไม้นี้ เป็นไม้มวยใช้แก้การชกด้วยหมัดตรง โดยชกสวนที่ใบหน้า เข้าสู่บริเวณใบหน้าหรือลูกตา

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดซ้ายไปยังบริเวณใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า แขนขวาคุมบริเวณ ปลายคาง
  • ฝ่ายรับ - ก้าวเท้าขวาไปข้างหน้ากึ่งขวาหลบอยู่นอกหมัดซ้ายของฝ่ายรุก เอี้ยวตัวไปทางขวา ปัดและกดแขนซ้าย ของฝ่ายรุกที่ชกมา ให้เอนไปทางซ้าย กดให้ต่ำลง ทันใดรีบใช้หมัดซ้ายต่อย บริเวณปากครึ่งจมูกครึ่ง หรือที่เบ้าตา ของฝ่ายรุก แล้วพุ่งตัวโดด ไปทางกึ่งขวา

 

14. ขุนยักษ์จับลิง (รับ-เตะ-ต่อย-ถอง)

     แม่ไม้นี้ เป็นไม้สำคัญมาก เรียกว่า รวมไม้ ใช้ป้องกันคู่ต่อสู้ที่ไวในการต่อย เตะ และศอกติดพันกัน การฝึกแบ่งออกเป็น 3 ตอน

ตอนที่ 1

  • ฝ่ายรุก - ชกหมัดซ้ายตรงไปยังใบหน้าของฝ่ายรับ พร้อมกับเท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า
  • ฝ่ายรับ - รีบก้าวเท้าซ้ายสืบเท้าเข้าหาตัวฝ่ายรุกตรงหน้า แขนขวาปัดแขนซ้ายฝ่ายรับให้พ้นจากตัว

ตอนที่ 2

  • ฝ่ายรุก – ยกเท้าขวาเตะกราดบริเวณชายโครงของฝ่ายรับ
  • ฝ่ายรับ – รีบโยกตัว ถอยเท้าซ้ายไปข้างหลังราวกึ่งซ้าย ย่อตัวใช้ศอกขวากระแทกที่ขาขวาท่อนบนของฝ่ายรุก

ตอนที่ 3

  • ฝ่ายรุก - งอแขนขวาโน้มตัวกระแทกศอกที่ศีรษะของฝ่ายรับ
  • ฝ่ายรับ – รีบยืดตัว งอแขนขึ้นให้แขนท่อนบนปะทะแขนท่อนล่างของฝ่ายรุก แล้วรีบผลักตัว ก้าวเท้าขวาไปทางหลังประมาณครึ่งก้าว

 

15. หักคอเอราวัณ (โน้มคอตีเข่า)

     แม่ไม้นี้ เป็นเป็นไม้มวยใช้บุกจู่โจมในขณะที่คู่ต่อสู้เดินมวยเข้าหาแล้วงอเข่าหน้ามากเหมือนบันได ให้เดินขึ้นไปเหยียบแล้วเข่าเหมือนก้าวขึ้นบันได แล้วต่อด้วยตีศอกที่กลางศีรษะ

  • ฝ่ายรุก - ชกด้วยหมัดซ้ายตรง พร้อมกับสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า หมัดขวาคุมอยู่บริเวณคาง
  • ฝ่ายรับ - ก้าวเท้าซ้ายสืบไปตรงหน้าฝ่ายรุกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกแขนขวาสอดปัดแขนซ้ายของฝ่ายรุก แล้วโดด เข้าเหวี่ยงคอฝ่ายรุก โน้มลงมาโดยแรง แล้วตีด้วยเข่าบริเวณใบหน้า

 

     ลองฝึกท่าแม่ไม้มวยไทยกันดูนะคะ ถ้าฝึกจนคล่องแคล่ว ชำนาญแล้ว จะได้ไปฝึกลูกไม้มวยไทย กันต่อค่า

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark

สังเวียนมวยไทย

สังเวียนมวยไทย

ยิมมวยในยุคนี้ได้รับความสนใจทั้งจากเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงชาวต่างชาติ โดยนิยมเรียนมวย ฝึกมวยไทยเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ไม่ใช่เพื่อการต่อสู้ ซึ่งศิลปะมวยไทยได้มีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยตลอดเวลา

 

     ในสมัยก่อนนั้นผู้คนจะฝึกมวยไทยเพื่อใช้ป้องกันตัวและนำไปใช้ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เช่น การเข้าสู่ศึกสงคราม แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนบ้านเมืองมีความสงบขึ้น มวยไทยได้กลายมาเป็นกีฬาการต่อสู้ที่ใช้อวัยวะแทบจะทุกส่วนของร่างกายให้เป็นประโยชน์ จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ มวยไทย ได้กลายเป็นการฝึกเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เพื่อออกกำลังกาย ใช้ลดน้ำหนัก

 

     หากกล่าวถึงรูปแบบการจัดชกมวยไทย ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเช่นเดียวกัน ในสมัยก่อน สนามมวย นั้นเป็นสนามจริง ๆ โดยเอาเชือกมากั้นพอเป็นบริเวณ แล้วชกกันบนพื้นดิน ใช้จอกหรือกะลาเจาะรูลอยน้ำเป็นมาตรากำหนดเวลา จมครั้งหนึ่งเรียกว่ายกหนึ่ง จนต่อมาเริ่มสร้างเวทีขึ้น โดยพื้นใช้ไม้กระดาน เสื่อเป็นแบบเสื่อกระจูดทับข้างบน มีการนับโดยจับเวลาเป็นนาที จนพัฒนามาเรื่อย ๆ กลายเป็นสังเวียนมวย หรือ เวทีมวย หรือ สนามมวย (Boxing ring) ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสนามกีฬาสำหรับใช้การแข่งขันกีฬามวย ไม่ว่าจะเป็นมวยไทยหรือมวยสากล โดยส่วนมากแล้วสังเวียนมวยมักจะเป็นสนามกีฬาในร่ม เว้นแต่สังเวียนมวยชั่วคราวที่จะตั้งอยู่ข้างนอก ซึ่งสังเวียนที่จะใช้ทำการแข่งขันจะมีมาตรฐานตามที่ AIBA (สหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ) กำหนดไว้

 

ตามหลักกติกาสากลแล้ว สังเวียนมวยที่ได้มาตรฐานจะต้องมีลักษณะดังนี้

  1. สังเวียนต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเล็กด้านละ 20 ฟุต (6.10 เมตร) ขนาดใหญ่ด้านละ 24 ฟุต (7.30 เมตร) วัดจากข้างในเส้นเชือก และพื้นเวทีสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 3 ฟุต แต่ห้ามเกิน 4 ฟุต
  2. เชือกกั้น ต้องมีเชือก 4 เส้น และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเชือกไม่ต่ำกว่า 1½ นิ้ว โดยจะขึงติดกับเสาที่มุม สูงจากพื้นเวทีขึ้นไป 16, 32, 48 และ 60 นิ้ว ตามลำดับ ทั้งนี้ให้หุ้มเชือกด้วยวัสดุที่มีความอ่อนนุ่มและเรียบ ส่วนที่มุมเชือกด้านในต้องหุ้มด้วยวัสดุอย่างอ่อน และเชือกในแต่ละด้านของสังเวียนจะต้องผูกยึดกันด้วยผ้าเหนียวสองชิ้น โดยมีขนาดกว้าง 1 – 1½ นิ้ว และมีระยะห่างที่เท่ากัน ซึ่งผ้าที่ผูกนั้นต้องไม่ลื่นไปตามเชือก
  3. พื้นเวที หรือ พื้นสนาม ต้องมีความปลอดภัย ได้ระดับ ไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ และต้องยื่นออกไปนอกเชือกอย่างน้อย 20 นิ้ว และต้องปูด้วยผ้าสักหลาด ยาง หรือวัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะสม โดยจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่นได้ และมีความหนาไม่น้อยกว่า 1 ½ นิ้ว พร้อมปูทับด้วยผ้าตึงคลุมพื้นเวทีทั้งหมด
  4. มุมสังเวียน ต้องตั้งเสาที่มุมทั้งสี่มุม โดยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 นิ้ว และสูงขึ้นไปจากเวที 60 นิ้ว พร้อมทั้งหุ้มนวมที่มุมภายในเชือกให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับนักมวย และ มุมแดง จะอยู่ใกล้กับประธานกรรมการควบคุมการแข่งขัน หรือ ประธานคณะลูกขุน
  5. บันได จะมี 3 บันได และต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 3 ฟุต ไว้ที่มุมต้องข้ามของเวทีสองบันไดเพื่อให้นักมวยและพี่เลี้ยงขึ้นลง ส่วนอีกบันไดหนึ่งนั้นให้อยู่ที่มุมตรงกลางสำหรับผู้ชี้ขาดและแพทย์
  6. ต้องมีกล่องพลาสติกที่มุมกลางทั้งสองมุมนอกสังเวียนให้ติดล่องพลาสติกมุมละกล่อง เพื่อให้ผู้ชี้ขาดทิ้งสำลีหรือกระดาษบาง ๆ ที่ซับเลือดแล้ว
  7. สังเวียนเพิ่มเติม อาจใช้สังเวียน 2 สังเวียน ในการแข่งขันที่มีนักกีฬามาก หรือชิงชนะนัดสำคัญ ๆ ได้

 

     สำหรับสนามมวยที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ในประเทศไทย ได้แก่ สนามมวยราชดำเนิน, สนามมวยเวทีลุมพินี ในต่างประเทศ อาทิ นิปปงบุโดกัง, โคระกุเอ็งฮอล ในประเทศญี่ปุ่น และเมดิสันสแควร์การ์เดน ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นเวทีมวยที่ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานและสามารถใช้สำหรับจัดการแข่งขันได้อย่างไม่มีปัญหา

 

     ใครที่อยากฝึก อยากเรียนมวยไทย สามารถมาได้ที่ เจริญทอง มวยไทย ยิม (Jaroenthong Muay Thai) ทั้ง 3 สาขา (ข้าวสาร, รัชดา และศรีนครินทร์) พวกเรายินดีต้อนรับ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก oleptra

ลีลาของมวยไทย

ลีลาของมวยไทย

มวยไทย (Muay Thai) ศิลปะการต่อสู้ที่ไม่เหมือนชาติใดในโลก มีเอกลักษณ์ และเป็นวัฒนธรรมของชาติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ต่อสู้โดยใช้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายเป็นอาวุธ

 

     การฝึกมวยไทย ต้องอาศัยความพยายาม ความอดทนต่อความเจ็บปวด การฝึกต้องใช้เวลานานกว่าจะเกิดความชำนาญ สามารถเริ่มฝึกได้ตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 9-10 ปี โดยการเรียน การฝึกมวยไทยนั้น จะต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนักทั้งร่างกายและใจ โดยต้องฝึกให้นักมวยทุกคนมีจริยธรรมและคุณธรรม มีน้ำใจนักกีฬา บังคับยับยั้งอารมณ์ตนเองได้ มีสติ สมาธิ และใช้ไหวพริบปฏิภาณ ไม่เช่นนั้นอาจเสียเปรียบคู่ต่อสู้

 

ลักษณะลีลาของมวยไทย มี 2 ลักษณะ

1. มวยหลัก หรือ มวยแข็ง

     หมายถึง นักมวยที่มีวิธีการต่อสู้อย่างรัดกุม สุขุมรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นท่าคุมมวย และการจดท่ามวยอย่างมั่นคง การเคลื่อนไหวแต่ละก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ไม่ผลีผลาม ดูคล้ายจะเชื่องช้า ไม่คึกคะนอง แต่ใช้ทุกอย่างในร่างกายอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสายตา การย่างเข้าหาคู่ต่อสู้ เป็นมวยรอจังหวะเข้าทำ ตอนที่ฝ่ายตรงข้ามรุกเข้ามาก่อน แล้วตัวเองจึงฉวยโอกาสเข้าทำ ได้ทั้งน้ำหนักรุนแรง และแม่นยำ

     ลักษณะประเภทมวยหลัก จะถูกฝึกสอนให้ตั้งรับ และรอจังหวะ มีความสุขุมเยือกเย็น มีลำหักลำโค่นดี ใช้ศิลปะมวยไทยได้หนักหน่วง รุนแรง และแม่นยำ เหมาะกับคนที่มีรูปร่างใหญ่ และใจเย็น

 

2. มวยเกี้ยว หรือ มวยอ่อน

     หมายถึง นักมวยที่ใช้ชั้นเชิงในการต่อสู้แหลมคม แพรวพราว มีไหวพริบปฏิภาณรวดเร็วในการแก้ปัญหา การเข้าทำคู่ต่อสู้ จะไม่หยุดนิ่ง เคลื่อนตัวไปมาทั้งซ้ายและขวาสลับกัน จะใช้กลลวงหลายรูปแบบ ทำให้คู่ต่อสู้จับทางมวยยาก มวยเกี้ยวจะมีลีลาท่าทางที่แคล่วคล่องว่องไว ลูกหลอกลูกล่อ หลบหลีกได้ดี มีสายตาดี เวลารุกหรือรับรวดเร็ว เข้าทำในระยะประชิด ด้วยความเด็ดขาด

     ลักษณะประเภทมวยเกี้ยว จะถูกฝึกถึงขั้นต้องเยื้องย่างในน้ำ ตีให้น้ำกระเซ็น ห้ามหลับตา แรงต้านของน้ำจะช่วยให้เมื่ออยู่บนบกจะสามารถรุกรับ ออกอาวุธได้อย่างรวดเร็วทั้งเท้า เข่า ศอก และหมัด เหมาะสำหรับคนที่มีรูปร่างเล็ก ผอมเพรียว

 

     ไม่ว่าจะมวยหลักและมวยเกี้ยวต่างมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยมวยหลักจะมีความรุนแรงในการใช้เท้า เข่า ศอก ส่วนมวยเกี้ยวจะใช้ เท้า เข่า หมัด ศอก ได้รวดเร็วกว่าแต่ไม่รุนแรงเท่ามวยหลัก ลีลามวยไทยทั้งสองนั้นขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและจิตใจของแต่ละคน สำหรับผู้ที่รูปร่างสันทัด ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป สามารถฝึกฝนในลักษณะผสมผสานระหว่างมวยหลักและมวยเกี้ยวควบคู่กันไปได้ โดยมีทั้งความว่องไวและรุนแรงในการใช้เท้า เข่า หมัด ศอก

 

     การฝึกฝนมวยไทยที่ดี ควรฝึกหลายรูปแบบ แม้ว่าจะใช้เวลายาวนานและใช้ความอดทนมหาศาล แต่หากได้ฝึกหัดติดต่อกันจะทำให้ มีระบบและมีทักษะที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน  สนใจเรียนมวยไทย เจริญทอง มวยไทย ยิม (Jaroenthong Muay Thai)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก muaythaionlines

มวยไทย 5 สาย มีอะไรกันบ้าง ?

มวยไทย 5 สาย มีอะไรกันบ้าง ?

มวยไทยมีหลักพื้นฐานเดียวกัน คือ การใช้หมัด เท้า เข่า ศอก และศีรษะ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นได้มีการพัฒนาความสามารถและความถนัดในเชิงมวยที่แตกต่างกันออกไป และได้มีการเปรียบเปรยความสามารถเชิงมวยของท้องถิ่นต่าง ๆ ออกเป็น 5 สาย “หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา ครบเครื่องพลศึกษา” มาดูกันดีกว่าว่า 5 สายนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง

 

1. มวยลพบุรี

     มวยลพบุรีนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคกลาง เอกลักษณ์ของมวยลพบุรี คือ เป็นมวยที่ชกฉลาด มีการรุกรับที่คล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงแม่นยำ เรียกว่า “มวยเกี้ยว” หมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย เคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุกรับและออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอกได้อย่างรวดเร็ว สมกับฉายา “ฉลาดลพบุรี” และเอกลักษณ์อีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ มีการพันมือครึ่งแขน แต่ที่แปลกและเด่นกว่ามวยสายอื่น ๆ คือ การพันคาดทับข้อเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมวยลพบุรี 

 

     ในส่วนของกระบวนท่าของมวยไทยสายลพบุรีนั้น พบว่า มีด้วยกัน 16 กระบวนท่า ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ผสมกลมกลืนจากการหล่อหลอมและเลียนแบบท่าทางของสัตว์ต่าง ๆ เช่น ลิง และ ช้าง ที่มีอยู่มากในเมืองลพบุรี และครูมวย นักมวยไทยสายลพบุรีที่ควรรู้จัก ได้แก่ ครูดั้ง ตาแดง, ครูนวล หมื่นมือแม่นหมัด, นายซิว อกเพชร, นายแอ ประจำการ, นายเย็น อบทอง, นายเพิก ฮวบสกุล, นายจันทร์ บัวทอง, นายชาญ ศิวา-รักษ์, นายสมทรง แก้วเกิด และครูประดิษฐ์ เล็กคง ซึ่งบุคคลเหล่านี้นับได้ว่าเป็น มวยไทยสายลพบุรี เป็นประวัติศาสตร์ของมวยไทย ที่เป็นมวยท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดของอาณาจักรสยาม มีอายุถึง 1,356 ปี มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ประวัติความเป็นมาเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณี

 

     การแข่งขันมวยไทยสายลพบุรี มีกติกาการชก กำหนด 5 ยก โดยใช้ยกเวียน การหมดยกใช้กะลาเจาะรูใส่ในโหล เมื่อกะลาจมน้ำถือว่าหมดยก การต่อสู้ใช้อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย การเปรียบมวยอยู่ที่ความสมัครใจของผู้ชก ไม่เกี่ยงน้ำหนักหรืออายุ การไหว้ครูเหมือนการไหว้ครูสายอื่น ๆ โดยทั่วไป

 

2. มวยโคราช

     มวยโคราชนั้น ถือเป็นมวยไทยภาคอีสาน เอกลักษณ์ของมวยโคราช คือ สวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก มีการพันหมัดแบบคาดเชือกตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอก เพราะมวยโคราช เป็นมวยชกหมัดวงกว้างหนักหน่วง ที่เรียกว่า “หมัดเหวี่ยงควาย”  สมกับฉายา “หมัดหนักโคราช ซึ่งการพันเชือกเช่นนี้เพื่อป้องกันการเตะ ต่อยนั่นเอง

 

     ในส่วนของกระบวนท่าของมวยไทยสายโคราชนั้น พบว่า มีการฝึกตามขั้นตอน และเมื่อเกิดความคล่องแคล่วจะทำพิธียกครู แล้วให้ย่างสามขุมและฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ท่าฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่ไม้สำคัญ ซึ่งได้แก่ ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า ท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า

 

     วิธีจัดการชกมวยโคราช นิยมจัดชกในงานศพที่ลานวัด ในเรื่องของการเปรียบมวยจะให้ทหารตีฆ้องไปตามหมู่บ้านแล้วร้องบอกให้ทราบโดยทั่วกัน และเมื่อเปรียบได้แล้วให้นักมวยมาชกประลองฝีมือกันก่อน หากฝีมือทัดเทียมกันก็ให้ชกแล้วนัดวันมาชก ซึ่งในการเปรียบมวยโคราช ไม่มีกฎกติกาที่แน่นอน หากพอใจก็ชกกันได้ ส่วนรางวัลการแข่งขันจะเป็นสิ่งของเงินทอง แต่หากเป็นการชกหน้าพระที่นั่ง รางวัลที่ได้รับจะเป็นหัวเสือและสร้อยเงิน

 

     ในสมัยรัชกาลที่ 5 – 6 มวยไทยโคราช เป็นช่วงที่มวยคาดเชือกรุ่งเรือง มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักทั่วประเทศ นักมวยฝีมือดี ได้แก่ นายแดง ไทยประเสริฐ หรือ หมื่นชงัดเชิงชก, ครูบัว  นิลอาชา (วัดอิ่ม), นายทับ จำเกาะ, นายยัง หาญทะเล, นายตู้ ไทยประเสริฐ, นายพูน  ศักดา เป็นต้น

           

3. มวยไชยา

     มวยไชยานั้น ถือเป็นมวยไทยภาคใต้ เป็นศิลปะมวยประจำถิ่นอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอกลักษณ์ของมวยไชยา มีอยู่ 7 ด้าน การตั้งท่ามวยหรือการจดมวย ท่าครูหรือท่าย่างสามขุม การไหว้ครูร่ายรำ การพันมือแบบคาดเชือก การแต่งกาย การฝึกซ้อมมวยไชยา และแม่ไม้มวยไชยา

 

     กระบวนท่าของมวยไชยามีทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ ปั้นหมัด พันแขน พันหมัด กระโดดตบศอก พันหมัดพลิกเหลี่ยม เต้นแร้งเต้นกา ย่างสามขุม ท่าที่สำคัญคือท่า “เสือลากหาง” เคล็ดมวยไชยาการป้องกันตัว และจะเป็นการป้องกันตัวแบบ 4 ป. คือ “ป้อง ปัด ปิด เปิด” และนอกจากการใช้หมัด เท้า เข่า ศอก แล้วยังมีวิชาการต่อสู้เช่น การ ทุ่ม ทับ จับ หัก” อีกด้วย ซึ่งสมกับฉายา “ท่าดีไชยา” นั่นเอง และมวยไชยาจะคาดเชือกแค่ข้อมือเท่านั้น

 

4. มวยท่าเสาและพระยาพิชัย

     มวยท่าเสา ถือเป็นมวยไทยภาคเหนือ แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏชัดเจนว่ากำเนิดขึ้นเมื่อใด ใครเป็นครูมวยคนแรก แต่จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ทำให้ทราบว่าครูมวยไทยสายท่าเสาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ ครูเมฆ เอกลักษณ์ของมวยท่าเสา คือ การจดมวยกว้างและให้น้ำหนักตัวไปทางด้านหลัง เท้าหน้าสัมผัสพื้นเบา ๆ ทำให้ออกมวยได้ไกล รวดเร็ว และรุนแรง สมกับฉายา “ไวกว่าท่าเสา” ส่วนกลยุทธ์มวยพระยาพิชัยดาบหักเป็นทั้งมวยอ่อนและแข็ง สามารถรุกรับตามสถานการณ์ รู้วิธีรับก่อนรุก เรียนแก้ก่อนผูก เรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของตนเองและคู่ต่อสู้

 

     ครูมวยท่าเสาที่มีความสามารถ ได้แก่ ครูเมฆ, นายทองดี ฟันขาว, ครูเอี่ยม, ครูเอม, ครูอัด คงเกตุ, ครูโต๊ะ, ครูโพล้ง, ครูฤทธิ์, ครูแพ, ครูพลอย, นายประพันธ์ เลี้ยงประเสริฐ, นายเต่า คำฮ่อ (เชียงใหม่) และนายศรี ชัยมงคล

 

     กระบวนท่าของมวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัยนั้น พบว่า มีกระบวนท่าการชก 15 ไม้ การเตะ 10 ไม้ การถีบ 10 ไม้ การตีเข่า 10 ไม้ และการศอก 10 ไม้ ส่วนในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัย ต้องมีการขึ้นครูหรือยกครู การไหว้ครูประจำปี การครอบครู และการรำไหว้ครูก่อนชก

 

     เมื่อครูที่มีชื่อเสียงทั้งหลายเริ่มถึงแก่กรรม ทำให้มวยไทยสายท่าเสาได้ลดบทบาทลง และมีมวยสายอื่น ๆ เข้ามามากขึ้น มวยไทยสายครูเมฆแห่งท่าเสาเริ่มถูกลบเลือนไป เอกลักษณ์ของมวยสายท่าเสาอาจจะสูญสิ้นไปหากไม่มีการอนุรักษ์มวย ลาวแกมไทย ตีนไวเหมือนหมาเอาไว้

 

5. มวยพลศึกษา

     มวยพลศึกษา ได้ก่อกำเนิดมาพร้อมกับการจัดตั้งสามัคยาจารย์สมาคม เพื่อจัดเป็นสถานที่การออกกำลังกาย สำหรับประชาชนทั่วไป และได้มีการสืบทอดมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปรมาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชามวยไทยสายพลศึกษาที่มีชื่อเสียงคือ อาจารย์สุนทร ทวีสิทธิ์ หรือ อาจารย์กิมเส็ง ทวีสิทธิ์ ปรมาจารย์มวยที่มีชื่อเสียง มีความเชี่ยวชาญหมัด ซึ่งศึกษามาจากหม่อมเจ้าวิบูลย์สวัสดิ์วงศ์ สวัสดิกุล ซึ่งได้ทรงศึกษาการชกมวยสากลของประเทศไทย จนได้ชื่อว่าเป็นบิดามวยสากลของประเทศไทย นอกจากหมัดแล้วยังเน้นความเร็ว จังหวะเข้า- ออกที่คล่องแคล่วว่องไว เรียกได้ว่ามวยพลศึกษาเป็นมวยครบเครื่อง สมกับฉายา “ครบเครื่องพลศึกษา”

 

     เอกลักษณ์ของมวยไทยสายพลศึกษา พบว่า มีทั้งหมด 3 ด้าน คือ เอกลักษณ์ด้านการแต่งกาย เอกลักษณ์ด้านการไหว้ครูและร่ายรำมวยไทย เอกลักษณ์ด้านการเรียนการสอน ส่วนในเรื่องของกระบวนท่าของมวยไทยสายพลศึกษา จะประกอบไปด้วย กลวิธีการใช้หมัด กลวิธีการใช้เท้า กลวิธีการใช้เข่า กลวิธีการใช้ศอก แม่ไม้มวยไทย และลูกไม้มวยไทย ในเรื่องของระเบียบประเพณีของมวยไทย จะมีพิธีการขึ้นครูหรือการยกครู พิธีการไหว้ครู และเครื่องดนตรีประกอบ

 

     ด้วยความที่มวยไทยสืบทอดมาจากมวยโบราณซึ่งแบ่งออกเป็น 5 สาย คือ มวยไทยสายไชยา มวยไทยสายโคราช มวยไทยสายลพบุรี มวยไทยสายท่าเสาและพระยาพิชัย และมวยไทยสายพลศึกษา แต่ละสายมีทั้งเอกลักษณ์ กระบวนท่า ระเบียบประเพณี และวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ที่ควรค่าแก่การรักษาสืบไว้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark

ทำความรู้จักกับ “มวยไทย” แต่ละสมัย

ทำความรู้จักกับ “มวยไทย” แต่ละสมัย

มวยไทย (Muaythai) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนชาติไทยมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นมวยไทย ถูกเรียกว่า "ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9" (Art of Nine Limbs) เพราะมีการต่อสู้โดยใช้อาวุธบนร่างกาย 9 อย่าง (นวอาวุธ) คือ หมัด 2, ศอก 2, เข่า 2, เท้า 2 และ หัว 1แต่ในปัจจุบันกติกามวยไทยได้ตัดการใช้หัวโขกออกไป จึงกลายเป็น “ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8” (Art of Eight Limbs) แทน

 

  • มวยไทยสมัยกรุงสุโขทัย

     ในสมัยกรุงสุโขทัย มวยไทยถือเป็นศาสตร์ชั้นสูงที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการศึกษาของกษัตริย์ เพื่อฝึกให้กษัตริย์เป็นนักรบที่มีความกล้าหาญ มีสมรรถภาพร่างกายที่ดีเยี่ยม ดังความปรากฏตามพงศาวดารว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงส่งเจ้าชายร่วงโอรสองค์ที่สองไปฝึกมวยไทยที่สำนักสมอคอน แขวงเมืองลพบุรี หรือการที่พ่อขุนรามคำแหงทรงนิพนธ์ตำหรับพิชัยสงคราม โดยมีความข้อความบางตอนกล่าวถึงมวยไทย และการใช้อาวุธอย่างดาบ หอก มีด โล่ ธนู

 

  • มวยไทย สมัยกรุงศรีอยุธยา

     สมัยกรุงศรีอยุธยาเริ่มประมาณ พ.ศ.1988 - 2310 รวมระยะเวลา 417 ปี ในระหว่างนั้นบ้างก็มีศึกกับประเทศใกล้เคียง ทำให้เหล่าชายฉกรรจ์สมัยกรุงศรี ต้องฝึกฝนความชำนาญในการต่อสู้ด้วยอาวุธและศิลปะป้องกันตัวด้วยมือเปล่า หรือ มวยไทย นั่นเอง

 

     ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น พระมหากษัตริย์ทรงโปรดให้มีกรมมวยหลวงขึ้น โดยให้คัดเลือกเอาชายฉกรรจ์ที่มีฝีมือในการชกมวยไทยเข้าต่อสู้กันหน้าพระที่นั่ง แล้วคัดเลือกผู้มีฝีมือเลิศไว้เป็นทหารสนิท และทหารรักษาพระองค์ เรียกว่า "ทหารเลือก" สังกัดกรมมวยหลวง มีหน้าที่รักษาความปลอดภัย ภายในพระราชวังหรือตามเสด็จในงานต่าง ๆ รวมถึงเป็นครูฝึกมวยไทยให้ทหารและพระราชโอรส

 

     ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2147 - 2233) “มวยไทย” เป็นที่นิยมกันอย่างมากจนกลายเป็นอาชีพ มีค่ายมวยเกิดขึ้น ซึ่งมวยไทยสมัยนี้ชกกันบนลานดิน ใช้เชือกเส้นเดียวกั้นบริเวณเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส นักมวยจะใช้ด้ายดิบชุบแป้งหรือน้ำมันดินจนแข็งพันมือ เรียกว่า มวยคาดเชือก นิยมสวมมงคลไว้ที่ศีรษะ และผูกประเจียดไว้ที่ต้นแขนตลอดการแข่งขัน การเปรียบคู่ชกด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ได้กำหนดขนาดรูปร่างหรืออายุ โดยมีกติกาง่าย ๆ ว่าชกจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้

 

  • มวยไทย สมัยกรุงธนบุรี

     บ้านเมืองอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูประเทศหลังจากการกู้อิสรภาพคืนมาได้ การฝึกมวยไทยในสมัยนี้เป็นการฝึกเพื่อการสงครามและการฝึกทหารอย่างแท้จริง การจัดชกมวยในสมัยกรุงธนบุรี นิยมจัดนักมวยต่างถิ่น หรือลูกศิษย์ต่างครูชกกัน โดยไม่มีกฎกติกาการแข่งขันอย่างชัดเจน ไม่มีคะแนน ทำการชกจนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้ สังเวียนนั้นเป็นลานดิน และในยุคนี้มีนักมวยฝีมือดีมากมายเกิดขึ้น

 

  • มวยไทย สมัยกรุงรัตนโกสินทร์

     ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 5 กษัตริย์ไทยทรงโปรดการกีฬา เช่น กระบี่กระบอง มวยไทย เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดกีฬามวยไทยเป็นอย่างมาก พระองค์มีความชำนาญในกีฬามวยไทย จึงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยขึ้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้มี มวยหลวง ตามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่ฝึกสอน จัดการแข่งขัน และควบคุมการแข่งขันมวยไทย ในปี พ.ศ.2430 รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ตั้งกรมศึกษาธิการขึ้น ให้มวยไทยเป็นวิชาหนึ่งในหลักสูตรของโรงเรียนครูฝึกหัดพลศึกษา และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในสมัยนี้เป็นที่ยอมรับว่า คือ ยุคทองของมวยไทย

 

     ในสมัยอยุธยาตอนปลาย มวยไทยได้มีการฝึกฝนกันไปตามสำนักต่าง ๆ มีเวทีมวยที่จัดให้มีการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งการชกในสมัยนี้ยังมีการคาดเชือกกันอยู่ จนในตอนหลังนวมได้เข้ามาแพร่หลายในไทย การชกกันในสมัยหลัง ๆ จึงสวมนวมชกกันอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

 

     จะเห็นได้ว่า “มวยไทย” เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนชาติไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ เป็นมรดกทางภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม ที่ควรค่าแก่การรักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไป หากใครสนใจอยากเรียนมวยไทย สามารถเรียนได้ที่ “เจริญทอง มวยไทย ยิม” (Jaroenthong Muay Thai) มีทั้งหมด 3 สาขา คือ ข้าวสาร รัชดา และศรีนครินทร์ ใครใกล้ที่ไหนก็เลือกเรียนที่นั่นนะคะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark

มวยไทยมาจากไหน กันแน่

มวยไทยมาจากไหน กันแน่

“ Muay thai ” มวยไทย ไม่มีปรากฏในสมัยใด มีเพียงตำนานที่กล่าวขานมาว่า เป็นศิลปะการต่อสู้เพื่อป้องกันตัว ตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย เพื่อใช้ในการปกป้องอาณาจักรของไทยเรานั้นแหละ การต่อสู้ด้วยหมัด เท้า ศอก ศีรษะ แขน ขา ได้ถูกคิดค้นและกลั่นออกมาจากมันสมองบรรพชนชาวไทย จนมวยไทยนั้นเป็นศาสตร์ที่มีหลักสูตรเฉพาะตัว เช่นเดียวกับศิลปะศาสตร์ด้านอื่นๆ มวยไทยไม่ได้นิยมชมชอบเพียงแต่ในประเทศไทย ยังได้รับความสนใจจากนานาชาติอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศโซนยุโรปและทั่วโลก ซึ่งเป็นกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

         

     กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย และหน่วยงานภาพต่างๆได้มีการ ผลักดันให้มีการสถาปนา "วันมวยไทย” โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ของทุกๆปี จะจัดให้เป็นวันมวยไทย ซึ่งเป็นวันที่ตรงกันวันเสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ (สมเด็จพระเจ้าเสือ) ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยที่มีพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยเป็นที่ประจักษ์ และเป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียว ที่เสด็จออกไปชกมวยกับสามัญชน ตามบันทึกในพงศาวดาร (ฉบับพระราชหัตเลขา พ.ศ.๒๕๔๒) ที่กล่าวว่า

  

  พระเจ้าเสือ ทรงแต่งกายแบบชาวบ้าน เสด็จทางน้ำพร้อมเรือตามเสด็จ ไปขึ้นที่ตำบลตลาดกรวด ช่วงนั้นกำลังมีงานมหรสพและมีผู้คนไปเที่ยวชมงาน และมีการละเล่นมากมายหลายอย่าง และพระองค์ได้เสด็จไปยังสนามมวยและให้นายสนามจัดหาคู่ชกให้ โดยให้คนประกาศกับประชาชนทราบว่า พระองค์เป็นนักมวยจากเมืองกรุง ถึงทำให้ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะสมัยนั้นนักมวยในเมืองกรุงศรีอยุธยามีชื่อเสียงมาก นายสนามจึงได้จัดนักมวยที่มีฝีมือเท่าที่มีอยู่ มาเป็นคู่ชก กับ พระเจ้าเสือ ถึง 3 คนซึ่งแต่ละคนเป็นนักมวยที่มีฝีมือดี  แต่ด้วยพระปรีชาสามารถและความชำนาญในศิลปะมวยไทย ที่พระองค์ได้ทรงฝึกหัดและศึกษาจากสำนักมวยหลายสำนัก จึงทำให้พระองค์สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้ง ๓ คนได้ และได้รับรางวัลเป็นเงินหนึ่งบาท ส่วนผู้แพ้ได้สองสลึง ซึ่งพระองค์ทรงพอพระราชหฤทัยกับการได้ชกมวยในคราวนั้นไม่น้อย

 

จากการที่พระเจ้าเสือทรงพระปรีชาสามารถเกี่ยวกับมวยไทย จึงทรงคิดท่าแม่ไม้ ไม้กลมวยไทยขึ้นมาเป็นแบบเฉพาะพระองค์ เรียกว่า "มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” จากที่ได้มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในสมัยรัชการที่ ๕ ซึ่งเป็นตำรามวยตำรับพระเจ้าเสือที่เก่าแก่ที่สุด เป็นมรดกทางภูมิปัญญาจากบรรพชนที่ได้รับการถ่ายทอดมาสู่ชนรุ่นหลัง และสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

 

     ในความเป็นไทย ระหว่างศิลปะการต่อสู้ และ การป้องกันตัว ที่เรียกว่ามวยไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียง ในการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังคงมีนัยแฝงอยู่มากมาย เนื่องจากมีที่มารากเหง้าของชนเผ่าไทยและในฐานะ “มวยไทย”ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เป็นทั้งวิถีชีวิต สังคม และจิตวิญญาณความเป็นไทย ที่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกราช เอกลักษณ์  ตลอดจนเพื่อรณรงค์ปลุกจิตสำนึกให้ชนรุ่นหลังรำลึกถึงความเป็นมาของภูมิปัญญาแห่งชนชาติ ที่ได้รังสรรค์ “มวยไทย”ไว้เป็นมรดกการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์

 

ในสมัยนี้หากต้องการจะชมศิลปะมวยไทยเหล่านี้ก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยช่องทางหลากหลาย เช่นไลน์ ยูทูป หรือบนทีวีมีก็มีให้ชมหลากหลายช่องและหากอยากสัมผัสบรรยากาศจริง ก็ยังสามารถมาดูได้ที่ยิมมวย jaroenthong muay thai gym Khaosan ในเวที muay thai super champ หรือทางช่อง 8 ของเรานั้นเอง

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม